เปิดสูตรลับ กับ Blossom Clinic เพื่องานผิว (skin quality) ที่ดีกว่าที่เคย

Blossom Clinic Skin Quality คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน | เลเซอร์หลุมสิว
Blossom Clinic Skin Quality คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน

เปิดสูตรลับกับ Blossom Clinic “เคล็ดลับ 4 มิติ”  (Skin Quality)
เพื่องานผิวที่ดีขึ้นกว่าเดิม!

เคยไหมที่มองกระจกแล้วรู้สึกไม่พอใจกับผิวหน้าของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรอยดำ รอยแดงจากสิว หน้าเป็นหลุม หรือ รูขุมขนกว้าง ปัญหาผิวหมองคล้ำที่ทำให้ความมั่นใจลดลง หลายคนอาจคิดว่าการดูแลผิวเป็นเรื่องยาก! ต้องใช้เวลามาก และต้องใช้ผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด แต่ความเป็นจริงแล้ว นวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ได้ทำให้การดูแลผิวเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิม แถมยังเห็นผลได้ชัดเจน

คลินิกเลเซอร์ คลินิกรักษาสิว หมอรักษาสิว คลินิกฉีดผิว ใกล้ฉัน | เลเซอร์หลุมสิว
คลินิกเลเซอร์ คลินิกรักษาสิว หมอรักษาสิว คลินิกฉีดผิว ใกล้ฉัน
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ที่ Blossom Clinic เราเชื่อว่าการได้มี “งานผิว” ที่ดีคือการได้พัฒนาผิวในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ผิวขาวหรือผิวเรียบ แต่ต้องเป็นผิวที่สม่ำเสมอ เรียบเนียน แน่นกระชับ และเปล่งปลั่ง โดยในบทความนี้ Blossom Clinic เราจะพาคุณไปเจาะลึก 4 มิติของ “Skin Quality” เพื่อให้คุณได้รู้จักและเข้าใจถึงทางเลือกในการดูแลผิวแบบองค์รวม พร้อมทั้งแนะนำบริการที่เรามีให้ ที่จะช่วยเนรมิตผิวของคุณให้น่าประทับใจและตอบโจทย์ปัญหาผิวทุกรูปแบบ จากเทคโนโลยีและโปรแกรมใหม่ ๆ เช่น Pico Laser, Sculptra, Ultraformer III, Belotero Revive, การฉีดโบ ลดโบริ้วรอย, รวมไปถึงการฉีดผิว และการให้วิตามินผิว หรือ Drip Vitamin ซึ่งสามารถปรับฟื้นฟูและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของผิวได้อย่างตรงจุด

มิติที่ 1 : สีผิวสม่ำเสมอ – จุดเริ่มต้นของความกระจ่างใส

ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ปัญหาสีผิวสม่ำเสมอ มีจุดด่างดำ รอยสิว | เลเซอร์หลุมสิว
ปัญหาสีผิวสม่ำเสมอ มีจุดด่างดำ รอยสิว

สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอคือปัญหาสำคัญที่หลายคนต้องเผชิญ เพราะเมื่อใดที่ผิวมีจุดด่างดำ ฝ้า กระ รอยสิว หรือรอยแดง การแต่งหน้าและความมั่นใจก็ย่อมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สาเหตุหลัก ๆ มักเกี่ยวข้องกับเม็ดสี (Melanin) ภายใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากแสงแดด ฮอร์โมน ภูมิแพ้ หรือการอักเสบ โดยเฉพาะการเกิดปัญหาหลังเป็นสิว (Post-inflammatory hyperpigmentation หรือ PIH) ที่จะทิ้งรอยดำ รอยแดง นานกว่าจะจางหาย

นวัตกรรมเพื่อสีผิวสม่ำเสมอที่ Blossom Clinic แนะนำ

1. Pico Plus Laser (Pico Laser หรือ Pico)

  • Pico Plus Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูงที่ช่วยลดเลือนเม็ดสีส่วนเกินอย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นรอยดำ ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำต่าง ๆ บนใบหน้า ในเวลาอันรวดเร็ว
  • ความโดดเด่นของเทคโนโลยี Pico คือการปล่อยพลังงานในระดับ Pico-second ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวฟื้นตัวได้ไวขึ้นและอาการระคายเคืองหลังเลเซอร์ลดลง
  • ในมิติของการ เลเซอร์หลุมสิว Pico ยังช่วยในโหมด Fractional (ซึ่งจะกล่าวต่อในมิติที่ 2) จึงครอบคลุมทั้งการแก้ปัญหาเม็ดสีและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนในคราวเดียว

จบปัญหารอยดำ รอยสิว ฝ้า กระ!
คืนผิวกระจ่างใส
“ Pico Laser ”

Pico Plus Laser ดีอย่างไร? ทำไมทุกคนถึงติดใจเลเซอร์ตัวนี้ | เลเซอร์หลุมสิว
Pico Plus Laser ดีอย่างไร? ทำไมทุกคนถึงติดใจเลเซอร์ตัวนี้

Pico Plus Laser
ดีอย่างไร?
ทำไมทุกคนถึงติดใจเลเซอร์ตัวนี้

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

ด้วยเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงระดับ Pico การรักษาสามารถทำได้ครอบคลุมทั้งจุดเล็ก ๆ หรือพื้นที่กว้างบนใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีเม็ดสีเยอะ เป็น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ต้องการทางลัดเพื่อฟื้นบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส เห็นผลได้ค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับเลเซอร์รุ่นเก่า และยังเป็นที่นิยมในผู้ที่ต้องการให้รอยดำ รอยแดงหลังสิวจางไวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

มิติที่ 2 : ผิวเรียบเนียน – เคล็ดลับลดหลุมสิว ลดรูขุมขนกว้าง และเพิ่มความชุ่มชื้น

ทำไมผิวจึงไม่เรียบเนียน

ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน มีหลุมสิว | เลเซอร์หลุมสิว
ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน มีหลุมสิว

ปัญหาผิวไม่เรียบเนียนอาจมีหลายสาเหตุ ตั้งแต่ สิว ซึ่งทิ้งรอยแผลเป็นไว้จนเกิด “หน้าเป็นหลุม” รวมถึงปัญหารูขุมขนกว้าง และความแห้งกร้านของผิว นอกจากนี้ ริ้วรอย ร่องลึก ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบ จุดบกพร่องเหล่านี้มักเป็นปัญหาระยะยาว หากดูแลไม่ถูกวิธีอาจเกิดความหมองคล้ำและสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวมากขึ้น

แนวทางฟื้นฟูผิวเรียบเนียนที่ Blossom Clinic อยากบอกต่อ

1. Pico Plus Laser โหมด Fractional

  • นอกจากโหมดปกติที่เน้นลดเม็ดสี Pico Plus Laser ยังมีโหมด Fractional ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึก ลดปัญหาหลุมสิว ( เลเซอร์หลุมสิว ) และช่วยกระชับรูขุมขนกว้างไปพร้อมกัน
  • Fractional Pico ถือเป็นหนึ่งในวิธี เลเซอร์หลุมสิว ที่เห็นผลได้ชัด การแตกตัวของพลังงานเลเซอร์ขนาดเล็กมากจะทำให้กระบวนการฟื้นฟูของผิวเกิดเร็ว ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น

2. Botulinum Toxin (ฉีดโบ) เพื่อลดริ้วรอย ลดหน้ามัน

  • การฉีดโบ หรือที่หลายคนเรียกว่า “โบริ้วรอย” ไม่เพียงแต่ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า แต่ยังสามารถฉีดเพื่อลดการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง โดยฉีดโบกระชับรูขุมขนและชั้นผิวที่มีต่อมไขมันมาก ช่วยให้หน้ามันน้อยลง ซึ่งหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวก็คือหน้ามันเกินไป
  • เมื่อหน้ามันลดลง สิวก็มีแนวโน้มจะน้อยลงด้วย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดสิว และอยากกระชับรูขุมขนควบคู่กัน

ริ้วรอยหาย ผิวเนียนกริบ หน้าเล็กกระชับย้อนวัยให้หน้าเด็ก
“ Bo ริ้วรอย ”

Bo ริ้วรอย ดียังไง?
ทำไมใครๆ ก็อยากฉีดโบ | เลเซอร์หลุมสิว
Bo ริ้วรอย ดียังไง? ทำไมใครๆ ก็อยากฉีดโบ

Bo ริ้วรอย ดียังไง? ทำไมใครๆ ก็อยากฉีดโบ

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

3. Belotero Revive : ฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลก

  • Belotero Revive เป็นสารเติมเต็มที่เน้น “งานผิว” โดยเฉพาะ จุดเด่นคือช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ช่วยลดความแห้งกร้าน และทำให้ผิวโดยรวมอิ่มฟู ดูสุขภาพดี
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวขาดน้ำ มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือมีผิวบาง สามารถฉีดเป็นคอร์สฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนได้ ผิวดูใสแบบไม่เสี่ยงต่อการเป็นก้อนหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ

งานผิวฉ่ำโกลว์
เนียนใสอย่างธรรมชาติ
“ Belotero Revive ”

Belotero Revive 
คืออะไร? ทำไมถึงหลายคนต้องลอง | เลเซอร์หลุมสิว
Belotero Revive คืออะไร? ทำไมถึงหลายคนต้องลอง

Belotero Revive
คืออะไร?
ทำไมถึงหลายคนต้องลอง

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

4. Customized Skin Treatment (ทรีตเมนต์ผิวเฉพาะบุคคล)

  • อีกหนึ่งความโดดเด่นของ Blossom Clinic คือ “สูตรทรีตเมนต์ปรับให้เหมาะกับผิวของแต่ละคน” หมอจะทำการวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านฮอร์โมน ไลฟ์สไตล์ ปัญหาสิว หรือร่องรอยความหมองคล้ำ แล้วเลือกโปรแกรมการดูแลที่เหมาะสมที่สุด
  • ทรีตเมนต์เหล่านี้จะประกอบด้วยขั้นตอนทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก การใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเฉพาะ พร้อมเพิ่มสารบำรุงสำคัญเพื่อช่วยปลอบประโลมผิว อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในระยะยาว

5. การฉีดเติมเต็มผิว (เติมเต็มร่องลึก)

  • สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยหรือร่องลึกบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า การฉีดสารเติมเต็มชนิดที่เหมาะสม สามารถช่วยเติมเต็มและปรับรูปหน้าให้ดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  • สารเติมเต็มมีหลากหลายชนิด คุณหมอจะพิจารณาเลือกชนิดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้ในระยะยาว

ลดร่องลึก ผิว
เนียนใสอย่างธรรมชาติ

“ ฉีดเติมเต็ม ”

รู้จัก สารเติมเต็มผิวเพื่อผิวสวย ทำไมถึงฮิตตลอดกาล | เลเซอร์หลุมสิว
รู้จัก สารเติมเต็มผิวเพื่อผิวสวย ทำไมถึงฮิตตลอดกาล

รู้จัก สารเติมเต็มผิวเพื่อผิวสวย ทำไมถึงฮิตตลอดกาล

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

มิติที่ 3 : ผิวแน่น – ยกกระชับ ต้านแรงโน้มถ่วง

ทำไมผิวหย่อนคล้อย

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ | เลเซอร์หลุมสิว
ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวจะค่อย ๆ ลดน้อยลงตามธรรมชาติ ผิวหนังจึงเริ่มบางและสูญเสียความกระชับ นอกจากนี้ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การได้รับแสงแดดมากเกินไป การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการดูแลผิวที่ไม่ถูกวิธี ก็มีส่วนทำให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วยิ่งขึ้น

Ultraformer III นวัตกรรมเพื่อผิวกระชับจากภายใน

  • Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยใช้พลังงาน Focused Ultrasound ในรูปแบบ Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) ช่วยกระตุ้นชั้นกล้ามเนื้อผิว SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในศัลยกรรมดึงหน้า
  • ข้อดีของ Ultraformer III คือความแม่นยำ ไม่ก่อให้เกิดแผลผ่าตัด และทำให้ผิวตึงกระชับ ปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการยกกระชับตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันการหย่อนคล้อยในอนาคต

ยกหน้าตึง ไม่ต้องผ่าตัด
ผิวแน่นกระชับ หน้าเด็ก ไม่ต้องพักฟื้น

“ Ultraformer III ”

รู้จัก สารเติมเต็มผิวเพื่อผิวสวย ทำไมถึงฮิตตลอดกาล | เลเซอร์หลุมสิว
รู้จัก สารเติมเต็มผิวเพื่อผิวสวย ทำไมถึงฮิตตลอดกาล

รู้จัก สารเติมเต็มผิวเพื่อผิวสวย ทำไมถึงฮิตตลอดกาล

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

การทำ Ultraformer III ที่ Blossom Clinic เป็นอีกหนึ่งบริการยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการ “งานผิวแน่น” เพราะคุณหมอจะประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด พร้อมวางแนวการยิงให้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบ ตึง กระชับ และมีประสิทธิภาพสูงสุด การ Ultraformer III จึงตอบโจทย์สำหรับผู้ที่กำลังมองหา Beauty clinic near me ที่มีนวัตกรรมดึงหน้า ยกกระชับหน้า โดยไม่ศัลยกรรม

มิติที่ 4 : ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และโกลว์สุขภาพดี

ความสำคัญของผิวกระจ่างใสจากภายใน

การมีผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง และดูโกลว์ แสดงถึงสุขภาพผิวที่ดี มีระดับความชุ่มชื้นและการไหลเวียนเลือดที่เหมาะสม รวมถึงการดูแลจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่ครบถ้วน การดื่มน้ำเพียงพอ และที่สำคัญคือการใช้เทคนิคทางการแพทย์เพื่อลดความโทรมของผิวในระยะยาว

ตัวช่วยเพิ่มโกลว์ให้ผิวที่ Blossom Clinic แนะนำ

1. Sculptra (ฉีด Sculptra)

  • Sculptra คือสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยส่วนประกอบหลักคือ “Poly-L-Lactic Acid” ซึ่งจะค่อย ๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้เอง
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแน่นของผิว ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และเติมเต็มใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์
  • ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่เรื่องการเพิ่มวอลลุ่มเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ

กระตุ้นคอลลาเจน ผิวอิ่มฟู
ดูอ่อนเยาว์กว่าที่เคย

“Sculptra”

Sculptra ดีอย่างไร? ทำไมถึงกลายเป็นนวัตกรรมฟื้นฟูผิวฉ่ำสุดฮอต | เลเซอร์หลุมสิว
Sculptra ดีอย่างไร? ทำไมถึงกลายเป็นนวัตกรรมฟื้นฟูผิวฉ่ำสุดฮอต

Sculptra ดีอย่างไร?
ทำไมถึงกลายเป็น
นวัตกรรมฟื้นฟูผิวฉ่ำ
สุดฮอต

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

2. PRP Skin

  • PRP หรือ Platelet-Rich Plasma คือกระบวนการนำเลือดของเราเองมาสกัดเอาเกล็ดเลือดเข้มข้น แล้วฉีดกลับเข้าสู่ชั้นผิว
  • เกล็ดเลือดเหล่านี้มี Growth Factors ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอยบาง ๆ เพิ่มความกระจ่างใสและความยืดหยุ่น
  • ข้อดีคือเป็นวิธีที่ใช้เซลล์จากร่างกายของเราเอง จึงมีความปลอดภัยสูง ไม่ค่อยพบอาการแพ้

ปลุกพลังฟื้นฟูผิว-ผม ด้วยเกล็ดเลือด
เผยผิวอ่อนเยาว์จากภายใน

“ PRP Skin ”

PRP Skin ดียังไง? ใครควรทำบ้าง? | เลเซอร์หลุมสิว
PRP Skin ดียังไง? ใครควรทำบ้าง?

PRP Skin ดียังไง?
ใครควรทำบ้าง?

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

3. Drip Vitamin หรือ การฉีดผิว / เติมวิตามินผิว

  • การฉีดผิว หรือ Drip Vitamin เป็นการให้วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายทางเส้นเลือด ช่วยฟื้นฟูร่างกายและผิวพรรณให้สดใสจากภายใน
  • หลายคนเลือกการฉีดผิวขาว เพื่อกระตุ้นให้ผิวขาวใสเร็วขึ้น แต่ที่ Blossom Clinic เราเน้นการให้วิตามินที่ครอบคลุมสุขภาพโดยรวมด้วย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลร่างกาย ส่งเสริมให้ผิวแข็งแรง มีความยืดหยุ่นและเรียบเนียนขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ พักผ่อนน้อย หรือผู้ที่ต้องการบำรุงผิวพรรณแบบเร่งด่วนและตรงจุด

บูสต์ผิวโกลว์เติมวิตามินเข้มข้น
ให้ร่างกายสุขภาพดี ออร่าพุ่ง

“ Drip Vitamin ”

Drip Vitamin จำเป็นอย่างไร? อยากผิวขาวกระจ่างใสห้ามพลาด!
Drip Vitamin จำเป็นอย่างไร? อยากผิวขาวกระจ่างใสห้ามพลาด!

Drip Vitamin
จำเป็นอย่างไร?
อยากผิวขาวกระจ่างใสห้ามพลาด!

อ่านเพิ่มเติมพร้อมดูรีวิว

การดูแลผิวให้มีความกระจ่างใสและดูโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ   ไม่ใช่แค่เพียงการทำทรีตเมนต์หรือหัตถการเพียงอย่างเดียว แต่ยังควรปรับการใช้ชีวิตร่วมด้วย ทั้งการดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับอย่างมีคุณภาพ และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดรุนแรง หากต้องการคำปรึกษาเฉพาะบุคคล คุณสามารถติดต่อหมอรักษาสิว หรือค้นหาคลินิกฉีดผิว ใกล้ฉัน โดยปรึกษาแพทย์ที่ Blossom Clinic เพื่อเลือกรูปแบบการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณได้อย่างตรงจุด

ครบทุกมิติของงานผิวสวย ที่ Blossom Clinic เราพร้อมดูแล

เมื่อเราเข้าใจ “4 มิติของงานผิวที่ดี” ได้แก่

  • สีผิวสม่ำเสมอ – แก้ปัญหาเม็ดสีด้วย Pico Plus Laser
  • ผิวเรียบเนียน – ลดหลุมสิว ลดรูขุมขนกว้าง ริ้วรอย และร่องลึกด้วยการ Pico Plus Laser โหมด Fractional, ฉีดโบ (Botulinum Toxin) , Belotero Revive, Customized Skin Treatment และ ฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มผิว
  • ผิวแน่น – ยกกระชับด้วย Ultraformer III เพื่อให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ต้านแรงโน้มถ่วง
  • ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส – ฟื้นฟูผิวจากภายในด้วย Sculptra, PRP Skin และ Drip Vitamin (ฉีดผิว)

จะเห็นได้ว่า Blossom Clinic มีโซลูชันที่ครอบคลุมทุกปัญหาผิว ทั้งด้านความชุ่มชื้น ความกระชับ สีผิว และความสว่างใส ทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการสามารถเลือกสรรโปรแกรมที่ตอบโจทย์ตนเองได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญคือการมีคุณหมอผู้ชำนาญคอยวิเคราะห์และให้คำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

blossom clinic, Beauty clinic near me หมอรักษาสิว
blossom clinic, Beauty clinic near me หมอรักษาสิว

ทำไมต้องเลือก Blossom Clinic

  • ทีมแพทย์ผิวหนัง : มีความรู้เฉพาะทางทั้งด้านการรักษาสิว การลดริ้วรอย การเลเซอร์ผิวพรรณ การเติมเต็มผิว และปรับรูปหน้า
  • เครื่องมือครบครัน ทันสมัย : ทั้ง Pico Laser, Ultraformer III, PRP, Drip Vitamin, และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวทุกรูปแบบ
  • ปลอดภัยได้มาตรฐาน : อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทั้งหมดผ่านการรับรองมาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ 100%
  • เหมาะกับผู้ที่มองหา Beauty clinic near me, คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน, คลินิกเลเซอร์ ใกล้ฉัน, คลินิกรักษาสิว ใกล้ฉัน
  • ไม่ว่าจะเป็นคลินิก นครปฐม หรือ คลินิก ศาลายา ก็สามารถมาใช้บริการได้ง่าย เดินทางสะดวก
  • บริการหลากหลาย : ตั้งแต่ฉีดโบ, โบริ้วรอย, ฉีดผิวขาว, ลดสิว, ฉีด Sculptra, Belotero Revive, ไปจนถึงเลเซอร์ชนิดต่าง ๆ เน้นตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว
blossom clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน สเตเดียมวัน คลินิก กรุงเทพ (BTS สนามกีฬา)
blossom clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน สเตเดียมวัน คลินิก กรุงเทพ (BTS สนามกีฬา)
 blossom clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน  คลินิก ศาลายา
blossom clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน คลินิก ศาลายา
blossom clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน คลินิก นครปฐม
blossom clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน คลินิก นครปฐม

เปลี่ยนผิวหมองให้เป็นผิวปัง ที่ Blossom Clinic พร้อมดูแลคุณ

หากคุณกำลังมองหาคลินิกเลเซอร์ หรือ คลินิกรักษาสิว ศาลายา ที่น่าเชื่อถือ บรรยากาศอบอุ่น และมีความเป็นมืออาชีพ Blossom Clinic คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ เรามีแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะ พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าและผิวกายทุกประเภท ทั้ง เลเซอร์หลุมสิว, ฉีดโบ, Drip Vitamin, และอีกมากมาย ให้คุณออกจากคลินิกไปด้วยความมั่นใจและผิวที่สวยสุขภาพดีเกินคาด

“อย่าปล่อยให้ผิวที่ไม่สมบูรณ์แบบมาบั่นทอนความมั่นใจของคุณ” ถึงเวลาแล้วที่คุณจะให้รางวัลกับตัวเองด้วยผิวที่สวยครบทุกมิติ เพียงติดต่อเข้ามาที่ Blossom Clinic แล้วพบกับบริการปรึกษา วางแผนการรักษาได้ทันทีกับแพทย์ผู้ชำนาญ จองคิววันนี้ รับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ติดตามโปรโมชั่นประจำเดือนได้ที่ Promotion Blossom Clinic

เพราะผิวที่สวยไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่เกิดจากการดูแลและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผิวของคุณ

มาสัมผัสประสบการณ์งานผิวระดับพรีเมียมได้แล้ววันนี้ที่ Blossom Clinic 
ครบเครื่องทุกบริการความงาม ที่เดียวจบ ครบทุกปัญหาผิว

รีวิวคนไข้ Blossom Clinic ผิวใส อ่อนกว่าวัย ผลลัพธ์ดูธรรมชาติ

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

เทียบ 3 หัตถการ Biostimulator (Profhilo/Sculptra/Radiese)

เปรียบเทียบ 3 หัตถการ “ Biostimulator ” (Profhilo, Sculptra, Radiesse)
เปรียบเทียบ 3 หัตถการ “ Biostimulator ” (Profhilo, Sculptra, Radiesse)

ทำไมการฟื้นฟูผิวด้วย Biostimulator ถึงได้รับความนิยม?

แค่บำรุงผิวจากภายนอกอาจไม่พออีกต่อไป… เทรนด์ใหม่ที่คนรักผิวหันมาเลือกมากขึ้นคือ Biostimulator – ตัวช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ให้ผิวกลับมากระชับ เรียบเนียน และอ่อนเยาว์แบบเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับตัวท็อปของวงการทั้ง Profhilo, Sculptra และ Radiesse ว่าเหมาะกับใคร แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิวคุณมากที่สุด พร้อมคำแนะนำจาก Blossom Clinicคลินิกผิวหนังใกล้ฉัน (Beauty clinic near me) ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดผิวของคุณ

Biostimulator คืออะไร? ทำไมถึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการฟื้นฟูผิว?

Biostimulator คืออะไร? ทำไมถึงฮิตในวงการความงาม?
Biostimulator คืออะไร? ทำไมถึงฮิตในวงการความงาม?

Biostimulator คือ ผลิตภัณฑ์หรือสารที่ใช้ในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นสององค์ประกอบหลักที่ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระชับ และยืดหยุ่นมากขึ้น การใช้ Biostimulator จะช่วยให้ผิวมีความกระชับและลดการหย่อนคล้อย รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยหน้าผาก หรือรอยตีนกา

Biostimulator เหมาะกับใคร?
Biostimulator เหมาะกับใคร?

การฟื้นฟูผิวด้วย Biostimulator มีข้อดีที่สำคัญ คือ ผลลัพธ์ที่ได้จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นโดยไม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน นอกจากนี้ ยังมีความปลอดภัยสูงและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดหรือใช้สารเคมีที่รุนแรง หลายๆ คนจึงเริ่มหันมาสนใจการใช้ Biostimulator เพื่อลดริ้วรอย ฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้า หรือแม้แต่การปรับผิวหน้าให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือมีความเสี่ยงสูง

Profhilo : เทคโนโลยีการฟื้นฟูผิวที่กำลังมาแรง

ในวงการความงามในปัจจุบัน Profhilo กลายเป็นเทคโนโลยีการฟื้นฟูผิวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและเป็นที่พูดถึงกันมากในคลินิกความงามทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง Profhilo ใช้สาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายเราเอง และมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (collagen) และอีลาสตินในชั้นผิว ส่งผลให้ผิวมีความกระชับและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

Profhilo – ฟื้นฟูผิวล้ำลึก ด้วยเทคโนโลยี Hyaluronic Acid
Profhilo – ฟื้นฟูผิวล้ำลึก ด้วยเทคโนโลยี Hyaluronic Acid

สิ่งที่ทำให้ Profhilo โดดเด่นกว่าการฟื้นฟูผิวแบบอื่นๆ คือ กระบวนการที่เน้นการฟื้นฟูผิวจากภายในโดยไม่ต้องใช้การฉีดหลายๆ จุด ซึ่งช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่รุนแรง ผลที่ได้คือ ผิวที่กระชับเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ ทำให้คุณรู้สึกมั่นใจขึ้น

Profhilo ช่วยอะไร?
Profhilo ช่วยอะไร?

สำหรับผู้ที่ต้องการการฟื้นฟูผิวที่เห็นผลเร็วและไม่ต้องการการพักฟื้นนาน Profhilo เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เพราะผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ภายใน 2-3 สัปดาห์หลังการรักษา อีกทั้งยังสามารถใช้ได้กับทุกประเภทผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้สารเคมีที่รุนแรง ด้วยความสามารถในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว Profhilo จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยหรือแสดงอาการของริ้วรอย โดยได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและดูเป็นธรรมชาติ

ข้อดีของ Profhilo ฟื้นฟูผิว สร้างคอลลาเจน
ข้อดีของ Profhilo ฟื้นฟูผิว สร้างคอลลาเจน
รีวิว Profhilo ฉีดลดเส้นร่องลึกบริเวณลำคอ
รีวิว Profhilo ฉีดลดเส้นร่องลึกบริเวณลำคอ
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Sculptra : เสริมสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวจากภายใน

sculptra คืออีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ Biostimulator ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังชั้นลึก (Subcutaneous) โดยการใช้สาร Poly-L-lactic Acid (PLLA) กระตุ้นการเพิ่มจำนวนของ “ไฟโบรบลาสต์” (Fibroblast) หรือเซลล์สร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง การใช้ Sculptra จะเห็นผลลัพธ์ในระยะยาวที่ชัดเจนขึ้นหลังจากการรักษาประมาณ 4-6 สัปดาห์

Sculptra ทำงานอย่างไร
Sculptra ทำงานอย่างไร

การรักษาด้วย Sculptra จะช่วยเพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นให้กับผิว โดยเฉพาะในบริเวณที่สูญเสียปริมาตร เช่น บริเวณแก้ม ขมับ หรือกรอบหน้า ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในระยะยาวและไม่รีบร้อนในการเห็นผลลัพธ์ทันที นอกจากนี้ การรักษาด้วย Sculptra ยังช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ลดการหย่อนคล้อย และเพิ่มความเต่งตึงให้กับผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ Sculptra มักจะใช้ในกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยหรืออยากเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะยาว

ข้อดีของ Sculptra ฟื้นฟูผิว สร้างคอลลาเจน
ข้อดีของ Sculptra ฟื้นฟูผิว สร้างคอลลาเจน
รีวิว Sculptra กระตุ้นคอลลาเจน ย้อนวัยผิวหน้าเด็กลง | Biostimulator
รีวิว Sculptra กระตุ้นคอลลาเจน ย้อนวัยผิวหน้าเด็กลง
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Radiesse : เพิ่มปริมาตรผิวและกระตุ้นคอลลาเจนในทันที

Radiesse เป็น Biostimulator ที่มีลักษณะคล้ายกับการฉีดสารเติมเต็มผิวโดยใช้แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) ในการเติมเต็มบริเวณที่มีการสูญเสียปริมาตร เช่น ร่องแก้ม หรือขมับ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวมีความกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้น

แม้ว่าจะได้ผลลัพธ์ทันทีหลังการฉีด แต่ Radiesse มักจะเหมาะกับการใช้ในกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันทีในบางบริเวณ เช่น การปรับโครงหน้าเล็กน้อย หรือการเพิ่มปริมาตรผิวในบางพื้นที่ ซึ่งยังไม่เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวในเชิงลึกเหมือน Profhilo

เปรียบเทียบ Profhilo, Sculptra, Radiesse เลือกตัวไหนดีที่สุดสำหรับคุณ?

เปรียบเทียบ Profhilo, Sculptra, Radiesse | Biostimulator
เปรียบเทียบ Profhilo, Sculptra, Radiesse

เมื่อพูดถึงการเลือกใช้ Biostimulator สำหรับการฟื้นฟูผิว มักขึ้นอยู่กับความต้องการและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ดังนี้:

  • Profhilo : หากคุณต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูสดใส กระชับ และเรียบเนียนในเวลาสั้น Profhilo คือตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลในความเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
  • Sculptra : หากคุณต้องการเสริมสร้างคอลลาเจนภายในผิวเพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานและเห็นผลอย่างชัดเจนหลังจากหลายๆ ครั้งการรักษา Sculptra จะเป็นตัวเลือกที่ดี
  • Radiesse : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันทีและเพิ่มปริมาตรผิวในบางจุด แต่ไม่เหมาะกับการฟื้นฟูผิวในเชิงลึกเหมือน Profhilo

ผลลัพธ์ที่คาดหวังหลังการรักษาแต่ละประเภท

  • Profhilo : ผิวหน้าจะดูอ่อนเยาว์ขึ้น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์
  • Sculptra : คอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่เห็นจะชัดเจนขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์
  • Radiesse : ผลลัพธ์จะเห็นได้ทันทีหลังการฉีด ปริมาตรผิวเพิ่มขึ้นและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน

ทำไมต้องเลือก Blossom Clinic สำหรับการใช้บริการหัตถการ Biostimulator?

  1. แพทย์ผู้ชำนาญ : แพทย์ของเราได้รับการฝึกอบรมและมีความชำนาญในการทำหัตถการ Biostimulator และมีหมอรักษาสิวที่มีความแม่นยำในการประเมินผิวอย่างละเอียด  มีประสบการณ์ในการดูแลและฟื้นฟูผิวพรรณด้วยเทคนิคที่ถูกต้องแม่นยำและเหมาะกับคนไข้แต่ละเคส เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ
  2. เทคโนโลยีที่ทันสมัย : Blossom Clinic ใช้ผลิตภัณฑ์ Biostimulator ที่มีคุณภาพสูง เช่น Profhilo ที่ได้มาตรฐาน, Sculptra  ที่ใช้สาร PLLA ซึ่งได้การรับรองจาก US FDA และ Thai FDA ว่ามีความปลอดภัย ทั้งยังมีงานวิจัยที่รับรองถึงผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวพรรณ ผลิตภัณฑ์ของเราช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระชับ ดูเป็นธรรมชาติ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  3. บริการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล : เราเข้าใจว่าผิวของแต่ละคนมีลักษณะและปัญหาที่แตกต่างกัน แพทย์จะประเมินสภาพผิวของคุณและแนะนำการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าคุณต้องการฟื้นฟูผิวหน้า หรือปรับรูปหน้าให้ดูเรียบเนียน
  4. ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย : ที่ Blossom Clinic เราใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของลูกค้า เราใช้มาตรฐานการทำงานที่สูงและให้บริการในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพื่อให้คุณรู้สึกสบายใจและมั่นใจในการรักษาทุกขั้นตอน
  5. ผลลัพธ์ที่ยาวนานและเป็นธรรมชาติ : การรักษาด้วยหัตถการ Biostimulator ที่ Blossom Clinic ช่วยให้ผิวของคุณดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างธรรมชาติ ปรับผิวให้กระชับและลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน
  6. ที่ตั้งใจกลางเมือง สะดวกเดินทางและบริการที่ใส่ใจ : ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกรุงเทพ หรือในพื้นที่ ศาลายา หรือ นครปฐม คลินิกของเราตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองที่สะดวกสบาย และมีบริการที่ใส่ใจลูกค้าอย่างใกล้ชิด คุณจะได้รับการดูแลและคำแนะนำจากทีมงานอย่างจริงใจและเต็มที่ทุกครั้งที่มาใช้บริการ

คำแนะนำและข้อควรรู้ก่อนการทำหัตถการ Biostimulator

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำการรักษาด้วย Biostimulator ที่ Blossom Clinic เรามีคำแนะนำและข้อควรรู้ที่สำคัญ เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัยสูงสุด:

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา : การปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดแพทย์จะช่วยประเมินสภาพผิวของคุณอย่างละเอียดและแนะนำผลิตภัณฑ์ Biostimulator ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
  • เลือกเวลาในการทำที่เหมาะสม : การรักษาด้วย Biostimulator ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน แต่ก็ควรเลือกช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบ เช่น หากคุณมีงานสำคัญในเร็วๆ นี้ ควรทำการรักษาล่วงหน้าเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการทานยาบางชนิด : ก่อนทำการรักษาควรหลีกเลี่ยงการทานยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางตัว เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวมและช้ำได้ง่าย
  • ไม่มีอาการอักเสบหรือแพ้ก่อนการรักษา : หากคุณมีอาการผิวหนังอักเสบหรือแพ้สารใดๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำการรักษา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ Biostimulator
  • ไม่คาดหวังผลลัพธ์รวดเร็วเกินจริง : การรักษาด้วย Biostimulator จะช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แต่ผลลัพธ์อาจใช้เวลา โดยคุณอาจเริ่มเห็นผลภายใน 2-3 สัปดาห์หลังการรักษา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการรักษา : หลังจากการทำ Biostimulator ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงและไม่ทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในระหว่างวันแรกๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
  • ดูแลผิวหลังการรักษา : การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำ Biostimulator คงอยู่ได้ยาวนานขึ้น

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทำจะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การรักษาที่ดีที่สุดและเห็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ทำให้คุณมีผิวที่กระจ่างใส อ่อนเยาว์ และมีความกระชับได้อย่างยาวนาน!

Biostimulator ทางเลือกใหม่ของการฟื้นฟูผิวที่ปลอดภัย เห็นผลจริง

ถึงเวลาเปลี่ยนผิวที่ดูเหนื่อยล้า ให้กลับมาใส เด้ง ดูเด็กกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรม biostimulator คือที่สุดที่เราอยากนำเสนอ Blossom Clinic คลินิกความงามชั้นนำในย่านบรรทัดทอง ใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ โครงการสเตเดียมวัน คลินิก ศาลายา และ คลินิก นครปฐม เราพร้อมดูแลคุณด้วยบริการมาตรฐานสูงจากแพทย์ผู้ชำนาญ ทั้ง Profhilo, Sculptra และทางเลือกที่เหมาะกับผิวคุณที่สุด ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แค่เริ่มต้น…ผลลัพธ์จะค่อยๆ เปลี่ยนผิวให้สวยจากภายใน

หลายคนที่อยากดูแลผิว อาจจะกำลังเสิร์ชหา  คลินิก ศาลายา คลินิก นครปฐม คลินิกรักษาสิว ศาลายา คลินิกเลเซอร์ หรือ Beauty clinic near me สนใจปรึกษาทักแชทหาเราเลย กับคลินิกผิวหนังใกล้ฉัน ที่พร้อมอยู่เคียงข้างและช่วยคุณ มาเจอเราได้ที่ Blossom Clinic แล้วพบกันได้ทั้ง 3 สาขานะคะ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ปักหมุด คลินิกผิวหนัง ใกล้ฉัน Blossom Clinic ใกล้ BTS สนามกีฬา ย่านบรรทัดทอง แวะเลย!

ปักหมุด คลินิกผิวหนัง ใกล้ฉัน Blossom Clinic ใกล้ BTS สนามกีฬา ย่านบรรทัดทอง แวะเลย!
ปักหมุด คลินิกผิวหนัง ใกล้ฉัน Blossom Clinic ใกล้ BTS สนามกีฬา ย่านบรรทัดทอง แวะเลย!

ปักหมุด คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน Blossom Clinic

Blossom Clinic คลินิกฉีดหน้า ใกล้ฉัน (Beauty Clinic Near Me) บรรยากาศดี | คลินิกผิวหนัง
Blossom Clinic คลินิกฉีดหน้า ใกล้ฉัน (Beauty Clinic Near Me) บรรยากาศดี

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็อยากดูดี มีออร่า และมั่นใจในตัวเองกันทั้งนั้น แต่จะเลือกคลินิกเสริมความงามทั้งที ต้องเลือกให้ปังที่สุด ไม่ว่าจะเป็น คลินิกผิวหนัง คลินิกรักษาสิว คลินิกเลเซอร์ Pico Laser ปรับรูปหน้า ฉีดโบริ้วรอย หรือดูแลผิวพรรณแบบจัดเต็ม นอกจากต้องมั่นใจว่าบริการดี เครื่องมือได้มาตรฐาน ตัวยาแท้ และคุณหมอที่มีความชำนาญแล้ว เรื่องโลเคชั่นก็สำคัญ ลองนึกภาพดูว่าทำสวยเสร็จแล้วเดินออกมาเจอร้านคาเฟ่ชิค ๆ มีห้างดังอยู่ใกล้ ๆ หรือจะแวะช้อปปิ้งต่อ ก็ยังได้ ยิ่งถ้าเดินทางง่าย ติด BTS แบบไม่ต้องฝ่ารถติดให้ปวดหัว ก็ยิ่งเป็นอะไรที่เริ่ดสุด ๆ เลยจริงไหมล่ะ ? ซึ่งที่ Blossom Clinic สาขา Stadium One นี่แหละคลินิกผิวหนัง ใกล้ฉัน (Beauty Clinic Near Me) ที่ใช่เลย แวะมาทำสวยเสร็จแล้วจะไปชิลต่อ ไปแฮงเอาต์ ไปตระเวนกิน หรือไปถ่ายรูปเล่นต่อก็ยังได้

Blossom Clinic สาขา Stadium One คลินิกเลเซอร์ บรรยากาศดี | คลินิกผิวหนัง
Blossom Clinic สาขา Stadium One คลินิกเลเซอร์ บรรยากาศดี
บรรยากาศ คลินิกรักษาสิว ใกล้ฉัน Blossom Clinic สาขา Stadium One | คลินิกผิวหนัง
บรรยากาศ คลินิกรักษาสิว ใกล้ฉัน Blossom Clinic สาขา Stadium One
Blossom Clinic สาขา Stadium One คลินิกฉีดหน้า ใกล้ฉัน บรรยากาศดี | คลินิกผิวหนัง
Blossom Clinic สาขา Stadium One คลินิกฉีดหน้า ใกล้ฉัน บรรยากาศดี

ปัญหาผิวและผมที่พบบ่อย

ใคร ๆ ก็บอกว่าเลข 3 น่ากลัว จริงเหรอ หรือแค่เราคิดไปเอง? พออายุเข้าเลข 3 ปุ๊บ ก็เหมือนชีวิตกำลังเปลี่ยนโหมดเข้าสู่ด่านใหม่ ด่านที่ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องงาน เรื่องเงิน แต่รวมไปถึงเรื่องผิวพรรณและเส้นผมด้วย เพราะอายุที่มากขึ้น เซลล์ในร่างกายก็เริ่มทำงานถดถอยลง ส่งผลให้ผิวพรรณไม่สดใสเหมือนเดิม เส้นผมก็อาจจะเริ่มบาง หรือขาดหลุดร่วงง่ายขึ้น กลายเป็นวิกฤตของช่วงวัยที่หลายคนเริ่มกลัว แล้วปัญหาผิวและผมที่คนวัย 30+ ต้องเจอมีอะไรบ้าง

  • ริ้วรอยและความหย่อนคล้อย จากคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง 
  • จุดด่างดำและฝ้า ที่มาจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินจากแสงแดดและฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
  • รูขุมขนกว้างและผิวไม่เรียบเนียน จากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนทำให้รูขุมขนขยายและผิวดูไม่กระชับ 
  • ใต้ตาคล้ำและถุงใต้ตา จากการไหลเวียนของเลือดลดลง 
  • สิวฮอร์โมน ที่สามารถเกิดขึ้นได้แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงวัยรุ่น
  • ผมบางและหลุดร่วง จากการเจริญเติบโตของเส้นผมช้าลง
  • ผมหงอกก่อนวัย ที่เกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินลดลง

เหตุผลที่คนเลือก Blossom Clinic ดูแลปัญหา Anti-Aging ครบครันทั้งผมและผิว

พอปัญหาผิวและผมเริ่มมาเยือน หลายคนก็เริ่มนอยด์ จะปล่อยให้เป็นไปตามวัยก็ไม่ไหว แต่จะให้ย้อนเวลากลับไปผิวเด้งเหมือนวัย 20 ก็ไม่ได้ ทางออกก็คือต้องรีบลุกขึ้นมาดูแลตัวเองแบบจริงจัง และแน่นอนว่าการบำรุงอย่างเดียวอาจไม่พอ หัตถการทางคลินิกจึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้เห็นผลไว และดูแลผิวและผมได้แบบตรงจุด ซึ่งที่ Blossom Clinic สเตเดียมวัน คลินิกรักษาสิว ใกล้ฉัน เข้าใจดีว่าคนวัย 30+ ต้องการอะไร จึงได้คัดสรรหัตถการที่ควรทำเพื่อชะลอวัย (Anti-Aging) มาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นตัวช่วยกู้ผิวให้กลับมาสดใส เปล่งปลั่งเหมือนนอนครบ 8 ชั่วโมง หรือจะเป็นเทคโนโลยีล้ำ ๆ ที่ช่วยดูแลเส้นผมให้หนานุ่ม สุขภาพดี ที่นี่ก็มีครบ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

Pico Plus Laser แก้ไขปัญหารอยสิว

Pico Plus Laser ลดรอยดำ รอยแดง หลุมสิว
Pico Plus Laser ลดรอยดำ รอยแดง หลุมสิว

Pico Plus Laser เป็นการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและแก้ไขปัญหาสิว ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ลดรอยดำ รอยแดง และหลุมสิว และฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนกระจ่างใส โดยที่ Blossom Clinic มี 2 โหมดหลักให้เลือกตามปัญหาผิว แบบที่ 1 คือ โหมด “Pico Toning” จัดการเม็ดสี ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวใสขึ้นแบบไม่ต้องพักฟื้น หน้าไม่แดง และแบบที่ 2 คือ โหมด “Fractional Pico Laser” ลดหลุมสิว กระชับรูขุมขน พร้อมกระตุ้นผิวให้เรียบเนียน ซึ่งโหมดนี้อาจมีอาการแดงเล็กน้อยแต่จะหายได้เองภายใน 7 วัน

Pico Laser โดย หมอรักษาสิว ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง
Pico Laser โดย หมอรักษาสิว ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ฉีดโบ ลดริ้วรอยและยกกระชับหน้า

คลินิกฉีดหน้า ใกล้ฉัน ลดริ้วรอย ดูเด็ก อ่อนเยาว์ | คลินิกผิวหนัง
คลินิกฉีดหน้า ใกล้ฉัน ลดริ้วรอย ดูเด็ก อ่อนเยาว์

การฉีดโบ (Botulinum toxin) เพื่อลดริ้วรอยกวนตากวนใจ ยกกระชับหน้าให้ดูเป๊ะปัง แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ ยิ้มได้ ขยับหน้าได้ ไม่แข็ง ไม่โป๊ะ โดยที่ Blossom Clinic ใช้โบแท้ 100% ไม่เสี่ยงแพ้ ไม่เสี่ยงดื้อยา ฉีดแล้ว ไม่ทิ้งรอยช้ำเขียว หน้าใสเนียนกริบแบบไม่โป๊ะ ไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน

ฉีดโบ ลดริ้วรอย คลินิกผิวหนัง ใกล้ฉัน Blossom Clinic
ฉีดโบ ลดริ้วรอย คลินิกผิวหนัง ใกล้ฉัน Blossom Clinic
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Ultraformer III เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย

 Ultraformer III ยกกระชับ ปรับรูปหน้าได้สัดส่วน
Ultraformer III ยกกระชับ ปรับรูปหน้าได้สัดส่วน

Ultraformer III เทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวได้ทั้งใบหน้า ร่องแก้ม เหนียง ลำคอ หรือแม้แต่หน้าทอง ต้นขา และสะโพก ก็เก็บได้หมด ด้วยพลังงาน Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) เจาะลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ใช้ดึงหน้า) ทำให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับได้แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นให้เสียเวลา ที่สำคัญคือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวให้เด้งฟู ลดริ้วรอย หน้าเรียวกระชับ

Ultraformer III ยกกระชับหน้า ปรับหน้าเรียว | คลินิกผิวหนัง
Ultraformer III ยกกระชับหน้า ปรับหน้าเรียว
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ฉีดสารเติมเต็ม (Filling Substance) เติมเต็มชั้นผิวหนังให้อิ่มฟูดูธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ คืออะไร | คลินิกผิวหนัง
ฟิลเลอร์ คืออะไร

การฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ช่วยเติมเต็มชั้นผิวหนังให้อิ่มฟูดูธรรมชาติ เติมเต็มร่องลึกอย่างร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ ให้หน้าดูสดใส ไม่โทรม ปรับรูปหน้า เติมคางให้สวยละมุน เสริมมิติให้หน้าดูสมดุล เพิ่มวอลุ่มให้ผิว หน้าไม่แบน มีมิติ เติมปากให้อวบอิ่ม ได้ทรงสวย ซึ่งที่ Blossom Clinic ใช้ฟิลเลอร์ที่มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย พร้อมแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญในออกแบบการฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ดูแลอย่างใกล้ชิดให้คุณสวยขึ้นแบบเนียน ๆ

 ฉีดเติมเต็ม ที่ Blossom Clinic โดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านการปรับรูปหน้า
ฉีดเติมเต็ม ที่ Blossom Clinic โดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านการปรับรูปหน้า
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Customized Skin Treatment ทรีตเมนต์บำรุงล้ำลึก 7 ขั้นตอน

Customized Skin Treatment กู้ผิวพังให้กลับมาปัง ด้วยทรีตเมนต์บำรุงล้ำลึก 7 ขั้นตอน บริการที่ออกแบบการดูแลผิวให้เหมาะสมกับปัญหาผิวแต่ละบุคคล ไม่ว่าผิวจะหมองคล้ำ มีปัญหาสิว หรือขาดความชุ่มชื้น ด้วยนวัตกรรมจากเกาหลีที่สามารถ Mix & Match สูตรบำรุงตามสภาพผิวแบบเฉพาะตัว ได้ผิวกระจ่างใส ฉ่ำวาว ดูสุขภาพดีกลับมาอีกครั้ง

PRP Skin ฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

PRP กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว หน้าใส | คลินิกผิวหนัง
PRP กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว หน้าใส

PRP Skin (Platelet Rich Plasma) เป็นเทคนิคการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอย ด้วยเกล็ดเลือดจากร่างกายของเราเอง โดยนำเลือดมาปั่นแยกเพื่อให้ได้เกล็ดเลือดเข้มข้นกว่าปกติถึง 4 เท่า แล้วฉีดกลับเข้าสู่ผิวเพื่อกระตุ้น Growth Factor ให้ผิวฟื้นตัวจากภายใน เพื่อผิวกระจ่างใส เนียนเด้งแบบธรรมชาติ ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ กระชับรูขุมขน ผิวอิ่มน้ำดูอ่อนกว่าวัย

 รีวิว PRP Skin กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว หน้าใส
รีวิว PRP Skin กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว หน้าใส
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

PRP Anti-Hair loss ช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ ฟื้นฟูผมให้หนาขึ้น โดยไม่ต้องปลูกผม

PRP ผม แก้ผมเสีย กู้ผมบาง ผมร่วง | คลินิกผิวหนัง
PRP ผม แก้ผมเสีย กู้ผมบาง ผมร่วง

PRP Anti-Hair loss เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ที่นำเกล็ดเลือดจากคนไข้เองฉีดทั่วหนังศีรษะ ช่วยกระตุ้น Growth Factor ช่วยให้เซลล์รากผมให้แข็งแรงขึ้น เติมสารอาหารให้เส้นผมแข็งแรง ฟื้นฟูผมให้หนาขึ้น โดยไม่ต้องปลูกผม แก้ปัญหาผมร่วง ผมบางจากฮอร์โมนหรือพันธุกรรม ลดการหลุดร่วง ขาดง่าย พร้อมกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมดูเป็นธรรมชาติ

PRP Hair แก้ผมเสีย กู้ผมบาง
PRP Hair แก้ผมเสีย กู้ผมบาง
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

มาตรฐานความปลอดภัยที่ Blossom Clinic สาขา Stadium One

Blossom Clinic สาขา Stadium One ให้บริการด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความชำนาญของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง รวมถึงหมอรักษาสิวที่มีความชำนาญ เทคนิคการรักษาแบบเอาใจใส่ตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนการรักษา การดูแลระหว่างทำ และการติดตามผลหลังการรักษา คุณภาพของเครื่องมือ อุปกรณ์ และยาที่เป็นของแท้ 100% สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นใจและสบายใจตลอดกระบวนการ รวมถึงใส่ใจความของสถานที่ ได้รับการฆ่าเชื้ออย่างดีเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้เข้ารับการรักษา

รักษาโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน

Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง โดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านผิวหนัง
Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง โดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านผิวหนัง

แพทย์ที่ Blossom Clinic สาขา Stadium One เป็นแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน มีความเป็นมืออาชีพ ในการใช้เทคนิคที่ทันสมัย พร้อมด้วยเครื่องมือและตัวยาแท้ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยสูงสุดในการรักษา เอาใจใส่ดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด

หมอบีม นพ.คชาณัฐ พันธ์สุข แพทย์ผิวหนังและดูแลรูปหน้า

หมอบีม Blossom Clinic
หมอบีม Blossom Clinic

หมออุ๋ย พญ.สิริธร ปัณณะรัส แพทย์ผิวหนังและดูแลรูปหน้า

หมออุ๋ย Blossom Clinic
หมออุ๋ย Blossom Clinic

หมอเบล พญ.ศรัณยา ศรีวราสาสน์ แพทย์ผิวหนังและดูแลรูปหน้า

หมอเบล Blossom Clinic
หมอเบล Blossom Clinic

หมอโบ๊ท นพ.ภาณุทัศน์ ปิยะนันทสมดี แพทย์ด้านผิวหนังและดูแลรูปหน้า

หมอโบ๊ท Blossom Clinic
หมอโบ๊ท Blossom Clinic

เทคนิคการรักษาทางคลินิก

Blossom Clinic สาขา Stadium One ไม่ได้เป็นเพียงแค่คลินิกเสริมความงามทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่ใส่ใจและดูแลแบบเคสต่อเคส ประเมินอาการและวางแผนการรักษาร่วมกับคนไข้เพื่อการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและเส้นผมของแต่ละคน เลือกใช้เทคนิคการรักษาและหัตถการสมัยใหม่ ให้คำปรึกษาแบบจริงใจ ไม่มีการยัดเยียดขายคอร์ส หรือกดดันให้ต้องซื้ออะไรที่ไม่จำเป็น ที่สำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เทคนิคการรักษาที่ Blossom Clinic
เทคนิคการรักษาที่ Blossom Clinic

รักษาตรงจุด เห็นผล ปลอดภัย

แพทย์ Blossom Clinic ประเมินและวางแผนแก้ไขปัญหาผิว รักษาสิว ปรับรูปหน้า ด้วยหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาคนไข้ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเด่นๆ ทำแล้วเห็นผลความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น โปรแกรมเลเซอร์ผิวที่จัดการปัญหาผิวได้ครอบคลุม อย่างการทำเลเซอร์ผิว (Pico laser) การปรับรูปหน้า ด้วยฟิลเลอร์ (Filler) ฉีดโบ (Botulinum toxin) โปรแกรมยกกระชับผิว หน้าเด็ก (Ultraformer III) โปรแกรมย้อนวัยผิวหน้าเด็ก กระตุ้นคอลลาเจนผิว (Sculptra)  และโปรแกรมรักษาสิว (Acne Treatment) ภายใต้การดูแลทำหัตถการที่ปลอดภัย การให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ช่วยให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์หลังทำที่ดี

คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้

ทางคลินิกให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย ทุกโปรแกรมของเราใช้ผลิตภัณฑ์แท้ เครื่องแท้ ทำให้เกิดคุณภาพมาตรฐานในการทำหัตถการ ภายใต้การดูแลอย่างปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ของทางคลินิก ด้วยราคาที่ไม่แพงและเข้าถึงได้ ทำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ใช้บริการที่ Blossom Clinic

เครื่องมาตรฐาน ตัวยาแท้ 100%

 เครื่องมือ Blossom Clinic ได้รับรองมาตรฐาน
เครื่องมือ Blossom Clinic ได้รับรองมาตรฐาน

Blossom Clinic สาขา Stadium One ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพทั้งมาตรฐานของอุปกรณ์ เช่น เครื่องเลเซอร์ Pico Plus Laser ได้รับการรับรองจาก United States Food and Drug Administration (US FDA) และองค์การอาหารและยาของประเทศไทย (อย.) ช่วยจัดการปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงตัวยาที่ใช้ในทุกกระบวนการรักษา เช่น โบเกาหลี Nabota สำหรับการฉีดโบ เป็นตัวยาของแท้ 100% มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน หมดกังวลเรื่องโบปลอมไปได้เลย

ขั้นตอนการใช้บริการที่ Blossom Clinic

สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาใช้บริการ Blossom Clinic สาขา Stadium One สามารถทำตามขั้นตอนได้ง่าย ๆ ดังนี้

สอบถามหรือนัดจองคิวออนไลน์

ผู้ที่สนใจใช้บริการสามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือนัดหมายออนไลน์เพื่อเข้ารับบริการ และรับการประเมินเบื้องต้นได้ผ่านช่องทางออนไลน์ง่าย ๆ เพียงแอดไลน์ Line ID: @blossomclinic (https://lin.ee/iYHm3As)

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ปรึกษาแพทย์

ปรึกษาแพทย์แพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินและร่วมกันการวางแผนการรักษาอย่างละเอียด

เตรียมตัวก่อนทำหัตถการ ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่

เพื่อให้การทำหัตถการที่ Blossom Clinic เป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผู้เข้ารับบริการจะต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษา ประเมิน และรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวและปัญหาที่ต่างกัน แถมหัตถการแต่ละแบบก็มีข้อควรปฏิบัติที่แตกต่างกันไปด้วย เช่น

ก่อนฉีดโบท็อกซ์ ห้ามทำอะไร

 เตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
เตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
  • งดรับประทานยาหรือวิตามินที่มีฤทธิ์ในการต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) วิตามินซี น้ำมันตับปลา และแปะก๊วย เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลบริเวณที่ฉีด
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เพราะจะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ทำให้เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลง
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้หลอดเลือดเปราะและเกิดความบาดเจ็บได้ง่าย
  • งดใช้ยากลุ่มที่มีสารวิตามินเอ เช่น สารเรติน-เอ (Retin-A) สารเรตินอยด์ (Retinoid) กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) เป็นเวลา 1-2 วันก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากยากลุ่มนี้อาจทำให้ผิวบางลง เสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำหลังรับบริการ รวมถึงอาจส่งผลต่อการกระจายตัวยาอีกด้วย
  • งดเสริมความงามหรือรับบริการเกี่ยวกับผิวที่อาจทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง เช่น โกนขน เลเซอร์ขน เลเซอร์ผิว สครับผิว และนวดหน้า ประมาณ 3 วันก่อนรับบริการ

ข้อห้ามก่อนฉีดฟิลเลอร์

 เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ | คลินิกผิวหนัง
เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
  • งดรับประทานยาที่มีฤทธิ์ในการต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลบริเวณที่ฉีด
  • งดรับประทานยาอาหารเสริม อย่างวิตามินอี น้ำมันพริมโรส และสารสกัดจากแปะก๊วย 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ
  • งดใช้ยากลุ่มที่มีสารวิตามินเอ เช่น สารเรติน-เอ (Retin-A) สารเรตินอยด์ (Retinoid) กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) และครีมลดเลือนริ้วรอยทุกชนิดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากยากลุ่มนี้อาจทำให้ผิวบางลง และเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำหลังรับบริการได้
  • งดเสริมความงามหรือรับบริการเกี่ยวกับผิวที่อาจทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง เช่น โกนขน เลเซอร์ขน เลเซอร์ผิว สครับผิว และนวดหน้า ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนรับบริการ
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น ออกกำลังกายหนักๆ หรือซาวน่า อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ ฟิลเลอร์จึงจะจับตัวกับน้ำได้น้อยลงและพองตัวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

เตรียมตัวก่อนทำ PRP ผิวและ PRP ผม

เตรียมตัวก่อนทำ PRP | คลินิกผิวหนัง
เตรียมตัวก่อนทำ PRP
  • ควรดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมาก วันละประมาณ 1-2 ลิตร ในช่วง 3 วันก่อนเข้ารับบริการ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และงดบุหรี่ อย่างน้อย 3 วัน
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานของมัน ของทอด หรืออาหารไขมันสูง 1 วันก่อนรับบริการ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่อ่อนเพลีย

เข้ารับการทำหัตถการ

หลังจากเตรียมตัวพร้อมแล้ว เข้ารับการทำหัตถการโดยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญ และคอยดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด

ดูแลตัวเองหลังจากทำหัตถการ

ภายหลังจากการทำหัตถการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะให้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด และลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เช่น

หลังทํา Pico ห้ามทําอะไรบ้าง

หลังทํา Pico ห้ามทําอะไร
หลังทํา Pico ห้ามทําอะไร
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องสัมผัสกับแดดโดยตรงเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • ห้ามสัมผัสใบหน้า หลีกเลี่ยงการแกะ เกา บริเวณที่ทำเลเซอร์
  • ห้ามให้แผลโดนน้ำหรือสบู่จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดหมด
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ระคายเคือง งดใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือวิตามิน A เป็นเวลา 7-14 วัน

หลังฉีดโบ มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบ ที่ Blossom Clinic | คลินิกผิวหนัง
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบ ที่ Blossom Clinic
  • หลังฉีดลดกรามควรเคี้ยวหมากฝรั่งต่อเนื่อง 30 นาที เพื่อให้ตัวยาทำงานได้ดี
  • อาจมีรอยเข็มแดง ๆ จะหายเองภายใน 1 วัน อาจบวมเฉพาะจุดเล็กน้อยได้ โดยค่อยๆ ยุบลงภายใน 2-3 ชั่วโมง
  • ไม่ควรนวดหน้าประมาณ 1 สัปดาห์
  • ไม่ควรให้ใบหน้าโดนความร้อน หรือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น
  • ไม่ควรเป่าผมหรือไดร์ผมใกล้บริเวณที่ฉีด
  • ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรงดการเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ ทำ RF เพราะความร้อนเฉพาะจุดเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อได้ใน 2 สัปดาห์แรก
  • ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-4 สัปดาห์ ช่วงแรก ๆ อาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ฤทธิ์ยาจะมีผลสูงสุดในช่วง 4-8 สัปดาห์ (1-2 เดือน) และจะหมดฤทธิ์เมื่อครบเวลา 4-6 เดือน หรืออาจจะนานกว่านี้ กรณีที่ฉีดโบอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

วิธีดูแลหลังทํา PRP หน้าใส

ดูแลหลังทํา PRP หน้าใส | คลินิกผิวหนัง
ดูแลหลังทํา PRP หน้าใส
  • งดล้างหน้า 4-6 ชั่วโมง
  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 24 ชั่วโมง
  • ควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด 2-3 วัน
  • หยุดรับประทานยาแก้ปวดแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพร็อกเซน (Naproxen) มอทริน (Motrin) 2-3 วัน

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด PRP ผม

ดูแลหลังทํา PRP ผม | คลินิกผิวหนัง
ดูแลหลังทํา PRP ผม
  • งดนอนราบหลังทำ 4 ชั่วโมง 
  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 24 ชั่วโมง
  • ใช้แชมพูและครีมนวดผมสูตรอ่อนโยน
  • หลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะแรง ๆ 
  • หยุดรับประทานยาแก้ปวดแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพร็อกเซน (Naproxen) มอทริน (Motrin) 2-3 วัน

อยากไป Blossom Clinic สาขา Stadium One เดินทางยังไงดี?

การเดินทางไปยัง Blossom Clinic สาขา Stadium One สามารถเดินทางได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นขับรถเอง หรือสะดวกใช้ขนส่งสาธารณะ ก็มาได้แบบง่ายเวอร์ เพราะโลเคชั่นใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสุด ๆ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน
Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน

การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

  • รถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกที่ 2 จากนั้นเดินตรงมาเรื่อย ๆ ประมาณ 350 เมตร จะถึงโครงการ Stadium One (โครงการอยู่ตรงข้ามโลตัสพระราม 1,จุฬาฯ ซอย 6)
  • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงที่สถานีหัวลำโพงหรือสามย่าน จากนั้นต่อรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาลงที่โครงการ Stadium One (โครงการอยู่ตรงข้ามโลตัสพระราม 1,จุฬาฯ ซอย 6)
  • สายรถประจำทางที่ผ่านบริเวณโครงการ ได้แก่
    • ป้ายจุฬาฯ ซอย 10: 73ก/73/67
    • ป้ายถนนบรรทัดทอง : 73ก/73/67/113
    • ป้ายปทุมวัน: 73ก/15/204(AC)/47/73/508/204/48
    • ป้ายสนามกีฬาแห่งชาติ: 73ก/15/204(AC)/47/73/93/508/11/204/48

เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

หากนำรถยนต์ส่วนมา สามารถจอดรถได้ที่โครงการ Stadium One ซึ่งอยู่ใกล้กับ Blossom Clinic มากที่สุด หรือนำไปจอดบริเวณรอบ ๆ โครงการได้อีกหลายจุด ดังนี้

จุดจอดรถ รอบโครงการ Stadium One | คลินิกผิวหนัง
จุดจอดรถ รอบโครงการ Stadium One
  • โครงการ Stadium One: สำหรับผู้ใช้บริการร้านค้าภายในโครงการและประทับตราบัตรจอดรถ ค่าจอดรถชั่วโมงที่ 1 ฟรี / ชั่วโมงที่ 2-4 ชั่วโมงละ 25 บาท / ชั่วโมงที่ 5 เป็นต้นไป 50 บาท/ชม. สามารถรับคูปองจอดรถฟรี 1-3 ชั่วโมง
  • จุฬาซอย 6: ค่าจอดรถชั่วโมงละ 20 บาท เมื่อประทับตราภายในโครงการ
  • Mint Tower และ CU Sport: ค่าจอดรถชั่วโมงละ 20 บาท
  • สนามศุภชลาศัย : จอดฟรี
  • อาคารจุฬาพัฒน์ : ค่าจอดรถชั่วโมงละ 20 บาท
  • โลตัสพระราม 1 : ค่าจอดรถฟรี 3 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงที่ 4 เป็นต้นไป ชั่วโมงละ 50 บาท

*อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568*

ปักหมุดเช็คอิน กินเที่ยวช้อปปิ้งใกล้ ๆ Blossom Clinic สาขาสเตเดียมวัน ทำสวยแล้วไปไหนต่อดี

หลังจากที่หน้าเป๊ะ ปากอิ่ม ผิวฟูแล้ว ใครที่ไม่ยอมกลับบ้านง่าย ๆ ท้องก็เริ่มร้องและยังพอมีเวลาเหลือ เมื่อออกจากคลินิกแล้วไปเติมความสนุกให้กับวันสวย ๆ ของเราก่อนกลับบ้านกันสักหน่อยดีกว่า ใกล้ ๆ กับ Blossom Clinic สาขา Stadium One มี แหล่งช้อปปิ้งเด็ด ๆ และร้านอร่อย ๆ รอให้คุณไปเช็คอินต่อเพียบ !

ถนนบรรทัดทอง: แหล่งรวมร้านอาหารและคาเฟ่คูล ๆ

ถนนบรรทัดทอง
ถนนบรรทัดทอง

ถนนบรรทัดทอง ย่านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเก่าแก่และทันสมัยผสมผสานกันอย่างลงตัว ที่ปัจจุบันถูกปรับภูมิทัศน์ให้กลายเป็นแหล่งรวมร้านอาหารหลากหลายประเภท ร้านขนมชื่อดัง และร้านคาเฟ่เก๋ ๆ ที่แทรกตัวอยู่ในแทบจะทุกซอกตึก โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่จะครึกครื้นและคลาคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทำสวยออกมาแล้วหิว ๆ เดินออกมาจากคลินิกแล้วจิ้มได้เลย

MBK Center: แหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้าหลากหลาย

MBK Center: แหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้าหลากหลาย
MBK Center: แหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้าหลากหลาย

หากต้องการหนีอากาศร้อน ๆ หลบเข้าไปห้าง ไปเดินชิลแบบเย็นฉ่ำ จากคลินิกสามารถเดินไปยัง MBK Centerได้ในไม่กี่นาที แหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น อุปกรณ์ไอที ของฝาก มีร้านขายของญี่ปุ่นอย่าง DON DON DONKI นอกจากนี้ยังมีโซนอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย แวะมาซื้อของครบจบในที่เดียวได้เลย

สยาม: ศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และถนนแห่งความบันเทิงของวัยรุ่น

สยาม สยามพารากอน
สยาม สยามพารากอน

หรือหากอยากเป็น “เด็กหยาม” ย้อนวันวานไปสมัยเอ๊าะ ๆ ก็สามารถเดินไปยังย่านสยาม ศูนย์กลางความบันเทิง และแหล่งช้อปปิ้ง มีห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างสยามพารากอน (Siam Paragon) สยามเซ็นเตอร์ (Siam Center) สยามดิสคัฟเวอรี (Siam Discovery) สยามสเคป (Siam Scape) สยามสแควร์วัน (Siam Square One) รวมไปถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และในช่วงสุดสัปดาห์จะมีการรวมตัวของศิลปิน น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา มาแสดงคอนเสิร์ต เล่นดนตรีสด และทำกิจกรรมต่าง ๆ กลางแจ้งบนถนนในสยามสแควร์ สนุกสนานไปกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันและความสร้างสรรค์ของเด็กยุคใหม่ ที่เหมาะจะมาผ่อนคลายหลักจากทำสวยได้ดีมาก ๆ เลยทีเดียว

Blossom Clinic สาขา

นอกจาก Blossom Clinic สเตเดี้ยมวัน แล้ว บลอสซั่ม คลินิกยังมีสาขาอีก 2 แห่ง ได้แก่ สาขาศาลายา จังหวัดนครปฐม และสาขานครปฐม เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงของผู้ใช้บริการ

สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม
Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม
  • ที่ตั้ง : 95/6 ถ.ราชดำเนิน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จงหวัดนครปฐม 73000 (อยู่บนถนนต้นสน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์)
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 13.00-21.00 น.
  • เบอร์โทรศัพท์ : 02-460-9210 กด 3
  • แผนที่: https://maps.app.goo.gl/kWuqGp4mthi12E657
Blossom Clinic บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม | คลินิกผิวหนัง
Blossom Clinic บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม

สาขาคลินิก ศาลายา (คลินิกรักษาสิว ศาลายา)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก (คลินิก ศาลายา) | คลินิกผิวหนัง
Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก (คลินิก ศาลายา)
  • ที่ตั้ง : 200 50-51 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา จังหวัดนครปฐม)
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 13.00-21.00 น.
  • เบอร์โทรศัพท์ : 02-460-9210 กด 4
  • แผนที่: https://goo.gl/maps/bUw5df2g9oASZQk76
Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)
Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

หมอบีมชวนคุย เคล็ดลับความสวย ของคนวัยเลข 3 เลข 4 ทำอะไรถึงสวยขึ้นเรื่อยๆ

หมอบีมแก้ปัญหาผิว คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน | เคล็ดลับความสวย
หมอบีมแก้ปัญหาผิว คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน

หมอบีมชวนคุย เคล็ดลับความสวย ของคนวัยเลข 3 เลข 4 
ทำอะไรถึงสวยขึ้นเรื่อยๆ

หมอบีมชวนคุย เคล็ดลับความสวย ของคนวัยเลข 3 เลข 4

30+ 40+ 50+ เคล็ดลับผิวสวยไม่รู้จบ : หมอบีมชวนคุย ปัญหาผิวและตัวช่วยย้อนวัยหน้าเด็ก

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น…ผิวก็เปลี่ยนไป

คุณเคยสังเกตไหมว่าทำไมบางคนอายุย่างเข้าเลข 3 เลข 4 เลข 5 แล้ว แต่หน้าตายังคงสดใส ดูอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ? ในขณะที่บางคนอายุเท่ากันแต่กลับมีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยชัดเจนจนเสียความมั่นใจ ความจริงแล้ว “ เคล็ดลับความสวย ” ไม่ได้มีเพียงแค่การบำรุงผิวหรือดูแลสุขภาพประจำวันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลือก “ตัวช่วยดูแลผิว” ได้ตรงจุดอีกด้วย

ในบทความนี้ หมอบีม Blossom นพ. คชาณัฐ พันธ์สุข (KACHANAT PHANSUK, MD.) จาก Blossom Clinic จะมาเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวในช่วงอายุ 30+ 40+ และ 50+ ว่ามักเจอปัญหาผิวแบบไหนบ้าง และเราจะมีวิธีดูแล หรือเลือกหัตถการแบบใด เพื่อแก้ไขให้ผิวหน้ากลับมากระชับ อ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมแนะนำบริการด้านความงามยอดฮิต เช่น PRP Skin, โปรแกรมรักษาสิว, Ultraformer, การฉีดโบ, การร้อยไหม (Mint Lift), Pico Laser, Sculptra และการฉีดเติมเต็มใบหน้า ที่ Blossom Clinic ซึ่งเป็นคลินิกผิวหนังใกล้ฉัน บริการด้านความงามครบครันพร้อมแพทย์มากประสบการณ์ ตั้งแต่การดูแลผิวหน้าไปจนถึงการดูแลเส้นผม รักษาผมร่วงผมบาง เรียกได้ว่ามาที่เดียวสวยครบจบเลย

หมอบีมแก้ปัญหาผิว หมอบีม Blossomclinic
หมอบีมแก้ปัญหาผิว หมอบีม Blossomclinic

หากคุณกำลังมองหา beauty clinic near me หรือสนใจอยากแก้ปัญหาเฉพาะจุดเช่น ใต้ตา, ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, เหนียง, ฝ้า, กระ, จุดด่างดำ หรือปรึกษาเรื่องโบริ้วรอย และการเติมเต็มใต้ตา กับคลินิกรักษาสิว ใกล้ฉัน หรือคลินิกเลเซอร์ ใกล้ฉัน ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเชื่อถือได้ ขอเชิญอ่านต่อได้เลยครับ!

ปัญหาผิวแต่ละช่วงวัย : เริ่มต้นเข้าใจปัญหาก่อนเลือกวิธีแก้ไข

ก่อนอื่นลองทำความเข้าใจกันก่อนว่า เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ซึ่งเรื่อง “ผิว” เองก็เป็นหนึ่งในด่านแรกๆ ที่เราจะสังเกตเห็นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย, ผิวบางลง, การเกิดเม็ดสีผิว เช่น ฝ้า, กระ หรือการหย่อนคล้อยตามจุดต่างๆ ของใบหน้า ทำให้เรากังวลกันอยู่บ่อยๆ

ปัญหาผิวตั้งแต่อายุ 25 คอลลาเจนเริ่มลดลง | เคล็ดลับความสวย
ปัญหาผิวตั้งแต่อายุ 25 คอลลาเจนเริ่มลดลง

จากการวิจัยมีข้อมูลว่า ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวจะสูญเสียไปเรื่อยๆ เฉลี่ยราว 1-2% ต่อปี ซึ่งคอลลาเจนและอิลาสตินนี้เองเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผิวกระชับ เรียบเนียน และยืดหยุ่นได้ดี เมื่อสูญเสียไป ก็ส่งผลให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย, ผิวเหี่ยว, เกิดริ้วรอย, หรือมีร่องลึกต่างๆ (เช่น ร่องแก้ม, ใต้ตา) ตามมาได้ง่ายขึ้น อีกทั้งปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด มลภาวะ ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ยิ่งเร่งกระบวนการแก่ของผิวให้เกิดเร็วขึ้นด้วย

อายุ 30+ ปัญหาผิวหน้าแบบไหนที่มักเจอ?

  • ผิวขาดความกระชับเล็กน้อย : เริ่มเห็นว่าผิวไม่เปล่งปลั่งเหมือนช่วงวัย 20 นอนดึกนิดเดียวก็โทรมง่าย หรือการเป็นสิว ที่ทำให้เกิดปัญหารอยสิว หลุมสิวตามมาในภายหลัง ก็ยังคงพบเห็นได้ไม่น้อยจากกลุ่มคนวัย 30+
  • ริ้วรอยแรกเริ่ม : โดยเฉพาะริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา มุมปาก หรือหน้าผาก
  • หน้าหย่อนคล้อย : ในระดับที่ยังไม่หนักมาก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเริ่มมีใต้ตายุบหรือผิวใต้ตาคล้ำลง, ร่องแก้มลึกขึ้นนิดหน่อย, ร่องน้ำหมาก, หรือเริ่มมีเหนียงเล็กๆ

อายุ 40+ ปัญหาผิวหน้าแบบไหนที่มักเจอ?

  • หน้าหย่อนคล้อยชัดเจนขึ้น : เห็นชัดตรงบริเวณกรอบหน้า คอ และช่วงล่างของหน้า
  • ริ้วรอยและเม็ดสีผิว : เริ่มเห็น ฝ้า, กระ, จุดด่างดำชัดขึ้น เพราะผิวเสื่อมสภาพง่ายขึ้น
  • ชั้นไขมันบนใบหน้าเปลี่ยนแปลง : ทำให้บางคนเกิดการยุบของแก้ม ใต้ตา หรือขมับ

อายุ 50+ ปัญหาผิวหน้าแบบไหนที่มักเจอ?

  • หน้าหย่อนคล้อยมากขึ้น : เพราะคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • เม็ดสีผิวเพิ่มมากขึ้น : ฝ้า, กระ, จุดด่างดำเกิดได้ง่ายและรักษายากขึ้น
  • ผิวไม่เนียน : รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าขรุขระ ไม่เรียบเนียน และอาจมีรอยย่นตามจุดต่างๆ ชัดเจน
  • โครงสร้างชั้นผิวแก่ก่อนวัย : ชั้นไขมันและชั้นกระดูกก็เริ่มฝ่อ การไหลเวียนเลือดไม่ดี ทำให้ผิวหน้าดูโทรม การแก้ไขนั้นต้องทำอย่างถูกจุดและต่อเนื่อง

โครงสร้างชั้นผิวแก่ก่อนวัย : แก้ให้ถูกจุดแล้วผิวจะสวยขึ้น

ชั้นผิวต้นเหตุผิวแก่ก่อนวัย ใช้โปรแกรมไหนแก้ปัญหาผิวดี | เคล็ดลับความสวย
ชั้นผิวต้นเหตุผิวแก่ก่อนวัย ใช้โปรแกรมไหนแก้ปัญหาผิวดี

แนะนำตัวช่วยยกกระชับ ดูแลผิวให้สวย กระจ่างใส
โดยหมอบีม Blossom Clinic

เมื่อเข้าใจภาพรวมของปัญหาผิวแต่ละช่วงวัยแล้ว คราวนี้มารู้จักกับตัวช่วยยอดนิยมจาก Blossom Clinic กันบ้าง ว่ามีอะไรที่น่าสนใจ และเหมาะกับใคร

PRP Skin : ฟื้นฟูผิวหน้ากระจ่างใส ด้วยเกล็ดเลือด

PRP Skin : ฟื้นฟูผิวหน้ากระจ่างใส ด้วยเกล็ดเลือด
PRP Skin : ฟื้นฟูผิวหน้ากระจ่างใส ด้วยเกล็ดเลือด

PRP Skin หรือ Platelet Rich Plasma เป็นโปรแกรมดูแลผิวผ่านการซ่อมแซมเซลล์ด้วยเกล็ดเลือดจากร่างกายของคนไข้เอง โดยการกระตุ้น Growth Factor คืนความอ่อนวัยให้กับผิวหน้า ช่วยในการลดเม็ดสีผิว ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวกลับมาแข็งแรง แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าเรียบเนียน ใบหน้ากระจ่างใสขึ้น ช่วยให้คนไข้มี Skin Quality ที่ดูดีขึ้น ดูหน้าเด็กลง เป็นธรรมชาติ

Acne Clear : โปรแกรมรักษาสิว เพิ่มความมั่นใจ ผิวใสขึ้น

Acne Clear : โปรแกรมรักษาสิว เพิ่มความมั่นใจ ผิวใสขึ้น
Acne Clear : โปรแกรมรักษาสิว เพิ่มความมั่นใจ ผิวใสขึ้น

สิว (Acne) เกิดจากการอุดตันบริเวณรูขุมขน จนทำให้ผิวอักเสบและนูนเป็นตุ่ม สิวอุดตัน สิวอักเสบ อาจเกิดร่วมกับสาเหตุอื่นๆ เช่น แบคทีเรียก่อสิว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การผลิตน้ำมันที่ผิดปกติ การอุดตันของเครื่องสำอาง เป็นต้น ซึ่ง Acne Clear เป็นโปรแกรมรักษาสิวแบบครบจบทั้งกระบวนการเกิดปัญหาสิว ตั้งแต่ช่วยลดสิวและผดผื่น ลดความมันบนผิวหน้า ช่วยให้สิวแห้งไว ยุบตัวเร็ว พร้อมยับยั้งต้นตอของการเกิดสิว ไม่ให้กลับมาเป็นสิวซ้ำหรือเกิดปัญหาสิวซ้ำซาก ช่วยลดรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิว รวมถึงปัญหาหลุมสิว ลดความหมองคล้ำให้ผิวกลับมาสดใสอีกครั้ง

โดยการวางแผนเคลียร์ปัญหาสิว ฟื้นฟูผิวจากรอยสิว หลุมสิว ด้วยเทคนิคการรักษาเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นวิธีการกดสิว ฉีดสิว การทำทรีตเมนต์ผิว รักษาสิวด้วยการฉายแสง (Acne Light Therapy) หรือการรักษาแบบ Customized Skin Treatment โปรแกรมรักษาสิวที่มีด้วยกัน 4 สูตร เพื่อคนไข้ของ Blossom Clinic ทุกสภาพผิว ทั้งสูตรสำหรับคนหน้ามัน สิวบุก (Oily Skin & Fight Acne Solution) สูตรสำหรับคนผิวแห้ง (Dry & Aging Resistance) สูตรสำหรับคนผิวแพ้ง่าย (Sensitive Caring) สูตรสำหรับคนผิวหมองคล้ำ (Brighter Than Ever) การรักษาหลุมและรอยสิว ด้วย Pico Laser

Pico Laser (Pico) : ทางออกเรื่องเม็ดสีและผิวไม่สม่ำเสมอ

Pico Laser หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า pico คือเลเซอร์ที่มีความเร็วสูงในระดับ Picosecond ช่วยรักษาฝ้า, กระ, จุดด่างดำ, รอยสัก หรือรอยแผลเป็นได้ดี เพราะสามารถแตกเม็ดสีในผิวได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

Pico laser มีกี่แบบ?

หลักๆ Pico Laser ในตลาดก็จะมีหลายยี่ห้อ หลักการทำงานคล้ายๆ กัน แต่ความยาวคลื่นอาจต่างกัน แพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาฝ้า, กระ หรือจุดด่างดำของแต่ละบุคคล

Pico Laser (Pico) มีกี่แบบ แก้ปัญหาผิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ | เคล็ดลับความสวย
Pico Laser (Pico) มีกี่แบบ แก้ปัญหาผิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ

โดย Pico Laser มี 2 โหมด สำหรับใช้รักษาปัญหาผิวที่แตกต่างกัน

  • โหมด Pico Toning
    เน้นการรักษาฝ้า และจุดด่างดำ ปรับผิวหน้ากระจ่างใส โดยที่ไม่ต้องพักฟื้น เพราะผิวหน้าไม่มีอาการแดงหลังทำ จึงสามารถแต่งหน้าได้ทันที ไม่มีแผล ซึ่งหัวยิงในโหมด Pico Toning มี 4 หัวยิงด้วยกัน
    1. Zoom Handpiece มีความยาวคลื่น 532 และ 1064 นาโนเมตร 
      ใช้ในการรักษาปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงจากสิว รักษาปาน ได้เป็นอย่างดี
    2. Toning Collimated Handpiece มีความยาวคลื่น 532 และ 1064 นาโนเมตร
      ใช้ในการรักษารอยดำ ฝ้า ฟื้นฟูผิวหน้าและกระชับรูขุมขน
    3. Gold Toning Handpiece (สีทอง) มีความยาวคลื่น 595 นาโนเมตร
      ใช้ในการรักษารักษารอยแดง ผดผื่น ลบรอยสักสีฟ้าและสีเหลือง
    4. RUVY Touch Handpiece (สีแดง) มีความยาวคลื่น 660 นาโนเมตร
      ใช้ลดรอยสิว เลเซอร์รอยดำ ลบรอยสักสีเข้ม
  • โหมด Fractional Pico laser
    ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิว ลดรูขุมขนกว้าง ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน โดยพลังงานเลเซอร์ที่ตรงเข้าสู่ผิวจะสร้าง Laser Induced Optical Breakdown (LIOB) ทำให้เกิดคอลลาเจน กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวของการร่างกายและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ที่เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น การใช้พลังงานในโหมด Fractional Pico laser นี้ อาจส่งผลให้เกิดผิวหน้าแดง จุดแดงบนผิว หรือผิวเป็นสีอมชมพู ซึ่งเป็นอาการปกติ สามารถหายได้เองในช่วง 7 วันหลังทำโดยประมาณ โดยรวมแล้วจึงใช้ระยะพักฟื้นหลังทำประมาณ 7-10 วัน หัวยิงในโหมด Fractional Pico laser มีชื่อว่า Dual Focus Dots Handpiece มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร ใช้รักษาปัญหาหลุมสิว รอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง ช่วยให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
เลือกหัวยิง ให้ตรงกับปัญหาผิว
เลือกหัวยิง ให้ตรงกับปัญหาผิว

Pico แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

  • ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้แม้ในชั้นผิวลึกหรือรักษายาก
  • กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น กระจ่างใส
  • รอยแผลเป็นจากสิวต่างๆ รอยแดง รอยดำ
  • ลบรอยสัก
  • รักษาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น
หมอบีม Blossom แก้ปัญหาผิว เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและดูแลรูปหน้า | เคล็ดลับความสวย
หมอบีม Blossom แก้ปัญหาผิว เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและดูแลรูปหน้า

หากคุณต้องการปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาเม็ดสีผิว หรือกำลังหาคลินิกเลเซอร์ ที่ได้มาตรฐาน อย่าลืมสอบถามกับคุณหมอบีม Blossom ที่ Blossom Clinic ได้เลย

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Sculptra : ปลุกคอลลาเจน เพื่อผิวเต่งตึงยาวนาน

Sculptra ตัวช่วยหน้าเด็ก ผิวเด้งดูเต่งตึง | เคล็ดลับความสวย
Sculptra ตัวช่วยหน้าเด็ก ผิวเด้งดูเต่งตึง

Sculptra คือนวัตกรรมฟื้นฟูผิวฉ่ำใสย้อนวัยล่าสุด เป็นสารที่มีส่วนประกอบสำคัญในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวแน่น อิ่มฟู ริ้วรอยลดลง และโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น คล้ายกับการฟื้นฟูผิวจากภายใน สัมผัสได้ถึงความอ่อนเยาว์ที่แลดูย้อนวัยไปเป็นสิบๆ ปีอย่างเป็นธรรมชาติ

Sculptra 1 ขวด ฉีดได้กี่ครั้ง?

โดยทั่วไป การใช้ Sculptra จะประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ละขวดจะสามารถแบ่งฉีดได้ตามจำนวนจุดหรือตามโครงสร้างใบหน้าที่ต้องการแก้ไข โดยคำนวณปริมาณการฉีดด้วยการนำอายุของคนไข้ หาร 10 จะเท่ากับจำนวนขวด หรือ Dose ที่ต้องใช้ ซึ่ง 1 ขวด มีปริมาตรตัวยา 10 cc

ตัวอย่างการคำนวณปริมาณง่ายๆ เช่น คนไข้อายุ 30 ปี จะต้องใช้ Sculptra = 30/10 = 3 ขวด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพผิวของคนไข้ รวมถึงประวัติการทำหัตถการอื่นๆ ด้วย ซึ่งแต่ละครั้งในการรับบริการ สามารถฉีดได้ไม่เกิน 1-2 ขวดเท่านั้น

ข้อดีการฉีด Sculptra | เคล็ดลับความสวย
ข้อดีการฉีด Sculptra

Sculptra กับการฉีดเติมเต็มใบหน้า ต่างกันอย่างไร?

  • Sculptra : เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในผิว ทำให้หน้าเด้ง ตึงกระชับ ช่วยแก้เรื่องหน้าหย่อนคล้อยแบบเป็นธรรมชาติ และให้ผลที่ค่อนข้างยาวนาน
  • การฉีดเติมเต็มใบหน้า : เน้นเติมเต็มพื้นที่ที่ยุบหรือขาดวอลุ่ม เช่น ใต้ตา, ร่องแก้ม, ขมับ, คาง ให้ดูสมส่วนขึ้นทันที แต่ไม่ได้กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวเท่า Sculptra

สำหรับบางคนที่ต้องการผลลัพธ์ทั้งแบบยกกระชับยาวนานและเติมเต็มจุดเล็กๆ บนใบหน้า อาจใช้ Sculptra ร่วมกับการฉีดเติมเต็มใบหน้าได้เช่นกัน

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Ultraformer III : จัดการหน้าหย่อนคล้อยด้วยคลื่นอัลตราซาวด์

Ultraformer III ถือเป็นเลเซอร์ยกกระชับใบหน้าที่หลายคนนิยมมากๆ ช่วยในการยกกระชับและสลายไขมันใต้ชั้นผิวในขั้นตอนเดียว ผ่านคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวและยกกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ทิ้งรอยแผล และแทบไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยและต้องการแก้ไขอย่างตรงจุดโดยไม่ต้องเจ็บตัวมาก

Ultraformer III แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

  1. ยกกระชับผิวหน้า : เหมาะกับผู้ที่มีหน้าหย่อนคล้อย, เหนียง, กรอบหน้าไม่ชัด
  2. ลดริ้วรอย : ริ้วรอยระดับเล็กถึงปานกลางสามารถจางลงได้
  3. กระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน : ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
Ultraformer III แก้ปัญหาผิว หน้าหย่อนคล้อย | เคล็ดลับความสวย
Ultraformer III แก้ปัญหาผิว หน้าหย่อนคล้อย

Ultraformer  กี่ช็อตเห็นผล?

จำนวนช็อตที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามปัญหาและโครงหน้าของแต่ละบุคคล บางคนอาจใช้ตั้งแต่ 300-600 ช็อต หรือมากกว่านั้น เพื่อให้ครอบคลุมและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยทั่วไปหลังทำจะเริ่มเห็นผลยกกระชับประมาณ 20-30% ทันที และชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ใน 1-2 เดือน

ยกกระชับหน้าด้วยเลเซอร์ ต้องใช้กี่ Shots
ยกกระชับหน้าด้วยเลเซอร์ ต้องใช้กี่ Shots

Ultraformer อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเอง อายุ และสภาพผิว หากดูแลผิวดีๆ เช่น ทาครีมกันแดด, ทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนเพียงพอ ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นานขึ้น

Ultraformer III กับ HIFU ต่างกันยังไง?

จริงๆ แล้ว Ultraformer III จัดอยู่ในกลุ่ม HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) เช่นกัน แต่ Ultraformer III เป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่ปรับพลังงานได้หลากหลาย ความเจ็บน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพการยิงจุดที่ดีขึ้น สามารถยกกระชับหน้าได้มากกว่า HIFU ทั่วไปถึง 5 เท่า จึงทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

หลังทำ Ultraformer ห้ามทำอะไร?

หลังทำ Ultraformer ห้ามทำอะไร | เคล็ดลับความสวย
หลังทำ Ultraformer ห้ามทำอะไร
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น การอบซาวน่า แช่น้ำร้อน หรือเลเซอร์อื่นๆ 1–4 สัปดาห์แรก
  • ควรเลี่ยงงดการนวดหน้าหรือสครับหน้าแรงๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงแดดจัด เพราะผิวอาจยังอ่อนแอ ควรใช้ครีมกันแดด SPF สูงๆ สม่ำเสมอ
  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ใน 3 วันแรก
  • หากระบมหรือปวดเล็กน้อย ทานยาแก้ปวด ตามที่แพทย์แนะนำ และบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอ

หากทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด คุณก็จะได้ผลลัพธ์ที่เต็มประสิทธิภาพ

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ฉีดโบ : จัดการริ้วรอยอย่างตรงจุด

นอกจากการยกกระชับด้วย Ultraformer III อีกหนึ่งหัตถการยอดฮิตสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องริ้วรอย เช่น รอยย่นหน้าผาก, ตีนกา, รอยย่นระหว่างคิ้ว ฯลฯ ก็คือการ “ฉีดโบ” ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินในชื่ออื่นว่า “โบริ้วรอย” หรือ “Botox” โดยสารโบที่ใช้นั้นคือ Botulinum toxin ประเภท A ซึ่งเป็นโปรตีนที่ออกฤทธิ์หยุดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ถูกฉีดมีการหดตัวและคลายตัวช้าลง จึงทำให้ริ้วรอยต่างๆ จางลง ผิวดูกระชับตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายคนหันมาใช้วิธีฉีดโบเพื่อจัดการปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าและคงความอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ฉีดโบ 100 ยู ทำอะไรได้บ้าง?

  • ลดริ้วรอยบนใบหน้า : 100 ยูนิต สามารถแบ่งฉีดได้หลายตำแหน่งตามต้องการ เช่น หน้าผาก, หว่างคิ้ว, ตีนกา
  • ปรับรูปหน้าเรียว : บางคนเลือกฉีดโบลดกราม เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อ
  • ลดเหงื่อ : สามารถฉีดรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า เพื่อลดการขับเหงื่อได้
ฉีดโบ โบริ้วรอย 100U ฉีดตรงได้ไหนบ้าง
ฉีดโบ โบริ้วรอย 100U ฉีดตรงได้ไหนบ้าง

ใครไม่ควรฉีดโบ?

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อบางชนิด เช่น Myasthenia Gravis
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้โบทูลินัม ท็อกซิน

ฉีดโบอยู่ได้กี่เดือน?

ส่วนใหญ่การฉีดโบจะมีผลลัพธ์อยู่ได้นานราว 3–6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบที่ใช้ ปริมาณที่ฉีด เทคนิคการฉีด และการดูแลตนเองของแต่ละบุคคล หากฉีดโบอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ บางรายอาจพบว่าฤทธิ์ยาอยู่ได้นานกว่าปกติเล็กน้อย และสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ทันทีเมื่อรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเริ่มกลับมาหดตัวหรือเมื่อริ้วรอยเริ่มปรากฏอีกครั้ง

ฉีดโบ กี่วันเห็นผล?

โดยทั่วไปหลังฉีดโบไประยะประมาณ 3–7 วันจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ริ้วรอยลดลงชัดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์แรก อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจยังเห็นผลไม่ชัดมากนักช่วงแรกๆ เพราะตัวยาจะค่อยๆ ออกฤทธิ์เต็มที่ภายใน 2–4 สัปดาห์ และจะมีฤทธิ์สูงสุดในช่วง 4–8 สัปดาห์ (ประมาณ 1–2 เดือน)

ฉีดโบอเมริกา ดีกว่าอย่างไร?

โบสัญชาติอเมริกา มีงานวิจัยและการรับรองความปลอดภัยมายาวนาน บางรายงานระบุว่ากระจายตัวได้แคบกว่า ทำให้ฉีดแก้ปัญหาได้แม่นยำ แต่ในความเป็นจริง “ยี่ห้อ” หรือ “สัญชาติ” จะไม่ได้แตกต่างกันมากนักในแง่ประสิทธิภาพ หลักๆ แพทย์ผู้ฉีด และเทคนิคการฉีดก็สำคัญมาก หากสนใจสามารถปรึกษาหมอบีมที่ Blossom Clinic ว่าโบแบบไหนเหมาะกับคุณ

ฉีดโบอเมริกา โบริ้วรอย allergan
ฉีดโบอเมริกา โบริ้วรอย allergan
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ร้อยไหม (Mint Lift) : ยกกระชับทันที ไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหม Mint Lift
ร้อยไหม Mint Lift

อีกหนึ่งหัตถการที่นิยมในกลุ่มผู้มีหน้าหย่อนคล้อย คือการร้อยไหม (Mint Lift) ซึ่งไหม Mint Lift ที่มีเงี่ยง (Cog) ช่วยยกพยุงผิวให้เข้าที่ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด มีความปลอดภัยสูง สลายได้ทั้งหมดอีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยและต้องการยกกระชับทันที พร้อมผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

ร้อยไหมต้องพักฟื้นกี่วัน?

โดยทั่วไปหลังร้อยไหมอาจมีอาการบวมเล็กน้อย หรือรอยเข็ม 1-2 วัน แต่ไม่ได้ถึงขั้นต้องหยุดงานนานๆ คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้แทบจะทันที

ร้อยไหม มีพังผืดไหม?

ไหม Mint Lift ที่ได้มาตรฐานมักเป็นไหมละลาย (PDO หรือ PLLA) เมื่อเวลาผ่านไปจะสลายตัวไปตามธรรมชาติ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่ร้อย ส่วนโอกาสการเกิดพังผืดมีน้อยมาก หากทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ ใช้วิธีการและจำนวนเส้นไหมที่เหมาะสม

ร้อยไหมมิ้นท์ อยู่ได้กี่ปี?

ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ประมาณ  1 ปี – 1 ปีครึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวแต่ละบุคคลด้วย

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ฉีดเติมเต็มใบหน้า : ทางเลือกของผู้ที่ต้องการเติมเต็มใต้ตา ร่องแก้ม
หรือเสริมโหงวเฮ้ง

การฉีดเติมเต็มใบหน้า ฟิลเลอร์ (Filler) เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาจุดยุบบนใบหน้า เช่น ใต้ตา, ร่องแก้ม, ขมับตอบ, หรือปรับคางให้หน้าได้สัดส่วน ซึ่งสารที่ใช้ในการฉีดนั้นต้องเป็นสารที่ปลอดภัย สลายตัวได้ตามธรรมชาติ

ฉีดเติมเต็มปรับรูปใบหน้า ฟิลเลอร์ (Filler)
ฉีดเติมเต็มปรับรูปใบหน้า ฟิลเลอร์ (Filler)

สารฉีดเติมเต็มใบหน้า 1 cc ฉีดอะไรได้บ้าง?

โดยทั่วไป 1 cc จะเหมาะกับการเติมเต็มบริเวณเล็กๆ อย่างใต้ตาหรือร่องแก้มตื้น หากต้องการปรับรูปหน้าบริเวณกว้าง เช่น คางหรือแก้ม อาจต้องใช้มากกว่า 1 cc ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และเทคนิคสารฉีดที่เลือกใช้ เนื่องจากแต่ละแบรนด์หรือรุ่นจะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับตำแหน่งการฉีดที่แตกต่างกัน

ฉีดเติมเต็มปรับรูปใบหน้า ฟิลเลอร์ (Filler)
ฉีดเติมเต็มปรับรูปใบหน้า ฟิลเลอร์ (Filler)

การฉีดเติมเต็มใบหน้า vs การฉีดโบ ต่างกันยังไง?

การฉีดเติมเต็มใบหน้า vs การฉีดโบ
การฉีดเติมเต็มใบหน้า vs การฉีดโบ
  • ฉีดเติมเต็มใบหน้า : เน้นเติมเต็มโครงสร้างหรือเพิ่มวอลุ่มให้ผิวดูฟูขึ้นทันที
  • ฉีดโบ : เน้นหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าเรียวจากภายใน

Sculptra vs การฉีดเติมเต็มใบหน้า ต่างกันยังไง?

  • Sculptra : ไม่ได้เติมเต็มโดยตรง แต่ไปกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวฟูขึ้นในระยะยาว
  • การฉีดเติมเต็มใบหน้า : เห็นผลเรื่องเติมเต็มทันที แต่ไม่ได้กระตุ้นคอลลาเจนในระดับลึกเหมือน Sculptra
Sculptra vs การฉีดเติมเต็มใบหน้า  ฟิลเลอร์ (Filler) ต่างกันยังไง?
Sculptra vs การฉีดเติมเต็มใบหน้า ฟิลเลอร์ (Filler) ต่างกันยังไง?

ทุกช่วงอายุก็สวยขึ้นได้ หากดูแลตรงจุด

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัย 30+ 40+ หรือ 50+ ต่างก็มีแนวโน้มเกิดปัญหาผิวที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดสามารถรับมือได้หากเราเข้าใจปัญหา และเลือกเทคโนโลยีหรือหัตถการที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายตัวช่วยให้เลือก เช่น

  • Ultraformer III : ยกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่กังวลหน้าหย่อนคล้อย, เหนียง, กรอบหน้าไม่ชัด
  • ฉีดโบ: ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าเรียว เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ไว และฟื้นตัวเร็ว
  • Sculptra : เน้นการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นโครงสร้างผิว
  • pico laser : จัดการปัญหา ฝ้า, กระ, จุดด่างดำ และกระชับรูขุมขน
  • ร้อยไหม (Mint Lift) : ยกกระชับทันที เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยเฉพาะจุด
  • การฉีดเติมเต็มใบหน้า : ใช้แก้ปัญหาใต้ตาลึก, ร่องแก้ม, หรือปรับโครงหน้าเป็นบางจุด
หมอบีมแก้ปัญหาผิว หมอบีม blossomclinic
หมอบีมแก้ปัญหาผิว หมอบีม blossomclinic
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

เลือกหัตถการย้อนวัยหน้าเด็กที่ใช่ กับ Blossom Clinic

หากคุณกำลังมองหา คลินิกรักษาสิว, คลินิกเลเซอร์, หรือคลินิกผิวหนังใกล้ฉัน ในพื้นที่นครปฐม หรือคลินิก ศาลายา ที่ให้บริการดูแลผิวครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น Ultraformer III, Sculptra, B0T0X, หรือการฉีดเติมเต็มใบหน้า ขอเชิญแวะปรึกษาหมอบีม Blossom แพทย์ผู้ชำนาญที่ Blossom Clinic ซึ่งการันตีคุณภาพจากรางวัลต่างๆ พร้อมดูแลและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณได้สัมผัสผลลัพธ์แห่งความอ่อนเยาว์อย่างมั่นใจ!

รวมหมอมือปัง ที่ Blossom Clinic
รวมหมอมือปัง ที่ Blossom Clinic

Blossom Clinic ปัจจุบันมี 3 สาขา ได้แก่

  • สาขานครปฐม : บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม
  • สาขาศาลายา : ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา คลินิกรักษาสิว ศาลายา หรือ คลินิกเลเซอร์ ใกล้มหาวิทยาลัย
  • สาขาสเตเดี้ยมวัน (Stadium One) : ใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ เดินทางสะดวก

หากต้องการนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับบริการเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://www.blossomclinicthailand.com/

เลือกความสวยที่มั่นใจ เลือก Blossom Clinic

เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสวย ดูอ่อนกว่าวัย ในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

เคลียร์ครบจบทุกข้อสงสัยเรื่อง Pico Plus Laser โดยหมอแพท

การมีผิวหน้าที่ใส ไร้สิวและริ้วรอย เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจให้กับหลายคน แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาสิว รอยดำ และรอยแดงที่เกิดจากสิวอักเสบได้ ซึ่งอาจทำให้ความมั่นใจลดลงได้ ที่ Blossom Clinic มีนวัตกรรมเลเซอร์สิวที่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รักษาจุดด่างดำ สิว ฝ้า กระ และริ้วรอย ด้วยโปรแกรม Pico Laser ซึ่ง Pico Plus Laser สามารถฟื้นฟูและปรับสภาพผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวหน้ากลับมาสวยใสไร้รอยสิวอีกครั้ง ในบทความนี้จะรวบรวมข้อสงสัยและคำถามยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็น Pico Laser ช่วยอะไร ? ทำ Pico แล้วหน้าบางไหม ? เลเซอร์ฝ้าต้องทำกี่ครั้งถึงจะหาย ? Pico Laser กี่วันเห็นผล ? ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเคลียร์ทุกข้อสงสัยในการตัดสินใจทำ Pico Plus Laser ถ้าพร้อมแล้วมาติดตามรายละเอียดกับหมอแพท Blossom Clinic กันได้เลย

Q : Pico Laser ช่วยอะไรได้บ้าง ?

A : Pico Laser เป็นเทคโนโลยีการรักษาผิวที่ใช้พลังงานเลเซอร์ในระดับ Picosecond (1 ต่อล้านล้านวินาที) ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหลายประเภท เช่น สิวอุดตัน รอยดำ รอยแดง หลุมสิว และการกระชับรูขุมขน นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการลดเลือนฝ้า กระ และการลบรอยสัก โดยเครื่องจะทำงานเฉพาะเจาะจงต่อเม็ดสีใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดการแตกตัวและลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส โดยผู้ใช้สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา ที่ Blossom Clinic มีการใช้ Pico Laser เพื่อช่วยในด้านต่าง ๆ ดังนี้

Pico Laser ช่วยอะไรได้บ้าง ?
Pico Laser ช่วยอะไรได้บ้าง ?
  1. ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ: Pico laser สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น
  2. รักษาหลุมสิว: เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพในการทำให้รูขุมขนหรือหลุมสิวตื้นขึ้น และช่วยลดรอยแผลเป็นต่าง ๆ ที่เกิดจากสิว เช่น รอยดำ รอยแดง หลุมสิว
  3. ฟื้นฟูผิว: Pico laser ช่วยในการแก้ไขปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น

Q : ทำไม Pico Laser ถึงไม่ทำร้ายผิว ?

Pico Laser เลเซอร์ลบรอยดำ ฟื้นฟูหลุมสิว
Pico Laser เลเซอร์ลบรอยดำ ฟื้นฟูหลุมสิว

A : Pico Laser เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่มีความปลอดภัย ไม่ทำร้ายผิว ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก US FDA โดยมีหลักการทำงานที่เน้นไปที่กำจัดเม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้อย่างเฉพาะเจาะจงและแม่นยำ ทำให้เม็ดสีแตกตัวได้อย่างรวดเร็ว และสามารถกำจัดเม็ดสีอย่างละเอียดมากกว่าเทคโนโลยีรุ่นอื่น และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง เนื่องจากมีหลักการทำงานที่แตกต่างจากเลเซอร์แบบดั้งเดิม โดยมีเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้

  1. พลังงานแสงที่แม่นยำ : Pico Laser ใช้พลังงานแสงในระดับ Picosecond (1 ต่อล้านล้านวินาที) ซึ่งช่วยให้สามารถส่งพลังงานเข้าไปในผิวได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อหรือผิวที่ปกติรอบข้าง ซึ่งการใช้พลังงานที่สูงและรวดเร็วนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลหรือผิวไหม้ได้มากกว่าการใช้เลเซอร์ชนิดอื่น
  2. ไม่มีการสะสมความร้อน : Pico Laser เป็นการปล่อยพลังงานสู่ผิวด้วยระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้โอกาสเกิดการไหม้หรืออาการระคายเคืองน้อยมาก เพราะตัวเครื่องจะเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานกลด้วยความเร็ว และมีค่าพลังงานคงที่เสถียรอย่างสม่ำเสมอ จนไม่เกิดการสะสมความร้อนที่อาจจะเสี่ยงทำให้ผิวไหม้หรือก่อให้เกิดสะเก็ดแผลเป็นบนผิวได้เลย
  3. ผลลัพธ์ที่รวดเร็วสามารถเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก : Pico Laser มีประสิทธิภาพสูง สามารถเห็นผลได้จากการรักษาเพียงแค่ 1 ครั้ง โดยคนไข้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ เช่น หลุมสิวดูตื้นขึ้น เลเซอร์ฝ้า กระ จุดด่างดำลดลง และผิวที่หมองคล้ำดูกระจ่างใสมากขึ้น ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

Q : Pico Laser ควรทำกี่ครั้ง ? ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?

A : Pico Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวหลายประเภท เช่น กระ จุดด่างดำ รอยแผลเป็น และการกระชับรูขุมขน โดยจำนวนครั้งที่แนะนำในการทำ Pico Laser ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อการรักษาปัญหาผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

Pico Laser ควรทำกี่ครั้ง ?

Pico Laser ควรทำกี่ครั้ง
Pico Laser ควรทำกี่ครั้ง

A : จำนวนครั้งที่ควรทำ Pico Laser ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข โดยทั่วไปแนะนำให้ทำประมาณ 3-5 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม ควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ด้านผิวหนังเพื่อประเมินและกำหนดจำนวนครั้งที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ตัวอย่างจำนวนครั้งที่ Blossom Clinic แนะนำสำหรับการรักษาปัญหาผิวอย่างมีประสิทธิภาพมีดังนี้

  • ปัญหากระตื้น ฝ้า ปาน : ควรทำ 1-3 ครั้ง
  • ปัญหาฟื้นฟูผิวและรอยดำ รอยแดงจากสิว ริ้วรอยตื้น  : ควรทำ 3-6 ครั้ง
  • การลบรอยสัก : ขึ้นอยู่ขนาดและความเข้มของสีที่ใช้ในการสัก โดยทั่วไปควรทำประมาณ 5-10 ครั้ง

ความถี่ในการทำ Pico Laser ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?

A : ความถี่ในการทำ Pico Laser ที่ Blossom Clinic ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการรักษาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแนะนำให้ทำทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและให้ผิวมีเวลาในการฟื้นฟูระหว่างการรักษา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ

Q : หลังทํา Pico ห้ามทําอะไร ?

หลังทํา Pico ห้ามทําอะไร
หลังทํา Pico ห้ามทําอะไร

หลังจากทำ Pico Laser ที่ Blossom Clinic มีข้อแนะนำที่สำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด : ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องสัมผัสกับแดดโดยตรงเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์หลังการทำ Pico Laser
  • ห้ามสัมผัสใบหน้า : หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือสัมผัสบริเวณที่ทำเลเซอร์
  • ห้ามให้แผลโดนน้ำ : ควรหลีกเลี่ยงการให้แผลถูกน้ำหรือสบู่จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดหมด
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ระคายเคือง: งดใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือวิตามิน A เป็นเวลา 7-14 วัน

การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำ Pico Laser ดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง

Q : เลเซอร์ฝ้ากี่ครั้งถึงจะหาย

Pico laser รักษาหลุมสิว ฝ้า กระ
Pico laser รักษาหลุมสิว ฝ้า กระ

A : จำนวนครั้งในการรักษาผิว ด้วย Pico laser ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล ก่อนทำการรักษาจึงควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอที่ชำนาญเฉพาะทางด้านผิวหนังโดยตรง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะต้องทำการรักษาหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยจำนวนครั้งที่ต้องทำขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝ้าและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ปัญหาฝ้าตื้น : ผู้ที่มีปัญหาฝ้าเล็กน้อยสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 1-3 ครั้ง
  • ปัญหาฝ้าลึก : ควรทำประมาณ 5-6 ครั้ง เพื่อเห็นผลชัดเจน โดยแต่ละครั้งควรมีการเว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัว

ทั้งนี้ผลลัพธ์จากการทำ Pico Laser จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะชัดเจนมากขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง

Q : หลังทำเลเซอร์ควรทาครีมอะไร

A : หลังจากการทำ Pico laser การดูแลผิวเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรเลือกใช้ครีมที่เหมาะสมเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงและสุขภาพดี ครีมที่แพทย์แนะนำควรมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูง เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำและการระคายเคืองจากแสงแดด และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงหรือกรดในช่วงแรกหลังการทำเลเซอร์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นกับผิวของคุณ

Q : เลเซอร์ ลดรอยแตกลายหายจริงไหม

A : Pico Laser สามารถช่วยลดรอยแตกลายได้จริง โดยหลักการทำงานที่คล้ายกับการเลเซอร์หลุมสิว และริ้วรอยตื้น ๆ ซึ่งคือการเข้าไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวหนังที่เสียหายจากการยืดขยายหรือหดตัวของผิวหนังอย่างฉับพลัน ร่วมกับการช่วยกระตุ้นการสร้างอิลาสตินและคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เพื่อทำให้รอยแตกลายดูจางลง อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการรักษาด้วย เลเซอร์ลดรอยแตกลายนั้นก็อาจจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพผิว

Q : มี สิวอุดตัน Pico ได้ไหม

A : การทำ Pico Laser เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหา สิวอุดตัน แต่ควรพิจารณาสถานะของสิวก่อนการรักษา หากคุณมีสิวอักเสบหรือ สิวอุดตัน จำนวนมาก ควรให้สิวเหล่านั้นยุบตัวและหายสนิทก่อนที่จะเริ่มการรักษาด้วย Pico Laser

Pico Laser มีคุณสมบัติในการช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและกระจ่างใสอีกครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถลดรอยสิว ทั้งรอยดำ รอยแดง และหลุมสิว ที่อาจเกิดจากการอักเสบของสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้ผิวบริเวณรอบข้างเสียหาย

Q : Pico ทําให้หน้าบางไหม

A : การทำ Pico Laser เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดเลือนฝ้า กระ และลดปัญหาการทำงานผิดปกติของเม็ดสีผิว โดยมีข้อดีที่สำคัญคือ ไม่ทำให้ผิวหน้าบางลงหรือเกิดความเสียหายต่อผิวหนัง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวหนัง ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง และฟื้นฟูสภาพผิวทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวดูสดใสและมีชีวิตชีวาอีกด้วย

Q : Pico กับ Fractional Pico ต่างกันอย่างไร

Pico laser 

Pico Laser เลเซอร์รอยสิว หลุมสิว
Pico Laser เลเซอร์รอยสิว หลุมสิว

Pico Laser หรือ Picosecond Laser เป็นขื่อเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความเร็วสูงมากในระดับหนึ่งต่อล้านล้านวินาที/ครั้ง (Picosecond) เพื่อกระตุ้นการทำลายเม็ดสีในผิวหนัง โดยไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมมากเกินไป ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลและทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับการรักษาหลุมสิว ที่มีความตื้นถึงระดับปานกลาง อย่างไรก็ตาม สำหรับหลุมสิวที่มีความลึกมาก อาจต้องมีการรักษาหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน

ประเภทของหลุมสิว
ประเภทของหลุมสิว

ส่วน Fractional Pico Laser เป็นชื่อโหมดการใช้งานของ Pico Laser ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาปัญหาผิว โดยเฉพาะปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง โดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยซ่อมแซมผิว ปรับหลุมสิวให้ตื้น ฟื้นฟูผิวเรียบขึ้น ผิวหน้าดูเนียนใสขึ้น

โดยรวมแล้ว Pico Laser จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและไม่ต้องการเวลาฟื้นตัวมากซึ่งเทคโนโลยีนี้มีคุณสมบัติและข้อดีเฉพาะตัว ทำให้สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q : Pico Laser กี่วันเห็นผล

A : การรักษาด้วย Pico Laser สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยผู้ที่เข้ารับการรักษามักจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 3-7 วัน หลังการรักษา เช่น รอยดำที่จางลงและผิวที่ดูสดใสขึ้น นอกจากนี้ Pico Laser ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งส่งผลให้ผิวเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตามผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและปัญหาที่แต่ละบุคคลเผชิญ รวมถึงจำนวนครั้งที่ทำการรักษา

สำหรับปัญหาที่เกี่ยวกับเม็ดสี เช่น กระแดด ฝ้า หรือ กระลึก อาจต้องใช้เวลานานกว่าการรักษาหลุมสิวโดยทั่วไปแล้วการเห็นผลที่ชัดเจนมักจะเกิดขึ้นหลังจากทำการรักษาประมาณ 3-5 ครั้ง โดยมีระยะห่างประมาณ 4 สัปดาห์ ต่อครั้ง ในกรณีของการรักษาหลุมสิวหรือรอยแตกลายและแผลเป็นต่าง ๆ อาจต้องทำการรักษาต่อเนื่องถึง 6-10 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และควรมีการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้น

Q : รูขุมขนกว้างเกิดจากสาเหตุอะไร

A : ปัญหารูขุมขนกว้างเป็นเรื่องที่หลายคนเผชิญ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียนและขรุขระ แต่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและอาจนำไปสู่ปัญหาผิวอื่น ๆ เช่น สิวหัวดำและสิวอุดตันที่เกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวเก่าภายในรูขุมขน ทำให้เกิดการอักเสบและปัญหาผิวมัน นอกจากนี้ การแต่งหน้าก็อาจเป็นเรื่องยากขึ้นเมื่อมีรูขุมขนกว้าง สาเหตุของปัญหานี้มีหลายประการ ดังนี้

รูขุมขนกว้าง สาเหตุของรูขุมขนกว้าง
รูขุมขนกว้าง สาเหตุของรูขุมขนกว้าง
  1.  ฮอร์โมนแอนโดรเจน : ฮอร์โมนนี้พบได้มากในเพศชายและกระตุ้นการเจริญเติบโตของต่อมไขมัน ส่งผลให้ผลิตน้ำมันใต้ผิวมากขึ้น ทำให้รูขุมขนดูใหญ่ขึ้น เนื่องจากน้ำมันสะสมในรูขุมขน และยังมีผลโดยตรงต่อการทำให้เกิดสิวฮอร์โมนอีกด้วย
  2. การดูแลผิวผิดวิธี : การทำความสะอาดผิวหน้าบ่อยเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม หรือการไม่ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบของผิวหนังและรูขุมขนกว้างตามมา
  3. แสงแดด : แสงแดดและความร้อน ยังทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว ทำให้หน้ามัน ผิวหยาบกร้าน และรูขุมขนกว้างขึ้น
  4. การนอนหลับและความเครียด : การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ผิวอ่อนล้า ขาดความชุ่มชื้น ผิวหยาบกร้าน ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย นอกจากนี้ความเครียดยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งส่งผลต่อการผลิตน้ำมันในผิว จนกระตุ้นให้เกิดสิว และทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น
  5. อายุ : เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินจะเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและทำให้รูขุมขนดูใหญ่ขึ้น
  6. พันธุกรรม : ลักษณะทางพันธุกรรมสามารถกำหนดสภาพผิว รวมถึงปัญหารูขุมขนกว้างได้ หากสมาชิกในครอบครัวมีปัญหานี้ ก็มีโอกาสที่เราจะประสบปัญหาเช่นเดียวกัน

Q : ทำไมบางคนไม่เป็นหลุมสิว

A : การที่บางคนไม่เป็นหลุมสิวหลังจากการเป็นสิวนั้นมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดหลุมสิว ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้

  1. การดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสม : การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวและการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดหลุมสิว นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมความมันและป้องกันการเกิดสิว จะช่วยลดความรุนแรงของสิวได้อีกด้วย
  2. พันธุกรรมและฮอร์โมน : บางคนมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่ทำให้มีความเสี่ยงต่ำในการเกิดหลุมสิว แม้ว่าจะมีสิวอยู่ก็ตาม ซึ่งปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมนสามารถส่งผลต่อการตอบสนองของผิวต่อการอักเสบได้
  3. ระดับความเครียด : ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ หากบุคคลสามารถจัดการกับความเครียดได้ดี จะช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวและหลุมสิว
  4. การรักษาสิวอย่างถูกวิธี : การไม่แกะหรือบีบสิวจะช่วยลดโอกาสในการเกิดหลุมสิว นอกจากนี้การรักษาสิวอย่างถูกวิธีและรวดเร็วจะช่วยลดโอกาสในการเกิดแผลเป็นได้
  5. สุขภาพโดยรวม : การนอนหลับเพียงพอมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพผิว ช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้ดีและลดโอกาสในการเกิดสิว การรับประทานอาหารที่ดี เช่น อาหารที่มีไขมันต่ำและน้ำตาลน้อย ก็ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดหลุมสิวได้เช่นกัน
  6. การป้องกันแสงแดด : การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำจะช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากแสงแดด ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดหลุมสิวได้

โดยรวมแล้ว การดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสมและการรักษาสิวอย่างถูกวิธีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสในการเกิดหลุมสิวได้

Q : Blossom Clinic มี Pico Laser แบบไหนบ้าง ?

Pico Laser โหมดรักษาผิวหน้า
Pico Laser โหมดรักษาผิวหน้า

A : ที่ Blossom Clinic มีบริการ Pico Laser ที่แบ่งออกเป็น 2 โหมดหลัก คือ Pico Toning และ Fractional Pico Laser ซึ่งแต่ละโหมดมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่แตกต่างกันในการรักษาปัญหาผิว

1. โหมด Pico Toning

 Pico Plus Laser รักษารอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
Pico Plus Laser รักษารอยสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ

โหมด Pico Toning เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาด้วยเลเซอร์ Pico Plus ที่มีประสิทธิภาพสูงในการจัดการกับปัญหาเม็ดสีผิว เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิว โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นดังนี้

โหมด Pico Toning
โหมด Pico Toning
  • ลดเลือนเม็ดสีผิว : Pico Toning ช่วยลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เกิดอาการแดงหลังการรักษา ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น โดยที่ไม่ต้องพักฟื้น
  • หน้าไม่แดง : หลังการรักษาผู้เข้ารับบริการมักไม่พบอาการแดงหรือระคายเคืองที่ผิวหนัง
  • เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว : ด้วยเทคนิคการรักษาที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Customized Pico) ทำให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผลลัพธ์ชัดเจน : หน้าใสขึ้น ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

2. โหมด Fractional Pico laser

 รักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง
รักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง

โหมด Fractional Pico Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาปัญหาผิวต่าง ๆ โดยเฉพาะหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่นดังนี้

  • รักษาหลุมสิวและรูขุมขน : Fractional Pico Laser ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเรียบเนียนและลดปัญหาหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • จุดแดงบนผิว : หลังทำ ช่วง 1-2 ชั่วโมงแรก อาจะมีจุดแดงบนผิว ทำให้ผิวหน้าแดง หรือผิวชมพู ซึ่งเป็นอาการปกติหลังทำ Pico laser ในโหมดนี้ และจะหายได้เองภายใน 7 วันโดยประมาณ ซึ่งความแดงจะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับค่าพลังงานที่หมอใช้
  • อาการข้างเคียงน้อย : หลังการทำ Fractional Pico Laser อาจทำให้เกิดอาการผิวแดงประมาณ 5-7 วันหลังทำ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Pico Laser แบบไหน แก้ปัญหาอะไร
Pico Laser แบบไหน แก้ปัญหาอะไร

Q : Pico Laser ที่ไหนดี

ถ้าถามว่า Pico Laser ที่ไหนดี ทำเลเซอร์นครปฐมที่ไหนดี หรือกำลังมองหาคลินิกเลเซอร์ และคลินิกเลเซอร์ใกล้ฉัน หรือคลินิกผิวหนังใกล้ฉัน (Beauty Clinic Near Me) ชวนเช็กอิน ‘Blossom Clinic’ คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน เซ็นทรัลนครปฐม ที่สามารถแก้ไขปัญหาสิวและฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนกระจ่างใส Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic อาจตอบโจทย์ที่คุณกำลังตามหา ด้วยการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ที่มีทั้งประสบการณ์และความชำนาญในการประเมินปัญหา วางแนวทางแก้ไข ปรับตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความปลอดภัย ไม่เสี่ยงเกิดผลข้างเคียงหลังทำ รวมถึงสามารถรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ จากเว็บไซต์แพทยสภาเพื่อความมั่นใจในความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ http://www.tmc.or.th/check_md/

Blossom Clinic มีทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ :

  • สาขาสเตเดี้ยมวัน : ตั้งอยู่ใกล้กับ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ในโครงการ Stadium One
    Call: 02-460-9210 กด 2
    Map: https://goo.gl/maps/SPyRJbpCxfH5NtUr9 
  • สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม) : ตั้งอยู่บนถนนต้นสน
    Call: 02-460-9210 กด 3
    Map: https://maps.app.goo.gl/kWuqGp4mthi12E657
  • สาขาคลินิก ศาลายา (คลินิกรักษาสิว ศาลายา) : ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล
    Call : 02-460-9210 กด 4
    Map: https://goo.gl/maps/bUw5df2g9oASZQk76

รีวิว Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic

Blossom Clinic คว้ารางวัล APEA 2024 ย้ำความสำเร็จคลินิกมาตรฐานระดับเอเชียแปซิฟิก

Blossom Clinic คว้ารางวัล APEA 2024 ย้ำความสำเร็จคลินิกมาตรฐานระดับเอเชียแปซิฟิก  | คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
Blossom Clinic คว้ารางวัล APEA 2024 ย้ำความสำเร็จคลินิกมาตรฐานระดับเอเชียแปซิฟิก

Blossom Clinic คว้ารางวัล APEA 2024 
ย้ำความสำเร็จคลินิกมาตรฐานระดับเอเชียแปซิฟิก

https://www.youtube.com/watch?v=XBQ46hsfAyw&t=6s

Blossom Clinic สถาบันความงาม ดูแลผิว คลินิกรักษาสิว เลเซอร์ผิวและปรับรูปหน้า รวมถึงเป็นคลินิกรักษาผมร่วง โดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง และแพทย์ปลูกผม ซึ่งครองใจผู้ใช้บริการมายาวนานนับ 10 ปี ภายใต้สถาบัน BLS Medical Center คว้ารางวัลใหญ่ Master Entrepreneur Award จากงานประกาศรางวัลระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่าง ASIA PACIFIC ENTERPRISE AWARDS (APEA) 2024 โดยงานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567 ณ ห้อง The Surawong Ballroom โรงแรม Bangkok Marriott Surawong ซึ่งองค์กรที่ผ่านการคัดเลือกจนได้รับรางวัลนั้น จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีอย่างรอบด้าน

Blossom Clinic รับรางวัล Master Entrepreneur Award
Blossom Clinic รับรางวัล Master Entrepreneur Award

ทั้งเป็นองค์กรที่มีการเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตด้านขนาดบริษัทหรือด้านส่วนแบ่งตลาดก็ตาม มีผู้บริหารและบุคลากรที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตและพัฒนาไม่หยุดยั้ง พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเหมาะสม ทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่ง ยั่งยืน และมั่นคง จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้

รางวัล Master Entrepreneur Award จากงาน APEA 2024 | คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
รางวัล Master Entrepreneur Award จากงาน APEA 2024

เรียกได้ว่า Blossom Clinic เป็นองค์กรด้านธุรกิจความงามที่มีครบทุกองค์ประกอบและทำถึงในทุกด้าน ทำให้สามารถคว้ารางวัลนี้ไปครองได้อย่างไม่ต้องสงสัย

แพทย์เฉพาะทาง ผู้ชำนาญด้านการดูแลผิว Blossom Clinic  | คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
แพทย์เฉพาะทาง ผู้ชำนาญด้านการดูแลผิว Blossom Clinic

นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (หมอเอิร์ธ) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) และพญ. กุลวิภาภัสร์ จาตุรพิศานุกูล (หมอบี) แพทย์ปลูกผมอเมริกันบอร์ด (ABHRS) และทั้งสองยังเป็นแพทย์ผู้ชำนาญด้านการดูแลรักษาปัญหาผิวพรรณ ประจำ Blossom Clinic เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรติ ด้วยความภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะรางวัลนี้แสดงให้เห็นว่า Blossom Clinic เป็นสถาบันความงาม ดูแลผิว ปรับรูปหน้าที่มีมาตรฐานสูง มีทีมแพทย์ รวมถึงบุคลากรที่มีจรรยาบรรณทางการแพทย์และมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลผิว ตลอดจนดูแลเส้นผมและหนังศีรษะด้วยมาตรฐานระดับสูง

Blossom Clinic ในงาน ASIA PACIFIC ENTERPRISE AWARDS (APEA) 2024
Blossom Clinic ในงาน ASIA PACIFIC ENTERPRISE AWARDS (APEA) 2024

รางวัลนี้นอกจากจะช่วยยืนยันความสำเร็จด้านการดูแลเส้นผมและปลูกผมแล้ว ยังเป็นเครื่องหมายว่า Blossom Clinic เป็นคลินิกที่ให้บริการด้านความงามและคลินิกรักษาผมร่วง ที่ให้บริการด้านดูแลรักษาปัญหาผิวพรรณ รักษาปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่มีจรรยาบรรณสูง รวมถึงมีผู้นำที่มีจริยธรรม บริหารงานด้วยแนวคิด วิสัยทัศน์ และแนวทางที่โดดเด่น

นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (หมอเอิร์ธ) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง | คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (หมอเอิร์ธ) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ทีมแพทย์ Blossom Clinic สามารถประเมินและวางแผนแก้ไขปัญหาผิว ปรับรูปหน้า ด้วยหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาคนไข้ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเด่นๆ ทำแล้วเห็นผลความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น โปรแกรมเลเซอร์ผิวที่จัดการปัญหาผิวได้ครอบคลุม อย่างการทำเลเซอร์ผิว (Pico laser) การปรับรูปหน้า ด้วยฟิลเลอร์ (Filler) ฉีดโบ (Botulinum toxin) ลดริ้วรอย ลดอายุ โปรแกรมยกกระชับผิว หน้าเด็ก (Ultraformer III) โปรแกรมย้อนวัยผิวหน้าเด็ก กระตุ้นคอลลาเจนผิว (Sculptra)  และโปรแกรมรักษาสิว (Acne Treatment

พญ. กุลวิภาภัสร์ จาตุรพิศานุกูล (หมอบี) แพทย์ปลูกผมอเมริกันบอร์ด | คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
พญ. กุลวิภาภัสร์ จาตุรพิศานุกูล (หมอบี) แพทย์ปลูกผมอเมริกันบอร์ด

รวมถึงดูแลปัญหาเส้นผมของคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโปรแกรมฟื้นฟู ‘ผิว & ผม’ ด้วยเกล็ดเลือด (PRP Skin & PRP Anti-Hair loss) ซึ่งทีมแพทย์สามารถวางแผนการรักษาและพิจารณาเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะกับคนไข้ที่มาด้วยปัญหาที่แตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม

งาน ASIA PACIFIC ENTERPRISE AWARDS (APEA) 2024
งาน ASIA PACIFIC ENTERPRISE AWARDS (APEA) 2024

ซึ่งจุดยืนของคลินิก คือการส่งมอบความปรารถนาดี พร้อมกับการดูแลคนไข้อย่างจริงใจ และมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะแก้ปัญหาให้กับคนไข้ ด้วยความชำนาญของทีมแพทย์ เทคนิคการรักษาที่ได้มาตรฐาน อย่างเทคนิคปรับรูปหน้า เทคนิคการคำนวณค่าพลังงาน คำนวณปริมาณการใช้งาน ประเมินบริเวณที่ฉีดอย่างแม่นยำและเห็นผล โดยใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ตลอดจนความประณีตละเอียดในการทำหัตถการ ส่งผลให้เกิดความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงหลังทำ ผลที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ คนไข้สวยขึ้นภายใต้ความปลอดภัย และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำ ทีมแพทย์มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

Blossom Clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน (Beauty Clinic Near Me) | คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
Blossom Clinic คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน (Beauty Clinic Near Me)

หมอบีและหมอเอิร์ธรู้สึกขอบคุณคนไข้ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนทางคลินิกเป็นอย่างดีมาโดยตลอด รวมถึงขอบคุณบุคลากรของคลินิกทุกท่านที่มุ่งมั่นและทุ่มเทไปด้วยกัน ส่งผลให้ได้รับรางวัลที่น่าภาคภูมิใจนี้ ทางคุณหมอและทางคลินิกมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะรักษามาตรฐาน และพัฒนาการให้บริการในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของคนไข้ และจะดูแลทุกเคสอย่างเต็มที่ เพื่อให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีความตั้งใจอันดีที่จะเป็น คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน (Beauty Clinic Near Me) ที่อยู่เคียงข้าง คอยให้คำแนะนำ ให้ผู้ที่มีปัญหาผิวและเส้นผมรู้สึกอุ่นใจและไว้วางใจทุกครั้งที่นึกถึงเรา

ชมผลลัพธ์หลังรับบริการของคนไข้ที่ Blossom Clinic

ใครมีปัญหาผิวหน้า อยากรักษาสิว รักษากระฝ้า ต้องการลดริ้วรอย แก้ไขความหย่อนคล้อย ย้อนวัยให้ดูหน้าเด็ก หรือมีปัญหาผมร่วง ผมบาง สามารถปรึกษาคุณหมอโดยตรงได้ที่ Blossom Clinic คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน ปัจจุบันมี 3 สาขา ได้แก่ สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และสาขาสเตเดี้ยมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

บอกลาวงจรสิวซ้ำซาก อยากผิวใส ให้ Pico Plus Laser เป็นตัวช่วย

Pico Plus Laser  เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว  ลดรอยดำ ลดรอยแดง
Pico Plus Laser เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว ลดรอยดำ ลดรอยแดง

บอกลาวงจรสิวซ้ำซาก คืนผิวใสไร้ที่ติ ด้วย Pico Plus Laser เลเซอร์รอยสิว โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนังที่ Blossom Clinic

การมีผิวหน้าสวยใสไร้สิวเป็นความใฝ่ฝันของหลายคน แต่การเผชิญกับสิวซ้ำซาก ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบหรือรอยสิวที่ไม่จางหาย กลายเป็นปัญหาที่ทำให้ใครหลายคนหมดความมั่นใจ หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ Pico Plus Laser คือนวัตกรรมเลเซอร์สิวที่ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถฟื้นฟูและปรับสภาพผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยใสไร้รอยสิวอีกครั้ง ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Pico Plus Laser พร้อมคำแนะนำจาก Blossom Clinic เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser

Pico Plus Laser คืออะไร?

Pico Plus Laser เป็นนวัตกรรม เลเซอร์รอยสิว ที่ใช้พลังงานแสงในระดับความถี่ที่ละเอียดมาก ทำให้สามารถเจาะลึกเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อจัดการกับปัญหารอยสิว ทั้งรอยดำ และรอยแดง ได้อย่างตรงจุด โดยไม่ทำให้ผิวรอบข้างเสียหาย Pico Plus Laser ไม่เพียงช่วยในการลดรอยสิว แต่ยังมีประสิทธิภาพในการลดรอยดำ และลดรอยแดงที่เกิดจากสิว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและกระจ่างใสอีกครั้ง

สิวซ้ำซาก สิวอักเสบ รอยสิว รอยดำ
สิวซ้ำซาก สิวอักเสบ รอยสิว รอยดำ

สาเหตุที่ทำให้เกิด ‘สิวซ้ำซาก’

  • การอุดตันของรูขุมขน : สิวซ้ำซากมักเกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วและน้ำมันที่อุดตันในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวใหม่ซ้ำเรื่อยๆ
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น รอบเดือน หรือความเครียด อาจกระตุ้นการผลิตน้ำมันส่วนเกิน ทำให้เกิดสิ
  • การดูแลผิวไม่ถูกวิธี : การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันสูง หรือการทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป อาจทำให้สิวเกิดซ้ำได้
  • แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว : แบคทีเรียที่อยู่บนผิวสามารถทำให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ทำให้เกิดสิวซ้ำ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่ยากต่อการรักษา
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม : ฝุ่น ควัน และมลภาวะต่างๆ ในชีวิตประจำวันสามารถกระตุ้นการอุดตันของรูขุมขนและทำให้สิวกลับมาเกิดใหม่
  • การแตะหน้าหรือบีบสิวบ่อยๆ : การสัมผัสหรือบีบสิวด้วยมือที่ไม่สะอาดอาจทำให้แบคทีเรียแพร่กระจาย และทำให้เกิดสิวซ้ำซากในบริเวณเดิม
  • การใช้ยาและสารเคมีบางชนิด : ยาหรือผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น สเตียรอยด์ หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมอุดตันรูขุมขน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สิวเกิดซ้ำ
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว ลดรอยดำ ลดรอยแดง
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว ลดรอยดำ ลดรอยแดง

Pico Plus Laser เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาสิวและรอยสิว
  • ผู้ที่มีปัญหารอยดำและรอยแดง
  • ผู้ที่มีปัญหาฝ้าและกระ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า
  • ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยและรูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการลบรอยสัก
pico laser คลินิกเลเซอร์ คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
pico laser คลินิกเลเซอร์ คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน

Pico Plus Laser ปลอดภัยไหม? หน้าแดงไหม?

ความปลอดภัยของการรักษาด้วย Pico Laser นั้นเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ เนื่องจากเป็นการใช้พลังงานแสงในระดับที่ปลอดภัยต่อผิวหนังรอบข้าง อาการที่พบได้บ่อยหลังทำคือหน้าแดงเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปภายใน 1-2 วัน การรักษาด้วย Pico Plus Laser ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติหลังการรักษา

โหมด Pico Toning รักษาเม็ดสีผิว จะไม่ทำให้เกิดอาการแดงหลังทำ แต่หากใช้โหมด Fractional Pico laser รักษาหลุมสิว ลดรูขุมขนกว้าง ปรับสภาพผิวเรียบเนียน หลังทำอาจเกิดอาการผิวแดงประมาณ 5-7 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

นวัตกรรมทรงพลังในการลดรอยสิว รอยดำ และรอยแดงอย่างมีประสิทธิภาพ

Pico Plus Laser มีประสิทธิภาพสูงในการลดรอยสิว ไม่ว่าจะเป็นลดรอยดำจากสิว หรือลดรอยแดงจากสิว โดยการใช้เลเซอร์เจาะลึกเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อทำลายเม็ดสีที่ก่อให้เกิดรอยดำและรอยแดง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและสีผิวกลับมาสม่ำเสมอ การรักษานี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งช่วยให้ผิวฟื้นฟูเร็วขึ้น เห็นผลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์

Pico Plus Laser มีกี่โหมด
Pico Plus Laser มีกี่โหมด

จุดเด่นของโหมด Pico Toning และหัวเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษา

Pico Toning เป็นโหมดการรักษาด้วย Pico Plus Laser ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาเม็ดสีผิวอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือ รอยสิว

  1. Pico Toning :
    • รักษาฝ้าและจุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ช่วยปรับผิวหน้าให้กระจ่างใส
    • หลังทำพักหน้าเพียง 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าได้ทันที
    • ไม่มีอาการแดงหรือแผลหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น
    • ผลลัพธ์ชัดเจน ผิวหน้าใสขึ้นภายในประมาณ 1 เดือน
  2. Zoom Handpiece (ความยาวคลื่น 532 และ 1064 นาโนเมตร) : เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาเม็ดสีผิว เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ  รอยแดงจากสิว และปาน
  3. Toning Collimated Handpiece (ความยาวคลื่น 532 และ 1064 นาโนเมตร) : ช่วยรักษารอยดำ ฝ้า พร้อมฟื้นฟูผิวและกระชับรูขุมขน
  4. Gold Toning Handpiece (ความยาวคลื่น 595 นาโนเมตร) : เหมาะสำหรับการรักษารอยแดง ผดผื่นจากสิว รวมถึงลบรอยสักสีฟ้าและสีเหลือง
  5. RUVY Touch Handpiece (ความยาวคลื่น 660 นาโนเมตร) : ใช้ในการรักษารอยสิว รอยดำ และเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ รวมถึงลบรอยสักสีเข้ม เช่น สีฟ้าและสีเขียว

การเลือกใช้โหมดและหัวเลเซอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้นและตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุด

Pico Plus Laser พักฟื้นกี่วัน?

ระยะเวลาการพักฟื้นหลังทำ Pico Laser นั้นค่อนข้างสั้น โดยทั่วไปแล้วอาการแดงหรือแสบผิวเล็กน้อยจะหายไปภายใน 1-2 วันหลังการรักษา และคุณสามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ทันที ไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก เพียงแค่ควรปกป้องผิวจากแสงแดดและใช้ครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำใหม่

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ Pico Plus Laser

  1. การเตรียมตัวก่อนทำ Pico Plus Laser
    • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองของผิว
    • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น กรด AHA, BHA หรือ Retinol ประมาณ 3-5 วันก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับเลเซอร์
    • ปรึกษาแพทย์ถึงประวัติการแพ้หรือโรคประจำตัว เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลสูงสุด
Pico Plus Laser คลินิกเลเซอร์ เลเซอร์สิว
Pico Plus Laser คลินิกเลเซอร์ เลเซอร์สิว
  1. การดูแลหลังทำ Pico Plus Laser
    • หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังการรักษา เนื่องจากผิวจะไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำและการระคายเคืองจากแสงแดด หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรสวมหมวกและแว่นกันแดด
    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะการแกะหรือเกาแผลหลังเลเซอร์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดรอยแผลเป็น
    • ห้ามให้แผลโดนน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำตรงบริเวณที่ทำเลเซอร์จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดและหายดี
    • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือวิตามิน A เป็นเวลา 7-14 วัน เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจทำให้ผิวที่ยังฟื้นตัวอยู่ระคายเคืองได้
    • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น การออกกำลังกายหนัก หรือการอยู่ในที่ร้อนจัดในช่วง 1-2 วันแรกหลังการทำเลเซอร์ เพื่อลดความเสี่ยงของการอักเสบหรือการติดเชื้อ
  1. การติดตามผลและการดูแลต่อเนื่อง
    • ควรเข้ารับการตรวจติดตามผลตามนัดหมาย เพื่อให้แพทย์ประเมินผลการรักษาและให้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการดูแลผิว
    • ในกรณีที่ต้องการทำเลเซอร์เพิ่มเติม ควรเว้นระยะเวลาให้ผิวได้พักฟื้นตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับการรักษาครั้งถัดไป

ทำไมต้องเลือกทำ Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic?

  1. เทคโนโลยีทันสมัยและมาตรฐานสูง : ที่ Blossom Clinic เราใช้ Pico Plus Laser ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก US FDA และองค์การอาหารและยาของประเทศไทย เป็นเทคโนโล
  2. ยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นสิว รอยสิว ฝ้า หรือ รอยดำ รอยแดง
  3. ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ : Blossom Clinic มีทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านผิวหนังและความงามที่มีประสบการณ์สูง สามารถวินิจฉัยและออกแบบการรักษาให้ตรงกับปัญหาผิวของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  4. บริการที่เป็นมิตรและใส่ใจผู้ป่วย : เราให้บริการด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนการรักษา การดูแลระหว่างการทำเลเซอร์ และการติดตามผลหลังการรักษา เพื่อให้คุณรู้สึกมั่นใจและสบายใจตลอดกระบวนกา
  5. ไม่ต้องพักฟื้น : หลังการทำเลเซอร์ที่ Blossom Clinic คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการพักฟื้น ไม่มีอาการแดงหลังทำเลเซอร์ และสามารถแต่งหน้าได้เลย ในกรณีใช้โหมด Pico Toning
  6. สถานที่สะอาดและได้มาตรฐาน : Blossom Clinic ใส่ใจในเรื่องของความสะอาดและความปลอดภัยของสถานที่เป็นอย่างยิ่ง เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ได้รับการดูแลและฆ่าเชื้ออย่างดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้เข้ารับการรักษา
  7. ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนและยั่งยืน : การรักษาด้วย Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic ให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้น ผิวของคุณจะดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น และปัญหาผิวต่างๆ จะลดลงอย่างยั่งยืน
  8. รีวิวจากผู้ใช้จริง : Blossom Clinic ได้รับคำชื่นชมมากมายจากผู้ใช้บริการจริง ซึ่งหลายคนเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังทำ Pico Plus Laser และกลับมาใช้บริการซ้ำเพราะความประทับใจในผลลัพธ์และการบริการที่ได้มาตรฐาน
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser

พบทางออกเพื่อผิวสวยไร้สิวด้วย Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic

หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ไขปัญหาสิวซ้ำซากและฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียน กระจ่างใส Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีม หมอรักษาสิวที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิว และมอบบริการระดับมืออาชีพให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ ติดต่อเราได้ที่ คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน ทั้งคลินิกนครปฐม และคลินิกศาลายา หรือหากคุณกำลังค้นหา beauty clinic near me ก็สามารถไว้วางใจในบริการของเรา Blossom Clinic คลินิกเลเซอร์ใกล้ฉัน ที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของผิวคุณอย่างดีที่สุด!

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

คำถามยอดฮิต เกี่ยวกับการลดรอยสิวด้วย Pico Plus Laser

รอยดําจากสิว กี่วันหาย?

หลังทำ Pico Laser รอยดำจากสิวจะเริ่มจางลงภายใน 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ทำยังไงให้รอยสิวหาย?

การใช้ Pico Plus Laser ช่วยลดรอยสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเลเซอร์จะทำลายเม็ดสีที่ทำให้เกิดรอยดำและรอยแดง พร้อมฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่

เลเซอร์ลดรอยสิว แบบไหนดี?

Pico Plus Laser เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการลดรอยสิว เพราะมีความแม่นยำในการทำลายเม็ดสีโดยไม่ทำให้ผิวรอบข้างเสียหาย

Pico ช่วยลดรอยสิวไหม?

ใช่, Pico Plus Laser ช่วยลดรอยสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งรอยดำและรอยแดงจากสิว

Pico ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ส่วนใหญ่จะเห็นความชัดเจนหลังจากทำ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน

เลเซอร์รอยสิว ห้ามอะไรบ้าง?

หลังทำเลเซอร์ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง และงดการขัดผิวหรือทำทรีตเมนต์ที่รบกวนผิวเป็นเวลา 1 สัปดาห์

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic

รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว

รวมหัตถการแนะนำ ทำแล้วหน้าเด็กลง ที่คนวัย 40+ ต้องห้ามพลาด!

รวมหัตถการแนะนำ ทำแล้วหน้าเด็ก ที่คนวัย 40+ ต้องห้ามพลาด!

รวมหัตถการแนะนำ ทำแล้วหน้าเด็ก ที่คนวัย 40+ ต้องห้ามพลาด!

หน้าแก่ก่อนวัย’ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดกับตัวเอง เพราะใครๆ ก็อยาก ‘หน้าเด็ก’ ไปตลอด แต่เมื่ออายุมากขึ้น ก็อาจทำให้หลีกเลี่ยงปัญหาหน้าแก่หรือผิวแก่ได้ยาก Blossom Clinic คลินิกความงามที่ดูแลผิวหน้าและปรับรูปหน้าให้กับผู้ใช้บริการมายาวนานนับสิบปี มีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญด้านการดูแลผิวและปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ ไม่อยากให้มีใครหรือสาวๆ คนไหนพ่ายแพ้ต่อกาลเวลา จึงขอรวบรวมโปรแกรมย้อนวัยผิวหน้า ให้ดูเด็กลง ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำว่าควรมาทำก่อนถึงวัย 40+ มาดูกันว่ามีโปรแกรมไหนที่น่าสนใจบ้าง?

หน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากอะไร?

หน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากอะไร?
หน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากอะไร?

หน้าแก่ก่อนวัย เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอายุที่เพิ่มขึ้น รังสี UV จากแสงแดด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ การทานของหวาน ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอลลาเจนผิวที่ลดลงตามวัย เริ่มจากอายุ 20 ปี ผิวจะเกิดการสูญเสียคอลลาเจนปีละ 1-2% และเมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40-45 ปี ผิวจะเสียคอลลาเจนไปกว่า 1 ใน 4 จากทั้งหมดแล้ว คอลลาเจนจึงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะผิวแก่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พออายุประมาณ 40+ ผิวจะเกิดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อและเซลล์ผิว ทำให้เกิดผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และดูแก่กว่าวัย

หัตถารแนะนำ ทำแล้วหน้าเด็ก ควรทำก่อนวัย 40+

Ultraformer III

Ultraformer III ทำไมต้องที่ Blossom Clinic เท่านั้น
Ultraformer III ทำไมต้องที่ Blossom Clinic เท่านั้น

Ultraformer III คืออะไร?

Ultraformer III คือ เครื่องยกกระชับหน้า และสลายไขมันใต้ชั้นผิว ใช้ในการยกกระชับ ปรับหน้าเรียว ลดความหย่อนคล้อย ลดไขมัน ลดริ้วรอย และช่วยให้หน้าเด็กลง โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตร้าซาวด์ ที่มีความเข้มข้นสูง ส่งผ่านพลังงานในรูปแบบ Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) ลงสู่ใต้ผิวหนังในทุกระดับชั้นผิว ทั้งชั้นผิวหนังแท้ส่วนบน ชั้นหนังแท้ส่วนลึก และชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) การทำ Ultraformer III ไม่ทำให้เกิดรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ส่งผลกระทบต่อผิวโดยรอบ และมีความปลอดภัยสูง

Ultraformer III ช่วยให้หน้าเด็กได้ยังไง?

Ultraformer III ช่วยยกกระชับผิว สลายไขมัน และกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึงขึ้น โดยใช้พลังงาน 2 รูปแบบ Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) เพื่อการรักษาปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ทั้งยกกระชับผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการศัลยกรรมดึงหน้า โดยการปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ใต้ชั้นผิว ให้เนื้อเยื่อผิวเกิดการหดตัว ผิวบริเวณที่ทำหัตถการ จะเกิดความตึงกระชับ ดูเรียบขึ้น ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ตรงจุด นอกจากนี้ Ultraformer III ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแข็งแรงขึ้น ผิวหน้าดูเด็กลง

Ultraformer III มีหัวยิงกี่แบบ? แก้ปัญหาผิวชั้นไหนได้บ้าง?

Ultraformer III มีหัวยิงกี่แบบ? แก้ปัญหาผิวชั้นไหนได้บ้าง?
Ultraformer III มีหัวยิงกี่แบบ? แก้ปัญหาผิวชั้นไหนได้บ้าง?
  • หัวยิงขนาด 2.0 mm 
    ใช้ทำหัตถการยกกระชับผิวชั้นบน (Superficial Dermis) หรือผิวหนังชั้นตื้น ซึ่งก็คือ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) ช่วยลดริ้วรอยทั่วใบหน้า เช่น ริ้วรอยหน้าผาก รอยย่นตรงหัวคิ้ว ริ้วรอยใต้ตา ลดร่องแก้ม และยกมุมปาก รวมถึงช่วยยกคิ้ว และยกหางตา ให้ดวงตาดูสดใสขึ้นได้ด้วย
  • หัวยิงขนาด 3.0 mm 
    ใช้ทำหัตถการบริเวณผิวชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) หรือผิวหนังชั้นลึก ช่วยสลายเซลลูไลท์ ลดไขมัน และช่วยลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย ยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึง กระตุ้นคอลลาเจนบริเวณร่องแก้ม และร่องน้ำหมาก ให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยได้
  • หัวยิงขนาด 4.5 mm 
    ใช้ทำหัตถการบริเวณผิวชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) เป็นชั้นผิวที่ศัลยแพทย์ใช้ในการทำศัลยกรรมดึงหน้า ยกกระชับกรอบหน้า และลำคอ สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งบริเวณแก้ม เหนียง กรอบหน้า และปรับรูปหน้าให้เรียว V-Shape ขึ้นได้
  • หัวยิงขนาด 6.0 mm
    ใช้ในการสลายไขมันในผิวหนังชั้นลึก ช่วยลดไขมันใต้ผิว เช่น ไขมันตามร่างกาย ต้นแขน ช่วยลดสัดส่วน กำจัดเซลลูไลท์ และกระตุ้นคอลลาเจนผิวให้รูปร่างกระชับ ได้สัดส่วนมากขึ้น

Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต

Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต
Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต
  • ลดริ้วรอย ใช้ประมาณ 100-120 Shots
  • ลดร่องแก้ม ใช้ประมาณ 100-120 Shots
  • กระตุ้นคอลลาเจน ใช้ประมาณ 100-120 Shots
  • รอบดวงตา ใช้ประมาณ 100-150 shots
  • ลดเหนียง แก้ม ใช้ประมาณ 100-150 Shots
  • หน้าผาก ใช้ประมาณ 100-200 shots
  • ใต้คาง ใช้ประมาณ 150-300 shots
  • หน้าแก้ม 2 ข้าง ใช้ประมาณ 300-500 shots
  • ทั่วใบหน้า ใช้ประมาณ 400-500 shots

จำนวน Shots ด้านบนเป็นค่าโดยประมาณที่ใช้รักษาในแต่ละบริเวณผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้คุณหมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง ที่ Blossom Clinic

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Ultraformer III ข้อห้าม และข้อควรปฏิบัติ มีอะไรบ้าง?

ข้อควรปฏิบัติ หลังทำ Ultraformer III
ข้อควรปฏิบัติ หลังทำ Ultraformer III
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวให้ดียิ่งขึ้น และควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • หมั่นทา Moisturizer เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ
  • งดการทำเลเซอร์ หรือหัตถการที่มีความร้อน เช่น การอบซาวน่า หลังทำ 4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วง 3 วันแรกหลังทำ
  • หากมีความรู้สึกระบม ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เล็กน้อยหลังทำ สามารถทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการได้

รีวิว Ultraformer III ผิวกระชับ ปรับหน้าเรียวเล็ก ดูเด็กลง ที่ Blossom Clinic

Ultraformer III ราคาเท่าไหร่?

ติดตามราคาโปรโมชั่น ของโปรแกรม Ultraformer III ราคาดี สุดคุ้มค่า ที่หน้า Promotions ของ Blossom Clinic ได้ทุกเดือน

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !
ULTRAFORMER III คืออะไร? เหมาะกับใคร?
จบปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้ม เหนียงได้จริงไหม?

Sculptra

 Sculptra คืออะไร
Sculptra คืออะไร

Sculptra คืออะไร?

Sculptra คือ โปรแกรมฟื้นฟูผิว ย้อนวัยผิวหน้าให้ดูเด็กลง เพิ่มความแน่น กระชับ เนียนเรียบ ดูอ่อนกว่าวัย เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่เพิ่มคอลลาเจนสู่ผิวมากกว่า 66.5% ซึ่งใช้หลักการกระตุ้นคอลลาเจน ด้วยการฉีดอนุภาค Poly-L-Lactic acid (PLLA) ที่ทำหน้าที่เพิ่มไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) หรือเซลล์ต้นกำเนิดของคอลลาเจนลงสู่ผิว ช่วยกระตุ้น Collagen Type 1 (คอลลาเจน Type 1) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ผิวแน่น อิ่มฟู ช่วยชะลอริ้วรอยร่องลึก ผิวหน้าจะแก่ช้าลงเป็นสิบๆ ปี และดูอ่อนวัยลงอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานถึง 25 เดือนเลยทีเดียว

หลักการทำงานของ Sculptra
หลักการทำงานของ Sculptra

รวมข้อดี Sculptra ย้อนวัยผิวหน้าเด็ก

ข้อดีของ Sculptra ย้อนวัยผิวหน้าเด็ก
ข้อดีของ Sculptra ย้อนวัยผิวหน้าเด็ก
  • กระตุ้นการสร้าง Collagen Type 1 ในชั้นผิวกว่า 66.5% หลังฉีดครบ 90 วัน
  • ลดริ้วรอย ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผิวยืดหยุ่น ผิวแน่นฟูดูเนียน อ่อนกว่าวัย
  • ยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ให้ผิวเรียบกระชับ
  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ให้ผิวเต่งตึง ในระยะยาวกว่า 2 ปี
  • หลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

Sculptra vs Radiesse แตกต่างกันอย่างไร?

สิ่งที่เหมือนกันของ Sculptra vs Radiesse

  • ตัวยาของทั้งคู่เป็น Collagen Biostimulator 
  • ใช้ฉีดลงสู่ชั้นใต้ผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน
  • สามารถย่อยสลายได้หมด

สิ่งที่ต่างระหว่าง Sculptra vs Radiesse

  • องค์ประกอบแตกต่าง เพราะ Sculptra ใช้อนุภาคของ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ขณะที่ Radiesse ใช้ส่วนประกอบหลักของ CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ในการสร้างคอลลาเจน
  • กลไกการออกฤทธิ์แตกต่าง ในขณะที่ Sculptra กระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ส่งสัญญาณไปยังเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ทำให้เกิดการรวมตัวของเส้นใยคอลลาเจนจำนวนมาก แต่ Radiesse จะจับกับ Fibroblast โดยตรง
  • ตำแหน่งที่ฉีด Sculptra ใช้ฉีดในบริเวณขมับ แก้ม หน้าแก้ม และกรอบหน้า เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเด้ง หน้าดูเด็กลงได้ดี ในขณะที่ Radiesse ใช้ฉีดบริเวณแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องคาง กับบริเวณมือได้
  • จำนวนการใช้งาน Sculptra ใช้ปริมาณ 1-2 ขวดต่อครั้ง ในขณะที่ Radiesse ใช้ 1-3 หลอดต่อครั้ง 
  • ผลลัพธ์ Sculptra อยู่ได้ยาวนาน 25 เดือน ในขณะที่ Radiesse อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน

ทำไมฉีด Sculptra ต้องนวด?

ทำไมฉีด Sculptra ต้องนวด?
ทำไมฉีด Sculptra ต้องนวด?

หลังฉีด Sculptra ควรนวดบริเวณที่ฉีด ด้วยเทคนิค Triple 5 Massage เพื่อช่วยให้ยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์ของการทำ Sculptra ดียิ่งขึ้น โดยนวดยกกระชับติดต่อกัน 5 วัน – วันละ 5 ครั้ง – ครั้งละ 5 นาที ขั้นตอนการนวด สามารถทำได้ตามนี้เลย

  • Step 1 ใช้นิ้วโป้งกดนวดขมับทั้งสองข้าง แล้วใช้กำปั้นนวดจากหน้าผากออกไปทางขมับด้านข้าง
  • Step 2 ใช้ข้อนิ้วแนบบริเวณใต้โหนกแก้ม แล้วค่อยๆ กดนวดออกไปด้านข้างแก้ม
  • Step 3 ใช้อุ้งมือกดข้างแก้ม แล้วค่อยๆ นวดไล่จากด้านล่างขึ้นด้านบนโหนกแก้ม
  • Step 4 ใช้ข้อนิ้วชี้แนบตรงคาง แล้วค่อยๆ กดนวดขึ้นตามแนวกราม

รีวิว Sculptra กระตุ้นคอลลาเจน หน้าเด้ง ผิวเด็กลง ที่ Blossom Clinic

Sculptra ราคาเท่าไหร่?

ติดตามราคาโปรโมชั่น ของโปรแกรม Sculptra ราคาดี สุดคุ้มค่า ที่หน้า Promotions ของ Blossom Clinic ได้ทุกเดือน

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !
Sculptra คืออะไร? Collagen Type 1 จำเป็นต่อผิวอย่างไร?

ฉีดโบลดริ้วรอย

botulinum toxin การฉีดโบ คืออะไร
botulinum toxin การฉีดโบ คืออะไร

ฉีดโบลดริ้วรอย คืออะไร?

การทำหัตถการย้อนวัย ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าที่เป็นที่นิยมมาก เพราะเห็นผลชัดเจนและปลอดภัย โดยใช้ Botulinum toxin A หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ B0T0X เป็นโปรตีนที่สกัดจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เมื่อใช้ฉีดบริเวณริ้วรอย จึงช่วยลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะใช้ลดริ้วรอยแล้ว ยังใช้ลดโหนกแก้ม ลดกราม ปรับรูปหน้าเรียว ทำให้ใบหน้าได้สัดส่วน และดูหน้าเด็กมากขึ้น

ฉีดโบลดริ้วรอย มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

ข้อดี

  • ริ้วรอยตื้นและจางลง ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • หน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์ชัดเจนและเห็นผลเร็ว
  • ไม่ต้องเตรียมตัวก่อนทำ ไม่ต้องพักฟื้น
  • ป้องกันริ้วรอยในอนาคต และป้องกันการเกิดร่องลึกได้

ข้อเสีย

  • ผลที่ได้จากการฉีดลดริ้วรอย จะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำ เพื่อคงผลลัพธ์ของความอ่อนเยาว์เอาไว้อย่างต่อเนื่อง
  • ควรรับบริการฉีดโบ โดยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านผิวหนังโดยตรง และควรใช้ B0T0X แท้เท่านั้น เพราะการใช้โบในปริมาณไม่เหมาะสม ฉีดบ่อยเกินไป หรือใช้โบปลอม ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ไม่เห็นผล และยังอาจเกิดอาการดื้อโบได้ด้วย

FILLER กับ B0T0X แบบไหนดีกว่ากัน?

B0T0X ใช้งานต่างจาก FILLER อย่างไร?
B0T0X ใช้งานต่างจาก FILLER อย่างไร?
  • B0T0X ใช้สำหรับลดเลือนริ้วรอย ชะลอรอยตีนกา พร้อมเก็บมุมกรอบหน้าให้เล็กลงได้ ช่วยแก้ไข ลดริ้วรอยบริเวณต่างๆ บนใบหน้าที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ เช่น ริ้วรอยหางตา หรือรอยตีนกา รอยย่นบนหน้าผาก รอยย่นหว่างคิ้ว และยังใช้ฉีดเพื่อปรับรูปหน้าได้ด้วย
  • FILLER ใช้สำหรับเติมเต็มบริเวณต่างๆ ให้ผิวอิ่มฟู ดูเติมเต็มมากยิ่งขึ้น แก้ปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างผิวและโครงสร้างกระดูกที่เปลี่ยนไป เช่น ปัญหาร่องแก้ม ใต้ตาลึก ขมับตอบ ริมฝีปากเหี่ยวย่น และยังสามารถปรับรูปหน้าได้ด้วย เช่น ทำฟิลเลอร์คาง เป็นต้น

ฉีดโบ กี่วันเห็นผล?

  • โบลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวหน้าเนียนเรียบ ดูหน้าเด็ก สดใสขึ้น 
  • เห็นผลลัพธ์เต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 14 วัน 
  • โบลดกราม หน้าเรียววีเชฟ 
  • เห็นผลลัพธ์เต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน 
  • โบลิฟหน้า กรอบหน้าชัด 
  • เห็นผลลัพธ์เต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 7 วัน 
  • โบรักแร้ ลดเหงื่อ ลดกลิ่นกาย 
  • เห็นผลลัพธ์เต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 14 วัน 

รีวิว ฉีดโบลดริ้วรอย หน้าเด็กลง ที่ Blossom Clinic

ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่?

ติดตามราคาโปรโมชั่น ของโปรแกรมฉีดโบลดริ้วรอย ราคาดี สุดคุ้มค่า ที่หน้า Promotions ของ Blossom Clinic ได้ทุกเดือน

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !
การฉีดโบ (BOTULINUM TOXIN) 
คืออะไร? ทำไมทุกคนถึงนิยมฉีด

Filler

Filler เติมร่องลึก ช่วยปรับรูปหน้า
Filler เติมร่องลึก ช่วยปรับรูปหน้า

Filler คืออะไร?

Filler คือ สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA ใช้ในการเติมเต็มชั้นในผิวหนังและใต้ผิวหนัง เพื่อทดแทนโครงสร้างผิวและคอลลาเจนที่ร่างกายผลิตได้น้อยลง เมื่ออายุมากขึ้น ช่วยลดริ้วรอยร่องลึก ให้ผิวหน้าเรียบเนียนมากขึ้น กระชับผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ชะลอริ้วรอย ให้ผิวอ่อนเยาว์ ดูหน้าเด็กลง และยังช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน โดยที่ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

Filler คืออะไร?
Filler คืออะไร?

Filler Restylane เติมจุดไหน ย้อยวัยหน้าเด็กลงได้บ้าง?

Filler Restylane เติมจุดไหน ย้อยวัยหน้าเด็กลงได้บ้าง?
Filler Restylane เติมจุดไหน ย้อยวัยหน้าเด็กลงได้บ้าง?
  • Filler ใต้ตา
    • ใช้ Filler Restylane Perlane Lyft เติมใต้ตาชั้นลึก คาง หรือแก้มส้ม
    • ใช้ Filler Restylane Vital Light เก็บรายละเอียดบริเวณผิวชั้นตื้น เช่น ผิวใต้ตา ช่วยลดความหมองคล้ำใต้ตา ให้ดวงตาดูสดใส อ่อนกว่าวัย 
  • Filler ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
    • ใช้ Filler Restylane Defyne เติมบริเวณ Mid-Face หน้าแก้ม ร่องน้ำหมาก เติมเต็มผิวในส่วนที่กระดูกยุบตัวลงไป จนเกิดร่องลึกได้
    • ใช้ Filler Restylane Refyne แก้ริ้วรอยร่องลึกจากการยิ้ม เช่น ร่องแก้ม มุมปาก  
    • ใช้ Filler Restylane Lidocaine แก้ปัญหาริ้วรอย ร่องแก้มตื้น
  • Filler ปาก 
    • ใช้ Filler Restylane Kysse เติมเต็มริมฝีปาก เติมความชุ่มชื้น ให้ริมฝีปากโดยเฉพาะ ช่วยให้ปากอิ่มเอิบ ไม่มีริ้วรอย ช่วยให้ดูหน้าเด็กลง

Filler Neuramis ควรฉีดตรงไหน? ผลลัพธ์หน้าเด็ก ดูอ่อนกว่าวัย

 ฟิลเลอร์ Neuramis ควรฉีดตรงไหน? ผลลัพธ์หน้าเด็ก ดูอ่อนกว่าวัย
ฟิลเลอร์ Neuramis ควรฉีดตรงไหน? ผลลัพธ์หน้าเด็ก ดูอ่อนกว่าวัย
  • Filler Neuramis รุ่น Deep Lidocaine
    • Filler ใต้ตา ลดความคล้ำใต้ตา แก้ใต้ตาลึก 
    • ฉีดแก้มส้ม ใบหน้าสดใส ดูเด็กลง
    • Filler ปาก เพิ่มความอวบอิ่ม ชุ่มชื้น
    • ฉีดฟิลเลอร์คาง เพิ่มวอลุ่ม แก้คางสั้น คางตัด คางถอย ช่วยให้ใบหน้าเรียวสวย ได้สัดส่วน
  • Filler Neuramis รุ่น Volume Lidocaine
    • เติมขมับ แก้ขมับตอบ ปรับรูปหน้าดูเรียวสมส่วน
    • เติมร่องลึก เช่น ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
    • ปรับมุมกราม ให้หน้าเรียว ดูละมุนขึ้น
    • กำจัดริ้วรอยต่างๆ ทั่วใบหน้า

รีวิว ฟิลเลอร์ เติมเต็มความสวย ดูอ่อนกว่าวัย ที่ Blossom Clinic

ฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่?

ติดตามราคาโปรโมชั่น ของโปรแกรม ฟิลเลอร์ ราคาดี สุดคุ้มค่า ที่หน้า Promotions ของ Blossom Clinic ได้ทุกเดือน

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !
ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) 
ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ เติมฟิลเลอร์?

เลือกหัตถการย้อนวัยหน้าเด็กที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็น Ultraformer III Sculptra B0T0X หรือ Filler แล้วตรงมาให้คุณหมอประเมินโดยตรงได้ที่ Blossom Clinic คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน ปัจจุบันมี 3 สาขา ได้แก่ สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และสาขาสเตเดี้ยมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม? ยี่ห้อไหนดี?

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม? ยี่ห้อไหนดี?

ฟิลเลอร์ใต้ตา : ความลับของความอ่อนเยาว์ที่ยาวนาน

การเสริมความงามเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับหลายๆ คนในปัจจุบัน โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการลดริ้วรอยและแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา แต่คำถามที่หลายคนมักจะสงสัยคือ ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม และ ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดีบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา พร้อมแนะนำวิธีการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ฟิลเลอร์ Filler คืออะไร?
ฟิลเลอร์ Filler คืออะไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา หรือ Filler คือสารเติมเต็มที่ใช้ในการเสริมและปรับรูปหน้า โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่เป็นจุดที่มักแสดงให้เห็นถึงอายุที่มากขึ้น ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึก ลดริ้วรอย และทำให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนมากขึ้น ฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับใต้ตาจะมีสาร Hyaluronic Acid (HYA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทำให้มีความปลอดภัยสูงและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

ปัญหาใต้ตา เกิดจากสาเหตุใด?
ปัญหาใต้ตา เกิดจากสาเหตุใด?

ปัญหาใต้ตา เกิดจากสาเหตุใด?

  • อายุที่เพิ่มขึ้น : เมื่ออายุมากขึ้น ผิวใต้ตาสูญเสียความยืดหยุ่นและคอลลาเจน ทำให้เกิดถุงใต้ตาและริ้วรอย รวมถึงกระดูกเบ้าตาและไขมันฝ่อตัวลงจากอายุที่เพิ่มขึ้น ยังส่งผลให้เกิดภาวะเบ้าตาลึกได้อีกด้วย
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ : การนอนดึกหรือพักผ่อนไม่พอทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ส่งผลให้เกิดรอยคล้ำและถุงใต้ตา
  • พันธุกรรม : ปัญหาใต้ตามักเป็นผลมาจากพันธุกรรม หากครอบครัวมีประวัติถุงใต้ตาหรือรอยคล้ำ คุณอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน
  • ภูมิแพ้ : สารฮีสตามีน หรือสารก่อภูมิแพ้ จะกระตุ้นหลอดเลือดที่อยู่บริเวณรอบดวงตาให้ขยายตัว ทำให้มีเลือดมาเลี้ยงบริเวณใต้ตามากขึ้น และยังกระตุ้นเม็ดสีเมลานิน ส่งผลให้ผิวใต้ตาคล้ำกว่าบริเวณอื่น  
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง : เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง ซึ่งผิวใต้ตาเป็นบริเวณที่มีผิวบาง ทำให้เห็นรอยคล้ำได้ง่าย คุณแม่ตั้งครรภ์จึงอาจมีขอบตาดำกว่าปกติ
  • การรับประทานอาหารและดื่มน้ำไม่เพียงพอ : การขาดสารอาหารและการดื่มน้ำน้อยทำให้ผิวใต้ตาหมองคล้ำและไม่สดใส
  • การสัมผัสแสงแดดมากเกินไป : แสงแดดทำลายผิวใต้ตาที่บอบบาง ทำให้เกิดรอยคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยอะไรได้บ้าง?
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยอะไรได้บ้าง?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยอะไรได้บ้าง?

1. แก้ไขเบ้าตาลึก

ภาวะเบ้าตาลึก ทำให้ดวงตาดูไม่สดใส ใบหน้าอิดโรย ดูมีอายุ การเติมเต็มผิวใต้ตาที่ดูลึก ด้วยฟิลเลอร์ จะช่วยคืนผิวใต้ตาให้กลับมาเรียบเนียน ดูอ่อนวัยอีกครั้ง

2. ลดใต้ตาคล้ำและความบวมช้ำ

ใต้ตาคล้ำและความบวมช้ำบริเวณใต้ตามักเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย การฉีดฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มผิวใต้ตา ทำให้ดวงตาดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น

3. แก้ปัญหารอยหมองคล้ำใต้ตา

ความหมองคล้ำบริเวณใต้ตาอาจทำให้คุณดูอายุเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นจริง ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับสีผิวบริเวณใต้ตาให้ดูสว่างขึ้น ลดเลือนความหมองคล้ำได้อย่างเห็นผล

4. ลดริ้วรอยและร่องลึก

ริ้วรอยและร่องลึกบริเวณใต้ตาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของความแก่ชรา การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเติมเต็มร่องลึกและลดริ้วรอยเหล่านี้ ทำให้ผิวดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ขึ้น

5. ปรับรูปหน้าให้สมดุล

ฟิลเลอร์ใต้ตาไม่เพียงแค่ช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยปรับโครงหน้าให้ดูสมดุลและเรียบเนียนมากขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติและได้สัดส่วนที่สวยงาม

6. เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง

เมื่อปัญหาถุงใต้ตา รอยหมองคล้ำ และริ้วรอยลดลง คุณจะรู้สึกมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยให้คุณดูสดใสและมีพลังมากขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม?

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม?
ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม?

หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยที่สุดเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือ ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม ความจริงแล้ว ฟิลเลอร์ใต้ตามีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้ :

1. ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้

ฟิลเลอร์แต่ละชนิดมีความคงทนต่างกัน ฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid เช่น ฟิลเลอร์ Restylane และ ฟิลเลอร์ Neuramis มักมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 6 เดือนถึง 18 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ

2. ปริมาณที่ฉีดและบริเวณที่ฉีด

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดและบริเวณที่ทำการฉีดมีผลต่ออายุการใช้งาน หากฉีดในปริมาณที่เพียงพอและตรงจุด ฟิลเลอร์จะคงรูปได้นานและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

3. การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์

การดูแลผิวหลังการฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดทับบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดๆ และหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ

4. สภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

สภาพผิวของแต่ละคนมีผลต่ออายุการใช้งานของฟิลเลอร์ ผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวมันมากอาจต้องการการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ เช่น การสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วกว่าปกติ

5. ประสบการณ์และทักษะของแพทย์ผู้ฉีด

การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และทักษะในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างถูกต้องจะช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปได้นานขึ้นและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี?

Restylane เป็นฟิลเลอร์สัญชาติสวีเดนที่ใช้เทคโนโลยี NASHA ซึ่งมีจุดเด่นในการยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี OBT มีความยืดหยุ่นสูง ใช้ในการปรับโครงสร้างผิว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมชาติ รุ่นที่แนะนำสำหรับการฉีดใต้ตา ได้แก่ :

Restylane Lidocaine : ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่ผสมยาชาในตัว เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาริ้วรอยระดับกลางและเติมเต็มร่องแก้มตื้น ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ

 Filler Restylane Lidocaine
Filler Restylane Lidocaine

Restylane Perlane Lyft : ฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวสูง เหมาะสำหรับการฉีดใต้ตา รวมถึงการปรับรูปคางและแก้มส้ม เพื่อเพิ่มความกระชับและปรับสมดุลให้ใบหน้า

Filler Restylane Perlane Lyft
Filler Restylane Perlane Lyft

2. Neuramis (เกาหลี)

Neuramis เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศไทย มีชื่อเสียงในการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและเติมเต็มร่องลึก รุ่นที่แนะนำ ได้แก่ :

  • Neuramis Deep และ Neuramis Deep Lidocaine : ฟิลเลอร์ทั้งสองรุ่นนี้เหมาะสำหรับการเติมเต็มริ้วรอยระดับปานกลาง ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์
  • Neuramis Volume Lidocaine : รุ่นนี้เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องแก้มลึก ช่วยปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูเต็มอิ่มและสมดุลยิ่งขึ้น
Filler Neuramis
Filler Neuramis

3. Juvederm (อเมริกา)

Juvederm เป็นฟิลเลอร์สัญชาติอเมริกาที่ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่นสูงและคุณภาพที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก รุ่นที่แนะนำสำหรับการฉีดใต้ตา ได้แก่ :

  • Juvederm Voluma : รุ่นนี้มีเนื้อแน่นและฟูปานกลาง เหมาะสำหรับการฉีดใต้ตา ช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับโครงหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องใช้กี่ซีซี?

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดใต้ตาจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้ปริมาณประมาณ 1 ถึง 2 ซีซี ต่อข้าง ทั้งนี้ปริมาณที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัย

  • 1 ซีซี : เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องใต้ตาตื้น และต้องการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย
  • 2 ซีซี : เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องลึกหรือปัญหาใต้ตาลึก

วิธีดูฟิลเลอร์แท้ : ตรวจสอบอย่างไรเมื่อไปฉีดที่คลินิก

การเลือกฟิลเลอร์แท้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยในการรักษา นี่คือสิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อไปฉีดฟิลเลอร์ที่คลินิก :

วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ Neuramis
วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ Neuramis
  1. ขอดูบรรจุภัณฑ์ : ตรวจสอบฉลากบนบรรจุภัณฑ์ว่ามีชื่อผลิตภัณฑ์, เลขที่ผลิต, วันหมดอายุ และตราสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตอย่างชัดเจน ตรวจดูว่าไม่มีการแกะหรือดัดแปลงใดๆ
  2. ขอใบรับรอง : คลินิกที่ได้มาตรฐานควรมีใบรับรองฟิลเลอร์จากบริษัทผู้ผลิตหรือองค์การอาหารและยา (FDA) เพื่อยืนยันความปลอดภัย
  3. ตรวจหมายเลขล็อต (Lot Number) : ตรวจสอบว่าหมายเลขล็อตบนบรรจุภัณฑ์และหลอดฟิลเลอร์ตรงกัน หากไม่ตรงหรือพบข้อผิดปกติ ควรสอบถามแพทย์ทันที
  4. สังเกตเนื้อฟิลเลอร์ : ฟิลเลอร์แท้จะมีเนื้อเจลที่เนียนละเอียด ไม่มีการแยกชั้นหรือสิ่งแปลกปลอม หากเนื้อฟิลเลอร์ดูไม่ถูกต้อง ควรขอเปลี่ยนผลิตภัณฑ์
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม? เรื่องจริงที่คุณควรรู้

หลายคนสงสัยว่า “ฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม?” คำตอบคือไม่อันตราย หากคุณเลือกใช้ฟิลเลอร์คุณภาพสูงและฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน

  1. ฟิลเลอร์คุณภาพสูง
    ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ เช่น Juvederm, Restylane, และ Neuramis ผลิตจาก Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่ปลอดภัย สลายได้เองตามธรรมชาติ และไม่ทิ้งสารตกค้าง
  2. ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    แพทย์ที่มีประสบการณ์จะประเมินปัญหาและฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงของการเกิดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนหรือการติดเชื้อ
  3. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน
    คลินิกที่ได้รับการรับรองจะใช้ฟิลเลอร์แท้และมีมาตรการดูแลความสะอาดในทุกขั้นตอน มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะปลอดภัยและเป็นที่พึงพอใจ
  4. ติดตามผลหลังการฉีด
    คลินิกที่ดีจะติดตามผลหลังการฉีดเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และสามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที

เคล็ดลับการดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • ปรึกษาแพทย์ : พูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
  • งดใช้ยาและอาหารเสริม : หลีกเลี่ยงยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน และอาหารเสริม ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนฉีด
  • เตรียมตัวล่วงหน้า : ดื่มน้ำมากๆ งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด ล้างหน้าและหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันฉีด

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • ทำความสะอาดผิว : แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณใต้ตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • วางยาชา : อาจใช้ยาชาทาเพื่อเพิ่มความสบายระหว่างการฉีด
  • ฉีดฟิลเลอร์ : แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์อย่างแม่นยำและนวดปรับรูปทรงให้ดูเป็นธรรมชาติ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

วิธีดูแลตัวเอง หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
วิธีดูแลตัวเอง หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส : หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดทับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงอย่างน้อย 3 วันหลังการฉีด เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์
  • หลีกเลี่ยงความร้อน : งดการทำเลเซอร์ การสัมผัสความร้อน เช่น ซาวน่า อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังการฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ : งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 วันหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก : งดกิจกรรมที่ใช้แรงมากภายใน 4 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : ดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตรหลังการฉีด จะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ในสภาพดีและยืดอายุการใช้งาน
  • ทาครีมกันแดด : ป้องกันรอยคล้ำและยืดอายุฟิลเลอร์ด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
  • ติดตามผลกับแพทย์ : นัดพบแพทย์เพื่อตรวจผลลัพธ์และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน
ฉีดฟิลเลอร์ คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน

ที่ Blossom Clinic เรามีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานในด้านการฉีดฟิลเลอร์ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาซึ่งเป็นพื้นที่ที่บอบบาง แพทย์ของเรามีความรู้และทักษะในการประเมินและฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

2. ใช้ฟิลเลอร์คุณภาพสูงที่ได้รับการรับรอง

เราเลือกใช้ฟิลเลอร์คุณภาพสูงจากแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก เช่น Restylane และ Juvederm ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ฟิลเลอร์เหล่านี้ปลอดภัย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน

3. บริการที่ใส่ใจและเป็นส่วนตัว

Blossom Clinic ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า เรามีการให้คำปรึกษาและประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนการฉีด เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด เราออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง

4. บรรยากาศคลินิกที่ผ่อนคลายและปลอดภัย

คลินิกของเรามีบรรยากาศที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นกันเอง เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในการรับบริการทุกขั้นตอน การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการรักษาที่มีคุณภาพสูงสุด

5. รีวิวและความพึงพอใจจากลูกค้าจริง

Blossom Clinic ได้รับการยกย่องจากลูกค้าจำนวนมากที่เคยใช้บริการจริง การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิวจากผู้ใช้บริการของเราแสดงถึงความพึงพอใจในผลลัพธ์และการดูแลที่ได้รับ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับบริการที่ดีที่สุดจากทีมงานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตาที่เหมาะสม : เคล็ดลับสู่ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัยและยาวนาน

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการลดริ้วรอยและแก้ปัญหาถุงใต้ตา โดยฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพสูง สามารถให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนานได้ หากดูแลอย่างเหมาะสม ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถอยู่ได้นานถึง 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ การดูแลหลังการฉีด และสภาพผิวของแต่ละบุคคล การเลือกใช้บริการกับคลินิกที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ฟิลเลอร์แท้คุณภาพสูง จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ดวงตาสดใสและอ่อนเยาว์อีกครั้ง ที่ Blossom Clinic

หากคุณกำลังค้นหา คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน (beauty clinic near me) เพื่อฟื้นฟูความสดใสและอ่อนเยาว์ให้ดวงตา Blossom Clinic ที่ คลินิกนครปฐม และ คลินิกศาลายา พร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมดูแลคุณด้วยฟิลเลอร์แท้คุณภาพสูงที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลก ไม่ว่าคุณต้องการลดริ้วรอย แก้ปัญหาถุงใต้ตา หรือปรับโครงหน้าให้สมดุล เรามีทางออกที่เหมาะสมที่สุด เพราะการเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ดีจะช่วยให้คุณคงความอ่อนเยาว์และมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองได้ในระยะยาวปัจจุบัน Blossom Clinic มี 3 สาขา ได้แก่ สาขานครปฐม ใกล้กับพระปฐมเจดีย์ เพียง 400 เมตร และใกล้เซ็นทรัลนครปฐม ที่เพิ่งเปิดใหม่ เดินทางเพียง 7 นาที, สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และสาขาสเตเดี้ยมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ : ผลลัพธ์ชัดเจนที่ทุกคนพูดถึง

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) โปรแกรมปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) โปรแกรมปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย คืออะไร? เห็นผลจริงไหม?

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) โปรแกรมปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย คืออะไร? เห็นผลจริงไหม?

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) หรือการฉีดโบ เป็นหนึ่งในหัตถการที่เป็นที่นิยมในกลุ่มมือใหม่ที่สนใจเข้าวงการฉีดหน้า เพราะเป็นหัตถการเสริมความงามที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถช่วยลดปัญหาริ้วรอยและช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับได้ นอกจากนี้ยังมีราคาที่สมเหตุสมผล สามารถเข้าถึงได้ง่าย

วันนี้ Blossom Clinic จึงจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ตัวยาสารพัดประโยชน์ว่าคืออะไร? ทำงานอย่างไร? และ Botulinum toxin 1 ขวดสามารถรักษาบริเวณใดได้บ้าง? ร่วมหาคำตอบได้ที่บทความนี้!

โบทูลินั่ม ท็อกซิน คืออะไร?

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) คืออะไร?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) คืออะไร?

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) เป็นตัวยาที่เกิดจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum) มีฤทธิ์ในการยับยั้งการหลั่งของสารสื่อประสาท Acetylcholine ทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วขณะ

ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมารักษาริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า ปรับรูปหน้าให้คมชัด ลดกราม รวมไปถึงผู้ที่มีเหงื่อออกมากก็สามารถเข้ารับบริการเพื่อฉีดลดเหงื่อบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และรักแร้ได้

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) อันตรายไหม?

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) เป็นหัตถการที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั่วโลก สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งรักษาปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเกร็งบิด (Dystonia) โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก อาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ รวมถึงสามารถนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาด้านความงามได้

 โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ของแท้ ดูยังไง?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ของแท้ ดูยังไง?

แต่ข้อควรระวัง คือการรับบริการโปรแกรมนี้ ควรทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ และใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ หนังตาตก หรือหางคิ้วกระตุกได้

 ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ที่ Blossom Clinic โดยแพทย์เฉพาะทาง
ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ที่ Blossom Clinic โดยแพทย์เฉพาะทาง

โบทูลินั่ม ท็อกซิน 1 ขวด ฉีดจุดไหนได้บ้าง?

โดยทั่วไปแล้ว โบทูลินั่ม ท็อกซิน จะบรรจุมาในขวดผลิตภัณฑ์เป็นรูปแบบผลึกสีขาวเคลือบอยู่ก้นขวด มักมาในขนาด 50 ยูนิต 100 ยูนิต 300 ยูนิต และ 500 ยูนิต แตกต่างกันไปตามชนิดของตัวยา

ก่อนนำโบทูลินั่ม ท็อกซินมาใช้งาน แพทย์จะนำไปผสมกับน้ำเกลือก่อน โดย 50 ยูนิตจะใช้น้ำเกลือราวๆ 1.3 ซีซี ในขณะที่ 100 ยูนิตจะใช้น้ำเกลือ 2.5 ซีซี ซึ่งแพทย์สามารถผสมน้ำเกลือมากหรือน้อยกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่ต้องการใช้และบริเวณที่ฉีด

หากต้องการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและกล้ามเนื้อบนใบหน้า 100 ยูนิตนับเป็นจำนวนที่เพียงพอ โดยแพทย์จะแนะนำให้ฉีดบริเวณต่างๆ ดังนี้

โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) 100 Units ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) 100 Units ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
  • หน้าผาก (Horizontal Forehead Lines) ริ้วรอยจากการยกคิ้วขึ้น ทำให้เห็นเป็นริ้วรอย หน้าผากแนวขวาง
  • ระหว่างคิ้ว (Frown Lines) ริ้วรอยจากการขมวดคิ้วและแสดงสีหน้า ทำให้เกิดริ้วรอยที่มีลักษณะคล้ายเลข 11 บริเวณกลางหน้าผาก
  • รอบดวงตา (Crow’s Feet) หรือตีนกา เป็นบริเวณที่มีผิวบางเป็นพิเศษ จึงง่ายต่อการเกิดริ้วรอย เมื่อมีริ้วรอยบริเวณนี้จะทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย
 โบทูลินั่ม ท็อกซิน ลดริ้วรอยหางตา
โบทูลินั่ม ท็อกซิน ลดริ้วรอยหางตา
  • ร่องแก้ม (Nasolabial Fold) เป็นบริเวณที่มีสาเหตุมาจากความหย่อนคล้อย มักเกิดขึ้นตามช่วงวัย หลังฉีดจะช่วยทำให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น ริ้วรอยร่องแก้มดูจางลง
  • จมูก (Bunny Lines) เป็นรอยย่นที่เกิดจากการยิ้มหยีตา ทำให้บริเวณจมูกเกิดเป็นริ้วรอยเส้นเล็กๆ จำนวนมาก
  • ร่องน้ำหมาก (Marionette Lines) เป็นริ้วรอยที่อยู่บริเวณมุมปาก ยาวไปถึงบริเวณแนวขากรรไกร มักเกิดจากการเบะปากหรือแสดงสีหน้าอย่างชัดเจน
  • รอยย่นที่คาง (Chin Line หรือ Pebble Chin) มีลักษณะเป็นรอยพับบริเวณคาง มักเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามยกกล้ามเนื้อคางขึ้น
  • ยกกระชับกรอบหน้า (Jaw Line) ปัญหาผิวหย่อนคล้อยเป็นปัญหาผิวที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย เกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวเสียความยืดหยุ่น การฉีดโบลิฟต์กรอบหน้าจะช่วยคลายกล้ามเนื้อส่วนคอไม่ให้ดึงแก้มลง กรอบหน้าจึงดูชัดขึ้น
โบทูลินั่ม ท็อกซิน ยกกระชับกรอบหน้า
โบทูลินั่ม ท็อกซิน ยกกระชับกรอบหน้า

กล้ามเนื้อกรามใหญ่ (Jaw) มักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Chew Muscles หรือ Masticatoy Muscle) ที่อยู่บริเวณกรามหนัก เช่น การเคี้ยวอาหารเหนียวๆ หรือติดนิสัยเคี้ยวหมากฝรั่งและน้ำแข็งเป็นประจำ การฉีดโบลดกรามจะช่วยให้ใบหน้าดูเล็กลงได้

โบทูลินั่ม ท็อกซิน ลดกราม หน้าเรียววีเชฟ
โบทูลินั่ม ท็อกซิน ลดกราม หน้าเรียววีเชฟ

ส่วนผู้ที่ต้องการฉีดเพื่อลดเหงื่อ การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินเพียง 1 ขวดอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากการระงับเหงื่อจำเป็นต้องฉีดในบริเวณวงกว้าง ทำให้ใช้ตัวยามากขึ้นไปด้วย

โดยบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ และฝ่าเท้า จะใช้ประมาณ 100-150 ยูนิต ในขณะที่การฉีดลดเหงื่อบริเวณแผ่นหลังและสีข้าง อาจต้องใช้มากถึง 300-600 ยูนิต

อย่างไรก็ตาม จำนวนยูนิตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่มีปัญหา ยี่ห้อที่ใช้ รวมถึงความต้องการของแต่ละคน หากไม่มั่นใจว่าตนเองควรฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินกี่ยูนิต แนะนำให้เข้ามารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการ โดยเฉพาะที่ Blossom Clinic ที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังและปรับรูปหน้าโดยตรง คอยให้คำปรึกษาและประเมินปัญหาผิวเบื้องต้นฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ยี่ห้อไหนดี?

โบทูลินั่ม ท็อกซิน ฉีดยี่ห้อไหนดี?
โบทูลินั่ม ท็อกซิน ฉีดยี่ห้อไหนดี?

โบทูลินั่ม ท็อกซินในประเทศไทยมีอยู่หลากหลายยี่ห้อ โดยสิ่งที่เหมือนกันของทุกแบรนด์ คือ การใช้ Botulinum toxin A เป็นสารสำคัญ แต่ด้วยกระบวนการผลิตและสารประกอบอื่นๆ ที่เลือกใช้นั้นแตกต่างกัน ทำให้แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติบางอย่างแตกต่างกันไปด้วยดังนี้

1. อัลเลอร์แกน (Allergan)

อัลเลอร์แกน (Allergan) โบทูลินั่ม ท็อกซินสัญชาติอเมริกา เป็นโบทูลินั่มท็อกซินที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเนื่องจากเป็นยี่ห้อแรกที่ได้รับการรองรับจากองค์การอาหารและยาของสหัฐอเมริกา (FDA) ว่าสามารถใช้ในการรักษาริ้วรอยระหว่างคิ้วได้

จุดเด่นของ Allergan คือ มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5% และนับเป็นโบทูลินั่มท็อกซินที่ขึ้นชื่อเรื่องมีโอกาสที่จะเกิดอาการดื้อยาน้อยที่สุด อีกทั้งตัวยายังกระจายตัวแคบ ทำให้ควบคุมการฉีดได้อย่างแม่นยำ เหมาะกับการฉีดเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น การยกกระชับกรอบหน้า ริ้วรอยรอบดวงตา และริ้วรอยระหว่างคิ้ว

หากฉีดกับแพทย์ที่ขาดความชำนาญ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดและสามารถสังเกตเห็นได้ชัด ส่วนมากมักจะเป็นปัญหาคิ้วตก ยิ้มแข็ง หรือแก้มตอบ หลังฉีดผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 5-6 เดือน

2. นาโบตะ (Nabota)

นาโบตะ (Nabota) โบทูลินั่ม ท็อกซินสัญชาติเกาหลี ที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะอย่าง HI-PURE Technology ในการผลิต ทำให้ตัวยามีความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% จึงสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วและมีโอกาสเกิดการดื้อยาน้อย เหมาะสำหรับการฉีดลดริ้วรอยทั่วใบหน้า การยกกระชับกรอบหน้า และการลดกล้ามเนื้อกราม หลังฉีดผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 4-6 เดือน

3. ซีโอมิน (Xeomin)

ซีโอมิน (Xeomin) โบทูลินั่ม ท็อกซินสัญชาติเยอรมัน แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ตรงที่บริษัทผู้ผลิตได้มีการพัฒนา XTRACT Technology มาใช้ในกระบวนการผลิต ทำให้ไม่มีการปนเปื้อนของโปรตีนที่ไม่จำเป็น และเหลือเพียงสารโบทูลินั่มท็อกซินบริสุทธิ์เท่านั้น

จุดเด่นของโบทูลินั่ม ท็อกซินตัวนี้ คือ ตัวยากระจายได้ดี หลังฉีดได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ หน้าไม่แข็งและตึงมากเกินไป รวมถึงยังได้ผลดีในผู้ที่มีการดื้อโบอีกด้วย ซึ่งการฉีด Xeomin ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 4-6 เดือน

4. นูโรน็อกซ์ (Neuronox)

นูโรน็อกซ์ (Neuronox) โบทูลินั่ม ท็อกซินสัญชาติเกาหลีที่นำสารโบทูลินั่มท็อกซินชนิดเดียวกับยี่ห้อ Allergan มาใช้ในการผลิตตัวยา ทำให้มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน คือ สามารถกระจายตัวในบริเวณกว้างได้ แต่ผลลัพธ์หลังฉีด Neuronox จะมีระยะเวลาที่สั้นกว่า Allergan เล็กน้อย สามารถอยู่ได้เพียง 4-6 เดือน

5. โบทูแล็กซ์ (Botulax)

โบทูแลกซ์ (Botulax) โบทูลินั่ม ท็อกซินสัญชาติเกาหลีที่ผู้ผลิตพยายามพัฒนาสูตรให้มีความใกล้เคียงกับยี่ห้อ Allergan ที่สามารถกระจายตัวยาในบริเวณกว้างได้ เพียงแต่จะมีความบริสุทธิ์และอายุการใช้งานที่น้อยกว่า Allergan

ส่วนจุดเด่นของ Botulax คือ ตัวยาออกฤทธิ์เร็ว สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 7 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว

6. ดิสพอร์ต (Dysport)

ดิสพอร์ต (Dysport) โบทูลินั่ม ท็อกซินสัญชาติอังกฤษ มีความบริสุทธิ์สูงและมีโมเลกุลเล็กกว่ายี่ห้ออื่นๆ ทำให้ตัวยาสามารถกระจายตัวได้ดี ลดโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการหน้าแข็งตึงและไม่เป็นธรรมชาติหลังฉีดได้ 

สำหรับโบ Dysport ในประเทศไทยจะมีให้เลือกใช้เพียง 2 ขนาด คือ 300 ยูนิต และ 500 ยูนิต ทำให้นิยมนำมาใช้ในการฉีดปรับรูปหน้าด้วยเทคนิคเดอร์โมลิฟต์ ฉีดลดเหงื่อ ลดต้นแขน หรือลดน่องปูด โดยหลังฉีดผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 4-6 เดือน

7. เอสท็อกซ์ (Aestox)

เอสท็อกซ์ (Aestox) โบทูลินั่ม ท็อกซินสัญชาติเกาหลี เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่ผู้ผลิตพยายามพัฒนาสูตรให้มีความใกล้เคียงกับยี่ห้อ Allergan ด้วยโครงสร้างโมเลกุลที่ใกล้เคียงกันทำให้ Aestox มีฤทธิ์ในการกระจายตัวยาแคบ ออกฤทธิ์แม่นยำ เหมาะกับการแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น ลดริ้วรอยบริเวณเล็กๆ ลิฟต์กรอบหน้า และลดกราม

หลังฉีดโบ Aestox สามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์หลังทำได้อย่างรวดเร็ว และคงผลลัพธ์ได้นาน 4-6 เดือน ที่สำคัญคือผู้ใช้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดการดื้อโบ เพราะตัวยามีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5%

การเตรียมตัวก่อนฉีด

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ผู้เข้ารับบริการจะต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาผิวเสียก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและให้คำแนะนำเกี่ยวกับบริเวณที่ควรฉีด อย่างไรก็ตามก่อนเข้ารับการฉีด Blossom Clinic แนะนำให้เตรียมตัวดังนี้

  • งดรับประทานยาหรือวิตามินที่มีฤทธิ์ในการต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) วิตามินซี น้ำมันตับปลา และแปะก๊วย เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลบริเวณที่ฉีด
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เพราะสองสิ่งนี้จะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ รวมถึงทำให้เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลง
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เป็นตัวการที่ทำให้หลอดเลือดเปราะและเกิดความบาดเจ็บได้ง่าย
  • งดใช้ยากลุ่มที่มีสารวิตามินเอ เช่น สารเรติน-เอ (Retin-A) สารเรตินอยด์ (Retinoid) กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) เป็นเวลา 1-2 วันก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากยากลุ่มนี้อาจทำให้ผิวบางลง เสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำหลังรับบริการ รวมถึงอาจส่งผลต่อการกระจายตัวยาอีกด้วย
  • งดเสริมความงามหรือรับบริการเกี่ยวกับผิวที่อาจทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง เช่น โกนขน เลเซอร์ขน เลเซอร์ผิว สครับผิว และนวดหน้า ประมาณ 3 วันก่อนรับบริการ
 เตรียมตัวก่อนฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน
เตรียมตัวก่อนฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน

การดูแลตัวเองหลังฉีด

หลังจากฉีดโบแล้ว ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้

  • งดออกกำลังกายอย่างหนักหรือเล่นโยคะ อย่างน้อย 4 ชั่วโมงแรกหลังทำ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ตัวยากระจายไปยังจุดต่างๆ ที่ไม่ได้ต้องการรักษา รวมถึงทำให้ประสิทธิภาพของการฉีดโบลดลง
  • งดนอนราบ ในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำ พยายามนอนหงายและหนุนหมอนสูง หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายตัวไปยังจุดที่ไม่ต้องการทำการรักษาได้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า งดการถู นวด กด บีบ คลึง หรือเกาบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายไปออกฤทธิ์บริเวณอื่นๆ
  • งดการสัมผัสความร้อน เช่น การประคบร้อน อบซาวน่า หรือแช่น้ำร้อน บริเวณที่เพิ่งฉีดเป็นเวลา 3-5 วันหลังทำ
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการที่ใช้ความร้อน โดยเฉพาะนวัตกรรมในกลุ่มยกกระชับ เพราะความร้อนจะทำให้ตัวยาลดประสิทธิภาพลง หากต้องการทำหัตถการยกกระชับควรทำก่อนฉีด หรือทำหลังจากฉีดไปแล้วอย่างน้อย 7 วัน
ดูแลหลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน
ดูแลหลังฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน

นอกจากนี้หลังจากรับบริการอาจเกิดอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วง 1-2 วันแรกได้ นับเป็นอาการปกติจากหัตถการที่ใช้เข็ม โดยสามารถใช้น้ำแข็งประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าหากพบความผิดปกติอื่นๆ เช่น หนังตาตก เห็นภาพซ้อน มีอาการแพ้หรือหายใจไม่สะดวก ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ทันที

ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน กี่วันเห็นผล?

หลังจากฉีดโบ ผู้รับบริการจะยังไม่สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ในทันที จะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้และบริเวณที่ฉีด หากฉีดในตำแหน่งที่มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อาจใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ก่อนที่กล้ามเนื้อจะค่อยๆ หดตัวและกลับสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของผู้เข้ารับบริการด้วย หากดูแลผิวอย่างถูกวิธีก็จะช่วยยืดอายุให้ผลลัพธ์คงสภาพไว้ได้ยาวนานขึ้น

ฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ที่ไหนดี?

เนื่องจากการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อโดยตรง ดังนั้นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือความน่าเชื่อถือของคลินิก เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำการรักษาด้วยตัวยาปลอม รวมถึงควรหาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ผู้ให้บริการอย่างละเอียด

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตัดสินใจว่าจะฉีดโบที่ไหนดี ให้ Blossom Clinic เป็นหนึ่งในทางเลือก เพราะทุกเคสเราให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง จนเป็นที่พูดถึงในวงการความงามเกี่ยวกับฝีมือในการฉีดโบ การันตีด้วยรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • Top Customer Awards คลินิกยอดนิยมที่มีการใช้ Neuronox สูงสุดในประเทศไทย ประจำปี 2018
  • Top Customer Award คลินิกที่มีการใช้ Aestox สูงสุดในประเทศไทย ประจำปี 2020
  • Top Spender BJC คลินิกที่มีการใช้ Nabota มากที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2023
  • Customer High Recognition Award คลินิกที่มีการใช้ Xeomin สูงสุดในประเทศไทย ประจำปี 2023

หากยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินบริเวณไหนบนใบหน้า เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด สามารถติดต่อเข้ามาที่ Blossom Clinic เพื่อให้คุณหมอประเมินสภาพผิวพร้อมแนะนำหัตถการหรือตัวยาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลได้เลย โดยติดต่อได้ที่ไลน์ @blossomclinic หรือเข้ามาปรึกษาที่คลินิก หรือใครอยู่นครปฐมหรือจังหวัดใกล้เคียง กำลังตามหาคลินิกผิวหนังใกล้ฉัน ก็สามารถแวะเข้ามาที่คลินิกได้เลย

ปัจจุบัน Blossom Clinic มี 3 สาขา ได้แก่ สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม , สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และสาขาสเตเดี้ยมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

ตามหา คลินิกเลเซอร์ นครปฐม ที่ไหนดี? แวะ Blossom Clinic

ตามหา คลินิกเลเซอร์ นครปฐม ที่ไหนดี? แวะ Blossom Clinic
ตามหา คลินิกเลเซอร์ นครปฐม ทำเลเซอร์ที่ไหนดี? แวะ Blossom Clinic

หลายๆ คนอาจเคยประสบปัญหาใบหน้าหมองคล้ำ มีรอยสิว หลุมสิว รูขุมขนกว้าง หรือผิวหย่อนคล้อย แต่รู้หรือไม่ว่าปัญหาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งหัตถการหลายอย่าง เพราะสามารถแก้ปัญหาได้จบ ครบ ในหัตถการเดียว นั่นก็คือ “เลเซอร์หน้าใส”

https://www.youtube.com/watch?v=NWhOTehuEHc&t=1s

วันนี้ Blossom Clinic จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับการเลเซอร์หน้าใส ตัวช่วยที่จะมากอบกู้ผิวอย่างล้ำลึก ตั้งแต่เลเซอร์แก้ปัญหาผิวหน้าได้อย่างไร? สามารถแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง? รวมถึงวิธีการดูแลผิวหลังทำที่จะทำให้ผิวของคุณฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมไขข้อสงสัยว่าควรทำเลเซอร์ที่ไหนดี? ใครอยู่นครปฐมหรือจังหวัดใกล้เคียง กำลังตามหาคลินิกผิวหนังใกล้ฉัน หรือ Pico Laser นครปฐม ขอแนะนำให้แวะ Blossom Clinic คลินิกเลเซอร์ นครปฐม และคลินิก ศาลายา เพราะมีบริการดูแลปัญหาผิวอย่างครอบคลุม ทั้ง Pico Laser Fractional CO2 V-IPL เดินทางก็ง่าย อยู่ใจกลางเมือง ใกล้เซ็นทรัลนครปฐมเลย ที่สำคัญมีคุณหมอที่เป็นแพทย์เฉพาะทางพร้อมดูแลทุกเคส!

เลเซอร์หน้าใสคืออะไร?

Laser หน้าใส คืออะไร | คลินิกเลเซอร์
Laser หน้าใส คืออะไร

เลเซอร์หน้าใส คือ โปรแกรมดูแลผิวหน้า โดยการปล่อยพลังงานเลเซอร์ลงบนผิว เพื่อเร่งการผลัดเซลล์เม็ดสีเมลานินและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวส่วนใหม่ขึ้นมาทดแทน จึงนิยมนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส นอกจากนี้เลเซอร์ยังสามารถช่วยลดรอยสิวและช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาผิวด้วยเลเซอร์ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินผิวและเลือกใช้เครื่องมือได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ทำให้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังทำได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เลเซอร์แก้ปัญหาผิวหน้าได้อย่างไร?

เลเซอร์ สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาผิวหน้าได้โดยตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานเลเซอร์ไปยังเซลล์เป้าหมายหรือผิวหนังบริเวณที่มีปัญหา จากนั้นพลังงานจะไปจับกับเซลล์เม็ดสีหรือเมลานิน (Melanin) ส่งผลให้เซลล์เม็ดสีถูกทำลายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอวงจรการผลัดเซลล์ผิว

โดยกระบวนการในการทำลายเม็ดสีจะแตกต่างกันออกไปตามประเภทของเลเซอร์ โดยเลเซอร์ที่แพทย์เลือกใช้ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • เลเซอร์ที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก (Ablative Laser Resurfacing) เป็นการยิงเลเซอร์พลังงานสูงลงสู่ผิวหน้า เพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพบริเวณชั้นนอกสุดให้หลุดลอกออก ร่วมกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในผิวชั้นกลาง ช่วยให้ผิวกระชับและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามการใช้เลเซอร์ประเภทนี้อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นมากกว่าเลเซอร์ประเภทอื่นๆ
  • เลเซอร์ที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอกเฉพาะส่วน (Fractionated Laser Resurfacing) เป็นการรักษาผิวด้วยเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ มีหลักการทำงานคล้ายเลเซอร์ที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก แต่พลังงานที่ใช้จะถูกยิงเป็นจุดเล็กๆ เพื่อป้องกันเนื้อเยื่อใต้ผิวบริเวณอื่นถูกรบกวน โดยวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ร่วมกับการขจัดเซลล์ผิวชั้นบนสุด
  • เลเซอร์ที่ไม่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก (Non–Ablative Laser Resurfacing) เป็นวิธีการรักษาผิวหน้าด้วยเลเซอร์ที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด โดยแพทย์จะยิงรังสีอินฟาเรดเข้าไปที่ผิวชั้นใน เพื่อให้เกิดการสะสมความร้อนใต้ผิว และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้น โดยเลเซอร์ชนิดนี้จะไม่ทำให้เกิดแผลบนผิว แต่อาจต้องรับบริการอย่างต่อเนื่องจึงจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง

ใครที่เหมาะกับการทำเลเซอร์ผิวหน้า

ใครที่เหมาะกับการทำเลเซอร์ผิวหน้า | คลินิกเลเซอร์
ใครที่เหมาะกับการทำเลเซอร์ผิวหน้า

หลายคนมักเข้าใจว่าเลเซอร์มีคุณสมบัติในการทำลายเม็ดสีที่มีสาเหตุจากสิวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วหากเลือกชนิดเลเซอร์อย่างเหมาะสม การใช้เลเซอร์ก็สามารถนำมาแก้ปัญหาผิวหน้าได้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์กับผู้ที่มีปัญหาผิวหลายประเภท ดังนี้

  • ผู้ที่ต้องการกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ การเลือกใช้เลเซอร์ที่มีค่าพลังงานสูงอย่างคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์จะช่วยเผาและตัดชิ้นเนื้อส่วนเกินขนาดเล็กๆ ออกได้ โดยไม่ทำให้เลือดออกหลังทำ แต่อาจมีสะเก็ดแผลเล็กๆ บนผิวได้
  • ผู้ที่มีปัญหากระตื้น กระลึก ใบหน้าหมองคล้ำ สามารถแก้ปัญหาผิวด้วยเลเซอร์ได้ โดยใช้หลักการเดียวกับการเลเซอร์รอยสิว คือ ส่งพลังงานเข้าไปจับกับเม็ดสี ก่อนที่จะสลายเม็ดสีนั้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้น ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น
  • คนที่มีรอยดำ รอยแดง รอยสิว รอยดำหลังสิวหาย เป็นรอยที่เกิดจากการอักเสบของชั้นผิวหนัง จากการบีบ หรือการแกะสิว จนกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น จนเกิดรอยดำคล้ำกว่าสีผิวส่วนอื่น เป็นจุดด่างดำ หรือรอยดำ ส่วนรอยแดงสิว เป็นรอยที่เกิดจากเลือดไหลเวียน เพื่อซ่อมแซมผิวหนังที่เสียหายจากการเป็นสิว ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและกลายเป็นรอยสีแดงบนใบหน้า ซึ่งการใช้พลังงานเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ให้เซลล์ผิวที่เป็นรอยด่างดำและเสียหายจากสิวถูกผลัดเซลล์ออกไป ทำให้ผิวกลับมากระจ่างใสขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย หลุมสิว รูขุมขนกว้าง ผิวหย่อนคล้อย การใช้เลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวขึ้นมาใหม่ ช่วยให้ผิวบริเวณที่มีปัญหาเต่งตึง เรียบเนียน และดูกระชับมากขึ้น

เลเซอร์ผิวหน้ามีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไร?

เลเซอร์ผิวหน้า เป็นหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาผิวได้หลากหลายชนิด แต่อย่างไรก็ตามอาจต้องพิจารณาข้อดีและข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

ข้อดีของการเลเซอร์ผิวหน้า

  • สามารถรักษาได้ในทุกสภาพผิว ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม และผิวแพ้ง่าย
  • เห็นผลลัพธ์เร็ว โดยมักจะเห็นผลลัพธ์หลังรับบริการภายใน 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว ชนิดของเลเซอร์ที่เลือกใช้ และจำนวนครั้งที่เข้ารับบริการ
  • ใช้เวลาพักฟื้นน้อย ในการเลเซอร์ที่ทำให้ผิวเกิดอาการลอก ผู้รับบริการอาจต้องทำการพักฟื้น 1-2 วัน เพื่อให้แผลเริ่มสมานตัวดีก่อน ในขณะที่เลเซอร์บางชนิด ผู้เข้ารับบริการอาจไม่ต้องพักฟื้นเลย เพียงแต่จะต้องดูแลตนเองเป็นพิเศษในระยะแรกที่ทำเพื่อลดโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อน
  • ผลข้างเคียงน้อย หากเปรียบเทียบกับหัตถการอื่นๆ แล้ว การเลเซอร์นับเป็นหัตถการที่มีผลข้างเคียงน้อย โดยหลังทำอาจมีรอยแดง อาการบวม ผิวแห้ง แสบร้อน หรือสะเก็ดแผลเล็กน้อย ซึ่งจะหายเองได้ภายใน 1 สัปดาห์

ข้อจำกัดของการเลเซอร์ผิวหน้า

  • ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ ผิวหนังติดเชื้อ สะเก็ดเงิน ผู้ที่มีแผลสด หรือเพิ่งได้รับการผ่าตัด โดยที่แผลยังไม่สมานตัวดี รวมถึงผู้ที่มีสิวอักเสบเป็นจำนวนมาก ควรรักษา สิวให้มีอาการดีขึ้นก่อน เนื่องจากการเลเซอร์อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  • ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์และกำลังให้นมบุตร เนื่องจากพลังงานเลเซอร์อาจส่งผลต่อสุขภาพทารกและมารดาได้
  • อาจทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บขณะรับบริการได้ แต่โดยทั่วไปสถานพยาบาลจะมีการทายาชาให้ก่อนเข้ารับบริการ ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดขณะทำหัตถการได้

นอกจากนี้แล้ว การเลเซอร์ผิวหน้าอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคที่เกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เพราะแผลอาจหายช้าและเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วย

เลเซอร์หน้าใส ที่ Blossom Clinic มีอะไรบ้าง?

เลเซอร์หน้าใสมีอยู่หลากหลายนวัตกรรม โดยที่ Blossom Clinic มีเลเซอร์ให้เลือกรับบริการกว่า 5 ชนิด ดังนี้

1. Pico Laser

 Pico Laser เลเซอร์รอยสิว หลุมสิว รูขุมขนกว้าง ฝ้า กระ รอยแดงรอยดำจากสิว
Pico Laser เลเซอร์รอยสิว หลุมสิว รูขุมขนกว้าง ฝ้า กระ รอยแดงรอยดำจากสิว

Pico Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง มาพร้อมกับนวัตกรรม Picosecond ที่สามารถปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็วในระดับความถี่ Picosecond ซึ่งมีความเร็วกว่า 1 ต่อล้านล้านวินาทีต่อการยิง 1 หน่วย ทำให้ระยะเวลาในการทำหัตถการสั้นกว่าการเลเซอร์ผิวด้วยชนิดอื่นๆ ลดการเกิดความร้อนบนผิวหนัง รวมถึงลดโอกาสที่จะเกิดผิวไหม้ขณะรับบริการได้

โดยตัวเครื่องที่ทาง Blossom Clinic ใช้ คือ PicoPlus สามารถปรับความยาวคลื่นได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ 532-1,064 นาโนเมตร มาพร้อมหัวเลเซอร์เฉพาะถึง 5 หัว ทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ดังนี้

Pico Laser มีกี่แบบ
Pico Laser มีกี่แบบ
  • Zoom Handpiece หัวยิงปลายกว้าง เหมาะกับการรักษากระตื้น กระลึก กระแดด และปาน
  • Collimated Handpiece หัวเลเซอร์ปลายเล็ก เหมาะกับการรักษาฝ้า กระ ปาน และรอยสิว
  • RUVY Touch Handpiece หัวเลเซอร์สีแดงปลายเล็ก เหมาะกับการใช้รักษาปัญหาผิวอย่างกระเนื้อและติ่งเนื้อขนาดเล็ก
  • Gold Toning Handpiece หัวเลเซอร์สีทองปลายเล็ก เหมาะกับการรักษาปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง เช่น รอยแดง และผื่นแดง
  • Focused Dots Handpiece หัวเลเซอร์ปลายกว้างที่ใช้ร่วมกับคลื่นพลังงานสูงๆ เหมาะกับการเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนในระดับลึก ทำให้นิยมนำมาใช้ในการรักษาหลุมสิว รอยแผลเป็น และรูขุมขนกว้าง

การใช้งาน Pico เพื่อรักษาหลุมสิว ลดรูขุมขนกว้าง ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน อาจทำให้เกิดอาการผิวแดงประมาณ 5-7 วันหลังทำ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งนับเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไปจากการใช้เลเซอร์

อย่างไรก็ตาม ico Laser เหมาะกับการแก้ปัญหาหลุมสิวระดับ Rolling Scar จนถึง Box Scar เท่านั้น ในส่วนของหลุมสิวที่อยู่ในระดับรุนแรงหรือมีความลึกของหลุมสิวมาก อาจต้องรับบริการหลายครั้งจึงจะเห็นผล

Pico Laser พักฟื้นกี่วัน | คลินิกเลเซอร์
Pico Laser พักฟื้นกี่วัน

อย่างไรก็ตาม Pico Laser เหมาะกับการแก้ปัญหาหลุมสิวระดับ Rolling Scar จนถึง Box Scar เท่านั้น ในส่วนของหลุมสิวที่อยู่ในระดับรุนแรงหรือมีความลึกของหลุมสิวมาก อาจต้องรับบริการหลายครั้งจึงจะเห็นผล

2. Fractional CO2

Fractional CO2 เหมาะกับใคร? รักษาหลุมสิว | คลินิกเลเซอร์
Fractional CO2 เหมาะกับใคร? รักษาหลุมสิว

Fractional CO2 นับเป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง เพราะพลังงานที่ถูกปล่อยจากเครื่องเป็นพลังงานเฉพาะ เรียกว่า “Fractional Photothermolysis” ซึ่งมีขนาดเล็กมากและมีความสามารถในการแทรกตัวลงไปใต้ผิวได้ถึงลึกชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยไม่รบกวนเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ

Fractional CO2 เลเซอร์ปรับผิวเนียน ไร้หลุมสิว
Fractional CO2 เลเซอร์ปรับผิวเนียน ไร้หลุมสิว

เลเซอร์ชนิดนี้มักนิยมนำมาใช้ในการรักษาหลุมสิว เนื่องจาก Fractional CO2 สามารถตัดเนื้อเยื่อพังผืดที่ถูกดึงรั้งอยู่ใต้ผิวได้ รวมถึงยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียน เพราะสามารถนำมาจี้เพื่อกำจัดสิวบางชนิดที่ไม่สามารถรักษาด้วยการทาครีมบำรุงหรือยาได้ เช่น สิวหิน และสิวข้าวสาร

3. Dual Pro Laser

Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ กำจัดรอยสิวเก่า
Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ กำจัดรอยสิวเก่า

Dual Pro Laser เป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดจุดด่างดำ รอยฝ้า กระ รวมถึงปัญหาผิวหมองคล้ำ เนื่องจากเป็นเลเซอร์ที่มีความแม่นยำและทำงานจำเพาะกับเม็ดสีเข้ม รวมถึงพลังงานยังสามารถลงสู่ผิวได้ถึงผิวชั้นลึก ทำให้ถึงแม้จะเป็นจุดด่างดำที่ฝังลึกเป็นเวลานานก็สามารถกำจัดได้

4. Ultra Charcoal Laser

Ultra Charcoal Laser เลเซอร์รอยดำ ลดรอยสิว
Ultra Charcoal Laser เลเซอร์รอยดำ ลดรอยสิว

Ultra Charcoal Laser เป็นเลเซอร์ที่มีการใช้เทคนิคเฉพาะ โดยการใช้ผงถ่านชาร์โคลบริสุทธิ์เข้ามาเป็นหนึ่งในขั้นตอนของหัตถการ ซึ่งผงถ่านจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรก น้ำมัน และผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกมา รวมถึงยังทำหน้าที่เป็นตัวนำพลังงานให้เลเซอร์สามารถลงไปจับกับเม็ดสีบนรอยดำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลังทำผิวจึงดูสมดุล ความมันบนใบหน้าลดลง รูขุมขนแลดูกระชับ

5. V-IPL

V-IPL เหมาะกับใคร? ลดสิวอักเสบ ลดรอยแดง | คลินิกเลเซอร์
V-IPL เหมาะกับใคร? ลดสิวอักเสบ ลดรอยแดง

V-IPL (Intense Pulsed Light) ไม่ใช่เลเซอร์แต่เป็นแก้ปัญหาผิวด้วยพลังงานแสง โดย V-IPL เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนามาจาก IPL มีกลไกการทำงานที่คล้ายคลึงกับเลเซอร์มาก ทำได้โดยการใช้คลื่นแสง (Intense Pulse Light) ในหลายช่วงความยาวคลื่น เข้าไปจับกับเม็ดสีเมลานินและปรับสภาพผิว

V-IPL (Intense Pulsed Light) เลเซอร์ลดรอยแดง
V-IPL (Intense Pulsed Light) เลเซอร์ลดรอยแดง

V-IPL มีประสิทธิภาพอย่างมากในการรักษารอยแดงและลดการทำงานของต่อมไขมัน หลังทำรูขุมขนจึงดูกระชับ ใบหน้าเรียบเนียน และดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนวัตกรรมที่กล่าวไปข้างต้นแล้วในผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรังยังสามารถเข้ารับการรักษาที่ Blossom Clinic ได้เช่นกัน โดยอาจเลือกรับบริการเลเซอร์สิวหรือ Acne Laser ที่เป็นการบำบัดและรักษา สิวที่ต้นเหตุ เพื่อลดการอุดตันในรูขุมขนและลดการอักเสบ อย่างไรก็ตามหัตถการนี้จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินผิวก่อน เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ผิวหน้า

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ผิวหน้านั้นไม่ได้มีความซับซ้อน เพียงแต่ก่อนเข้ารับบริการควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อาจก่อให้เกิดความระคายเคือง เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ผิวหน้าบอบบางและง่ายต่อการเกิดผิวไหม้ได้

ส่วนขั้นตอนการเลเซอร์ผิวหน้านั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสถานพยาบาล แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

  • พบแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิว ในขั้นตอนนี้สามารถแจ้งแพทย์ถึงข้อกังวล ปัญหาสุขภาพ รวมถึงหากมีการใช้ยาตัวใดอยู่ก็ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบด้วยเช่นกัน
  • หากแพทย์ประเมินว่าสามารถรักษาผิวด้วยเลเซอร์ได้ เจ้าหน้าที่จะเช็ดทำความสะอาดใบหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเลเซอร์
  • เจ้าหน้าที่ทาเจลหรือยาชาสำหรับบรรเทาอาการเจ็บปวดระหว่างยิงเลเซอร์
  • แพทย์เริ่มยิงเลเซอร์ลงบริเวณผิวที่มีปัญหา หากเป็นเลเซอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ผิวลอก อาจใช้เวลาเพียง 15 นาที ในขณะที่เลเซอร์ชนิดที่ทำให้ผิวลอก จะใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และบริเวณที่ต้องการรักษา

หลังจากเลเซอร์ผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะอธิบายถึงวิธีการดูแลตัวเองหลังทำเพื่อให้การเลเซอร์มีประสิทธิภาพมากที่สุด

การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ผิวหน้า

เมื่อเลเซอร์ผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้ารับบริการควรดูแลผิวของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้บริเวณที่ทำเลเซอร์หายดี รวมถึงการดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์หลังทำที่ชัดเจนขึ้นด้วย โดยวิธีดูแลผิวหลังทำเลเซอร์มีดังนี้

  • งดล้างหน้าหรือระวังไม่ให้หน้าสัมผัสน้ำหลังทำเลเซอร์ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นสามารถล้างหน้าได้ด้วยน้ำเกลือหรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน
  • ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA++ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน ถึงแม้จะไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งก็ตาม
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหลังทำเลเซอร์อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หากจำเป็นที่จะต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดดร่วมกับการสวมหมวกปีกกว้าง
  • ทาครีมบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวแพ้ง่ายและเกิดการอุดตัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกลุ่ม Hydroxy Acids กลุ่ม Benzoyl Peroxide และกลุ่ม Retinol ในช่วงหลังทำเลเซอร์ เนื่องจากอาจทำผิวหน้าบางลงได้
การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ผิวหน้า Blossom After Care | คลินิกเลเซอร์
การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ผิวหน้า Blossom After Care

ส่วนในผู้ที่เลือกใช้ Fractional Pico Laser (โหมดยิงหลุมสิว ผิวเรียบ ลดรูขุมขน) ผิวอาจมีความบอบบางกว่าปกติ ทำให้หลังรับบริการเลเซอร์นอกจากจะดูแลตัวเองตามที่กล่าวไปข้างต้น อาจดูแลตัวเองเพิ่มเติม ด้วยการประคบเย็นหลังทำทันที เพื่อลดความร้อนและป้องกันการระคายเคือง ทายาลดการระคายเคือง ซึ่งอาการหน้าแดงเป็นจ้ำ จากการใช้พลังงานเลเซอร์ จะค่อยๆ จางลง และหายได้เอง โดยใช้เวลาประมาณ 7 วัน และผิวจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจน เพื่อปรับสภาพผิวเรียบ รูชุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้นขึ้นถาวร โดยใช้เวลาประมาณ 1-6 เดือน

ทำเลเซอร์ ที่ Blossom Clinic ดีอย่างไร?

หากคุณเป็นหนึ่งที่กำลังตามหา คลินิกเลเซอร์ ในนครปฐม ให้ Blossom Clinic เป็นหนึ่งในทางเลือก เราให้บริการด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน มีให้เลือกใช้หลากหลายนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง Pico Laser เครื่อง Fractional CO2 เครื่อง Dual Pro Laser เครื่อง Ultra Charcoal Laser หรือการแก้ปัญหาผิวด้วยแสงอย่าง V-IPL

ทุกเคสเราให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังรวมถึงแพทย์ที่มีความชำนาญในการทำเลเซอร์ แพทย์จึงสามารถประเมินผิวและเลือกวิธีรักษาได้อย่างตรงจุด แม่นยำ รวมถึงช่วยลดความเจ็บปวดขณะรับบริการและลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงหลังทำได้อีกด้วย

พิเศษ! หากทำโปรแกม Pico Plus ผู้เข้ารับบริการจะได้ตรวจสภาพผิวด้วยเครื่อง Facial Scan ทรีตเมนต์สูตรปลอบประโลมผิว และฉายแสง LED Light ลดการอักเสบหลังทำ ฟรี!

หากยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกเลเซอร์ผิวหน้าด้วยเครื่องมือใด? เลือก คลินิกเลเซอร์ นครปฐมที่ไหนดี? ให้บลอสซั่ม คลินิก นครปฐม เป็นคำตอบ สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อให้คุณหมอประเมินสภาพผิวและแนะนำหัตถการที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคลได้เลย โดยติดต่อได้ที่ไลน์ @blossomclinic หรือเข้ามาปรึกษาที่คลินิก

ปัจจุบัน Blossom Clinic มี 3 สาขา ได้แก่ สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม , สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และสาขาสเตเดี้ยมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

แนะนำ คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง ใกล้ ม.มหิดล ศาลายา

แนะนำ คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง ใกล้ ม.มหิดล ศาลายา
แนะนำ คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง ใกล้ ม.มหิดล ศาลายา

คงไม่มีใครที่ไม่เคยเผชิญกับปัญหาสิว ตัวการสำคัญที่ทำให้ใครหลายๆ คนว้าวุ่นใจ เพราะเมื่อเป็นแล้วไม่เพียงแต่จะสร้างความรำคาญและความเจ็บปวดเท่านั้น แต่หลังจากที่อาการสิวดีขึ้นแล้วอาจยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้

วันนี้ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา (รวมถึงมีสาขานครปฐม และสาขาสเตเดียมวัน) เป็นคลินิกรักษาสิว ใกล้ฉัน (กรณีตั้งหลักที่มหาวิทยาลัยมหิดล Mahidol University) จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับต้นตอของสิว ว่าแท้จริงแล้วสิวเกิดจากอะไร? มีกี่ประเภท? และรักษาได้อย่างไรบ้าง? บอกเลยว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องสิวมากขึ้น จนสามารถป้องกันการเกิดสิว และสามารถรักษาสิวได้อย่างอยู่หมัด!

สิวคืออะไร? เกิดจากอะไร?

สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ

สิว (Acne) คือ ความผิดปกติของรูขุมขนและต่อมไขมัน ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วในชั้นหนังกำพร้าที่ควรจะหลุดออกจากรูขุมขนไปตามธรรมชาตินั้นไม่หลุดออก แต่กลับไปตกค้างอยู่บริเวณรูขุมขน

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที เซลล์ผิวเหล่านี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นและไปจับตัวกับน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าหรือซีบัม (Sebum) ฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ จนอุดกั้นการลำเลียงของเสียบริเวณรูขุมขน ทำให้ของเสียคั่งค้างอยู่ใต้ผิวและเกิดตุ่มนูนขนาดเล็กบริเวณปากรูขุมขน หรือ “สิว” ขึ้น

1. การเปลี่ยนของฮอร์โมนในร่างกาย

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนับเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น และไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ขยายตัวและผลิตซีบัมออกมามากขึ้น เพิ่มโอกาสให้เซลล์ผิวที่ตายจับตัวกับน้ำมันและเกิดการอุดตันมากขึ้น

นอกจากนี้ยังพบว่าการมีความเครียดสะสมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ปัญหาผิวแย่ลง เพราะเมื่อเข้าสู่ภาวะเครียดร่างกายจะผลิตฮอร์โมนออกมาหลายชนิด เช่น คอร์ติโซล (Cortisol) ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ซึ่งมีผลต่อให้ต่อมไขมันขยายตัว ส่วนในผู้ที่มีปัญหาสิวอยู่ก่อนแล้ว ความเครียดก็จะทำให้ปัญหาสิวแย่ลง

สิวฮอร์โมนมักจะเกิดในระยะเวลาเดิมซ้ำๆ โดยสอดคล้องกับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ประจำเดือน หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งนอกจากสิวชนิดนี้จะเป็นปัญหาผิวแล้ว ยังเป็นการสื่ออีกนัยจากร่างกายด้วยว่าเราควรที่จะรีบดูแลสุขภาพเพราะมีระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุล

2. พันธุกรรม

นอกจากพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดลักษณะภายนอกอย่างลักษณะเส้นผม ชั้นตา สีตา ให้เรามีลักษณะคล้ายกับคุณพ่อคุณแม่ของเราแล้ว การควบคุมการทำงานของต่อมไขมันก็เป็นสิ่งที่เราได้รับการส่งต่อมาทางพันธุกรรมเช่นกัน

ในบางรายอาจได้รับยีนที่มีเกี่ยวกับการสังเคราะห์น้ำมันที่ผิดปกติ ทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปจนทำให้เกิดสิว รวมถึงในบางรายอาจได้รับยีนควบคุมการอักเสบที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดอาการอักเสบที่ผิวง่าย ผู้ที่ได้รับยีนชนิดนี้จึงมีโอกาสที่จะเกิดสิวอักเสบได้ง่ายและรุนแรงกว่าคนอื่นๆ

3. มลภาวะ

ในอากาศประกอบไปด้วยสารเคมีหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) PM (Particulate Matter) O3 (Ozone) และควันบุหรี่ หากเกราะป้องกันผิวไม่แข็งแรงเมื่อใดก็ตามที่ผิวเผชิญกับสารเหล่านี้จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของน้ำมันบนผิว (Squalene Oxidation) และเกิดเป็นสิวอุดตัน

ไม่เพียงเท่านั้นฝุ่นและแสงแดดยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระใต้ผิว เมื่อเกิดสารอนุมูลอิสระบ่อยๆ เข้า ผิวจะเสื่อมสภาพและง่ายต่อการอักเสบ ในผู้ที่มีสิวอยู่มีสิวเห่อมากขึ้น

4. พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

การรับประทานอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน น้ำตาลมากเกินไป จะทำให้ร่างกายต้องผลิตอินซูลินเพิ่มมากขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ซึ่งผลกระทบจากการที่อินซูลินถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก คือ อินซูลินจะกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้นไปตามด้วย ทำให้ง่ายต่อการดูดซับแบคทีเรียและเกิดสิวอุดตัน

รวมถึงการรับประทานอาหารจำพวกนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบได้ นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่เพิ่มโอกาสในการเกิดสิว เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารทะเลบางชนิด และเครื่องดื่มคาเฟอีน อย่างกาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น

5. เครื่องสำอาง

การเลือกใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวอาจทำให้เกิดสิวได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวมัน หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นฐานน้ำมัน (Oil-Based) อาจทำให้ผิวหน้าสะสมความมันมากขึ้นและนำมาสู่การเกิดสิวอุดตัน หากต้องการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมัน

6. การใช้ยาบางชนิด

การใช้ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดสิวได้ เช่น ยาต้านโรคซึมเศร้า (Antidepressants) ยากันชัก (Antiepileptics) และยาสเตียรอยด์ (Steroid) เนื่องจากยาเหล่านี้จะกระตุ้นฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้ต่อมไขมันขยายตัวและผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น

นอกจากนี้การรับประทานยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่องถึงแม้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเกิดสิว แต่ก็อาจทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้เสียหาย ระดับฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ และแบคทีเรียดีบนผิวหนังถูกทำลายนำไปสู่การอักเสบและเกิดสิวได้

สิวมีกี่ประเภท?

สิวมีกี่ประเภท? | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
สิวมีกี่ประเภท?

สิวมีหลายชนิด โดยสามารถจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

1. สิวไม่อักเสบ

สิวไม่อักเสบสามารถเรียกได้หลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน (Comedones) หรือ สิวไขมัน สิวชนิดนี้เป็นปัญหาสิวพื้นฐานที่นำไปสู่การเกิดปัญหาสิวอื่นๆ เกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สิ่งสกปรก และน้ำมันส่วนเกิน จนเกิดเป็นถุงซีสต์ขนาดเล็กใต้ผิว

สิวอุดตันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

  • สิวอุดตันหัวเปิด (Open Comedone) หรือ สิวอุดตันหัวดำ (Blackheads) สิวชนิดนี้สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นสิวที่จะเกิดขึ้นบนชั้นผิวตื้นๆ และบนหัวสิวจะมีสีดำอยู่บริเวณกึ่งกลาง เกิดจากสารเมลานินของเซลล์ผิวหนังทำปฏิกิริยากับอากาศจนบริเวณหัวสิวกลายเป็นสีดำ
  • สิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedone) หรือสิวอุดตันหัวขาว (Whiteheads) สิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวขนาดเล็ก สามารถสังเกตเห็นได้ยาก หากรบกวนผิวบริเวณนั้นบ่อยๆ อาจนำไปสู่การระคายเคือง และพัฒนาไปสู่การเป็นสิวอักเสบได้

2. สิวอักเสบ

สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) นับเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง มักเกิดจากการที่เป็นสิวอุดตันอยู่ก่อน แล้วผิวบริเวณนั้นถูกเชื้อแบคทีเรีย P.acnes เข้าไปเจือปนอยู่ในรูขุมขน

เมื่อร่างกายทราบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามส่งเม็ดเลือดขาวไปฆ่าเชื้อโรค ทำให้บริเวณนั้นระคายเคืองและเกิดการอักเสบ จนเกิดตุ่มหนองที่มีอาการบวมแดงและกดเจ็บขึ้น

สิวอักเสบหากแบ่งตามลักษณะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

  • สิวอักเสบไม่มีหัว ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงอาจสังเกตเห็นสิวชนิดนี้ได้ยาก เพราะลักษณะจะเหมือนกับผิวทั่วไปแต่มีความนูนสูงขึ้นกว่าปกติ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ หากรบกวนผิวบริเวณนั้นบ่อยๆ พยายามกด บีบ เค้น อาจทำให้สิวบริเวณนั้นเกิดการอักเสบ และบวมมากขึ้น
  • สิวอักเสบมีหัว สิวชนิดนี้จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาผิว โดยจะเริ่มจากเป็นสิวตุ่มแดง (Papules) ขนาดเล็ก หากอาการไม่ดีขึ้นอาจทำให้สิวมีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากมีการสะสมของหนองใต้ผิวเป็นจำนวนมาก และสร้างความเจ็บปวดให้ผิวได้แม้ไม่ใช้มือสัมผัส

ส่วนผดหรือที่หลายคนเรียกว่า “สิวผด” จริงๆ แล้วไม่ใช่สิวแต่เป็นอาการแพ้ของผิวหนัง ทำให้เกิดตุ่มนูนเล็กๆ ไม่มีหัวขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมักจะเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น ทำให้ต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกมาได้ ต่อมเหงื่อจึงอุดตันจนเกิดตุ่มนูนขึ้น

บริเวณที่มักเกิดสิว

สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย แต่มักจะเกิดบนใบหน้ามากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณทีโซน (T-zone) เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการสร้างและขับน้ำมันส่วนเกินออกมามากกว่าบริเวณอื่นๆ โดยสิวแต่ละบริเวณมีสาเหตุการเกิดที่ต่างกัน ดังนี้

  • ผิวที่หน้าผาก เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่สิวมักจะขึ้นเป็นลำดับแรกๆ เนื่องจากมีการขับน้ำมันออกมามากกว่าบริเวณอื่นๆ รวมทั้งเป็นบริเวณที่มีการสะสมของเหงื่อและแบคทีเรีย ส่งผลให้สิวขึ้นหน้าผากได้ง่าย
  • สิวที่จมูก เป็นอีกหนึ่งบริเวณของทีโซน ปัญหาผิวที่มักเกิดในบริเวณนี้ คือ สิวอุดตันหัวเปิด และสิวเสี้ยน (Trichostasis Spinulosa) ซึ่งไม่ใช่สิว แต่เป็นการอุดตันของไขมันและเส้นขน ทำให้มีลักษณะเป็นจุดดำเล็กๆ หรือมีหนามแหลมยื่นออกมาทางรูขุมขนจำนวนมาก
  • สิวที่แก้ม มักเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดเป็นหลัก และการสัมผัสกับสิ่งของที่มีการสะสมของเชื้อโรค เช่น หมอน เส้นผม และโทรศัพท์มือถือ
  • สิวที่รอบปาก ก็มักเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดเช่นกัน โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารหากไม่ทำความสะอาดรอบริมฝีปากให้ดี บริเวณนั้นก็จะสะสมของคราบมันและแบคทีเรียจนเกิดสิวขึ้นได้
  • สิวที่คาง นอกจากคางจะเป็นเวลาที่มีการขับน้ำมันออกมามากกว่าบริเวณอื่นๆ แล้ว คางยังเป็นบริเวณที่เรามักจะเอาไปมือสัมผัส อย่างการเท้าคาง รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัยอาจทำให้ผิวเกิดการเสียดสีอยู่ตลอดเวลา ง่ายต่อการสะสมแบคทีเรียและเกิดการอักเสบ ทำให้สิวขึ้นคาง
สิวอักเสบ ขึ้นตรงไหนได้บ้าง? | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
สิวอักเสบ ขึ้นตรงไหนได้บ้าง?

นอกจากนี้ ยังมีสิวอักเสบที่สามารถเกิดได้แทบทุกเวณของร่างกาย เช่น บริเวณใบหน้า โพรงจมูก หู ลำคอ หน้าอก ไปจนถึงแผ่นหลัง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสิวอักเสบในบริเวณเดิมได้อีก 

วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง

วิธีการรักษาสิวที่เห็นผลดีที่สุด คือ การทำความเข้าใจและรักษาสิวตามอาการของตนเอง เพราะสิวแต่ละชนิดมีวิธีการรักษาที่ต่างกัน อย่างไรก็ตามทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบก็มีกระบวนการรักษาที่คล้ายกัน โดยเน้นไปที่การลดการสะสมของน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า และผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก สามารถทำได้ด้วย 2 วิธีหลัก คือ

1. การรักษาด้วยยาใช้ภายนอก

การรักษาด้วยยาใช้ภายนอกเป็นวิธีที่ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสิวที่มีความรุนแรงไม่มากนัก โดยยาใช้ภายนอกที่มักนำมาใช้ในการรักษาสิว ได้แก่

  • ยากลุ่มเบนโซลอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) มีคุณสมบัติในการลดจำนวนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดปริมาณไขมันบนผิวหนัง เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่เป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบ
  • ยาที่มีส่วนผสมของกรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) สามารถลดการอุดตันของรูขุมขน และบรรเทาอาการอักเสบของสิวได้ ส่วนในผู้ที่รักษาสิวจนหายแล้ว ยาตัวนี้ก็ยังสามารถช่วยในการลดรอยสิวได้อีกด้วย
  • ยากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ มีคุณสมบัติสำคัญในการลดการอุดตันของรูขุมขน ใช้ได้กับสิวในทุกระยะ แต่การใช้อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ผิวบางลงและไวต่อแสงแดดได้

ถึงแม้วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ง่ายเพราะสามารถหาซื้อตัวยาได้เอง แต่การใช้ยาก็ยังควรจะอยู่ภายใต้คำแนะนำของหมอรักษาสิว แพทย์ผิวหนัง และเภสัชกร เพราะการใช้ยาที่มีความเข้มข้นมากเกินไปหรือไม่เหมาะกับสภาพผิวอาจทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้นได้

2. การรับประทานยารักษาสิว

หากเป็นสิวอุดตันเพียงอย่างเดียว การรักษาด้วยวิธีนี้อาจไม่เหมาะนัก เนื่องจากการใช้ยาแบบรับประทานสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เภสัชกรจึงมักจะจ่ายยาให้กับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันร่วมกับสิวอักเสบ รวมทั้งสิวอักเสบจะต้องมีความรุนแรงในระดับปานกลางไปจนถึงระดับรุนแรง

โดยยาที่มักนำมาใช้ในการรักษาสิวอักเสบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • ยาต้านจุลชีพหรือยาฆ่าเชื้อ ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบและยังป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้อีกด้วย
  • ยาฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิด ยากลุ่มนี้จะเข้าไปลดการผลิตของฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาได้ลดลง แต่อาจต้องใช้ต่อเนื่องหลายเดือนจึงจะเห็นผล
  • ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ เช่น ยา Acnotic , ยาไอโสเตรตินอย (Isotretinoin) เป็นยาที่เหมาะกับสิวอักเสบรุนแรงและเรื้อรัง มีคุณสมบัติในการลดการสะสมของแบคทีเรียและการอักเสบได้ดี แต่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์เพราะตัวยามีพิษต่อตัวอ่อนในครรภ์

วิธีรักษาสิวอย่างเร่งด่วน

สิวเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง หากการรักษาด้วยตนเองไม่เห็นผล การเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินผิวและแนะนำวิธีการรักษาสิวอาจเหมาะสมกว่า เพราะการรักษาอย่างผิดวิธีอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดปัญหาผิวที่รุนแรงและยากที่จะรักษาได้ในอนาคต

ที่ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา มีหัตถการที่คนเป็นสิวไม่ควรพลาด ได้แก่

1. ทรีตเมนต์ผิวหน้า

การทรีตเมนต์ผิวหน้า (Facial Treatment) คือ กระบวนการดูแล รักษาผิวหน้าด้วยวิธีต่างๆ รวมกันอยู่หลายขั้นตอน หรือจะประกอบไปด้วยขั้นตอนเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการทำ ข้อดีของการทรีตเมนต์ผิวหน้า คือ แก้ปัญหาผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

ที่ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา เรามีโปรแกรม

  • Acne Clear ทรีตเมนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสิวโดยเฉพาะ มีการใช้วิตามินและตัวยาที่มีประโยชน์หลายชนิด เข้ามาควบคุมและยับยั้งการเกิดสิวจากต้นเหตุ ร่วมกับการกดสิวเพื่อกำจัดสิวอุดตัน โปรแกรมนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมถึงผู้ที่มีรอยดำจากสิวและผิวแพ้ง่ายก็สามารถเข้ารับบริการได้
ACNE CLEAR (สิว) ทรีตเมนต์รักษาสิว ด้วยวิตามิน ยับยั้งสิวจากต้นเหตุ
ACNE CLEAR (สิว) ทรีตเมนต์รักษาสิว ด้วยวิตามิน ยับยั้งสิวจากต้นเหตุ

ACNE CLEAR (สิว)
ทรีตเมนต์รักษาสิว ด้วยวิตามิน ยับยั้งสิวจากต้นเหตุ

  • Customized Treatment การรักษาสิวด้วยเทคนิคเฉพาะของ Blossom Clinic มีสูตรทรีตเมนต์ที่รับรองทุกสภาพผิว เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล เทคนิคนี้จะเป็นการบำรุงฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกถึง 7 ขั้นตอน ช่วยรักษาสิว ผดและผื่น ลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น เผยผิวกระจ่างใส โปรแกรมนี้มี 4 สูตร เหมาะกับทุกสภาพผิว ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือผิวขาดการบำรุงจนหมองคล้ำไม่กระจ่างใส
    • สูตรสำหรับคนหน้ามัน สิวบุก (Oily Skin & Fight Acne Solution)
    • สูตรสำหรับคนผิวแห้ง ย้อนเวลาให้ผิว (Dry & Aging Resistance)
    • สูตรสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ต้องดูแลเป็นพิเศษ (Sensitive Caring)
    • สูตรสำหรับคนผิวหมองคล้ำ คืนความขาวใสออร่า (Brighter than Ever)
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

Customized Skin Treatment
Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

  • Acne Light Therapy (ALT) ทรีตเมนต์รักษาสิว ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยกำจัดสิวเท่านั้น แต่ยังเน้นไปที่รักษาสิวจากต้นเหตุ และป้องกันโอกาสการเกิดสิวใหม่ ทำได้โดยการใช้ตัวยาและทรีตเมนต์สูตรเฉพาะ กดสิวอุดตันทั้งหมดออก ก่อนฉายแสง LED สีต่างๆ ที่เหมาะกับสภาพผิว และจบด้วยการ​​ทาครีมบำรุงสูตรอ่อนโยน หลังทำผู้รับบริการจะรู้สึกได้ว่าผิวสะอาดขึ้น สิวยุบตัวและอาการอักเสบดีขึ้น หากรับบริการอย่างต่อเนื่องก็จะยิ่งทำให้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

Acne Light Therapy
รักษาสิวที่ถูกวิธี และ ได้มาตรฐาน

2. Made Collagen

Made Collagen เป็นโปรแกรมบำบัดเซลล์ผิว ฟื้นฟูผิวอ่อนแอ เป็นสิว แพ้ง่าย ให้กลับมามีผิวสวยสตรอง ด้วยการเติมสารสกัดจากธรรมชาติ ประกอบด้วยวิตามินรวม คอลลาเจนเข้มข้น แร่ธาตุเอนไซม์ และพลาสเซนต้า มีความปลอดภัยสูง ผ่านเทคนิคการฉีด 16 จุดทั่วใบหน้า ช่วยสร้างเกราะกำบัง ปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง และช่วยยับยั้งการเกิดสิว ลดสิว ลดผดผื่น ลดผิวอักเสบ แพ้ง่ายได้เป็นอย่างดี

Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

โปรแกรม กู้ผิวหน้า เด้งใส
Rejuran vs Made Collagen vs Belotero vs Sculptra เลือกยังไง? ให้เหมาะกับผิว

3. Pico Laser เลเซอร์รักษารอยสิว

Pico Laser เป็นเลเซอร์คุณภาพสูง ปลอดภัย ไม่ทำร้ายผิว ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก US FDA ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า Picosecond สามารถปล่อยพลังงานเลเซอร์ความถี่สูงด้วยความเร็วในระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที ช่วยกำจัดเม็ดสีใต้ชั้นผิวหนังอย่างละเอียดมากกว่าเทคโนโลยีรุ่นอื่น และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง ด้วยหัวเลเซอร์ที่ให้ประสิทธิภาพในการรักษาปัญหาผิวต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ซึ่งโหมดการใช้งาน Pico Toning จะเหมาะกับการใช้เลเซอร์ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงจากสิวหรือเม็ดสีที่มีความผิดปกติ Pico Laser มีความแม่นยำ ให้พลังงานสม่ำเสมอ มีความปลอดภัย และยังไม่สร้างสะเก็ดแผลไว้บนผิวหนังอีกด้วย

Pico Laser คืออะไร ทำไมถึงยอดนิยม?  | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
Pico Laser คืออะไร ทำไมถึงยอดนิยม?

Pico Laser คืออะไร 
ทำไมถึงยอดนิยม?

คลินิกรักษาสิว ศาลายาที่ไหนดี?

หากคุณเป็นหนึ่งที่กำลังตามหาคลินิกรักษาสิว ศาลายา ให้ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา เป็นหนึ่งในทางเลือก เราให้บริการด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน มีให้เลือกใช้หลายโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีตเมนต์ การฉีดเมโสรีจูรันเพื่อรักษาสิว รวมไปถึงในผู้ที่มีปัญหารอยสิวยังสามารถเลือกแก้ปัญหาได้ด้วยโปรแกรม Dual Pro Laser & V-IPL จัดการทั้งรอยดำ รอยแดงสิว และ Acne Laser รักษาสิวด้วยการกำจัดเชื้อสิว ลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวแห้งไว ช่วยหยุดต้นตอการเกิดสิวได้ทุกชนิด

Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ & V-IPL Laser ลดรอยแดงจากสิว | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ & V-IPL Laser ลดรอยแดงจากสิว

Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ

V-IPL Laser ลดรอยแดงจากสิว

ทุกเคสเราให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง รวมถึงหมอรักษาสิวที่มีความชำนาญ ทำให้การประเมินผิวและการเลือกวิธีการรักษาเป็นไปได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ

หากยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกรักษาสิวด้วยวิธีใด สามารถติดต่อเข้ามาที่ Blossom Clinic เพื่อให้คุณหมอประเมินสภาพผิว และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลได้เลย โดยติดต่อได้ที่ไลน์ @blossomclinic หรือเข้ามาปรึกษาที่คลินิก

ปัจจุบัน Blossom Clinic มี 3 สาขา ได้แก่ สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา, สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และสาขาสเตเดี้ยมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !