หากใครกำลังมองหาวิธีเปลี่ยนผิวโทรมให้กลับมาฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี และใสระดับ Glass Skin แบบสาวเกาหลี Blossom Clinic เสนอโปรแกรมใหม่ล่าสุด Program Glass & Glow Technique ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนใส ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับทุกสภาพผิวและทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหน้าใสเร่งด่วน ลดรอยดำ และฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้ผิวดูเปล่งปลั่ง
โปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในเทคนิคการดูแลผิวแนวใหม่ ที่ออกแบบการดูแลผิวอย่างครบขั้นตอน ตามปัญหาผิวของคนไข้ เพื่อฟื้นฟูจากภายในสู่ภายนอก ผ่านขั้นตอนการผลัดเซลล์ผิวหน้าอย่างอ่อนโยนด้วย LHA Peeling (Peeling แปลว่า การผลัดเซลล์ผิว) และเทคนิคการบำรุงผิวเฉพาะบุคคล (Customized Technique) ที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ตรงจุด ปลอดภัย และเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
จุดเด่นของโปรแกรม Glass & Glow Technique คือ การปรับสูตรและขั้นตอนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน โดยแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) ของ Blossom Clinic ดูแลด้วยตนเองตลอดการรักษา และให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก Thai FDA หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทุกขวดใช้ของแท้จากอิตาลีเท่านั้น
Skin Spot เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่มีปัญหารอยดำ ฝ้า กระ และผิวหมองคล้ำโดยเฉพาะ สูตรนี้ผสานขั้นตอน LHA Peeling หรือการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้ระคายเคือง พร้อมขั้นตอน Biorevitalization เป็นการฟื้นฟูผิวด้วยเทคนิคทางชีวภาพ อย่างการเติมสารละลายที่ประกอบด้วยกรดไฮยาลูโรนิก วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ผิวชั้นบน เพื่อให้ผิวเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ พร้อมช่วยให้ผิวสดชื่นมากขึ้น
Skin Bio เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าผิวแห้ง ขาดน้ำ ดูเหนื่อยล้า หรือผิวไม่สดใส ซึ่งเป็นสัญญาณของการที่ผิวสูญเสียสมดุล สูตรนี้จึงออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้นและเติมเต็มโครงสร้างผิวด้วยพลังของ Bioengineered Hyaluronic Acid หรือ กรดไฮยาลูโรนิกชีวภาพ ที่ใช้กรดไฮยาลูโรนิกโมเลกุลใหญ่ (High Molecular Weight) เพื่อช่วยยกกระชับ (Lifting) และเติมความชุ่มชื้น (Deep Hydration) ไปพร้อมกัน เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น ยืดหยุ่น และผิวนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้น
คนที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ต้องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งกร้าน ดูหน้าใส ดูอ่อนเยาว์ ผิวหน้าเงาแบบ Glass Skin มากขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีฟื้นฟูผิวที่ไม่ใช่แค่ให้หน้าใส แต่ยังช่วยยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวไปพร้อมกัน สูตร Skin Profhi คือ ทางเลือกที่เหมาะที่สุด ในโปรแกรม Glass & Glow Technique จาก Blossom Clinic
สูตรนี้ใช้ขั้นตอน LHA Peeling + Biostimulator ซึ่งเริ่มจากการผลัดเซลล์ผิวหน้าอย่างอ่อนโยนด้วย LHA เพื่อเปิดทางให้สารบำรุงซึมลึก จากนั้นจึงตามด้วย Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Hybrid Cooperative Complex (HCC) HA เทคโนโลยีใหม่ที่รวมเอา Hyaluronic Acid ทั้งโมเลกุลเบาและหนักไว้ในขวดเดียว
คนที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง เริ่มมีปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย มีร่องลึก ต้องการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงขึ้น ให้ผิวหน้าดูเด็กลง ต้องการให้ผิวหน้ากระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น ผิวนุ่มชุ่มชื้น แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางติดทนมากขึ้น
สำหรับใครที่อยากได้ลุคผิวฉ่ำวาว หน้าเงาราวผิวกระจก ดูสุขภาพดี (Glass Skin) แบบสาวเกาหลี สูตร Skin Revive คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในโปรแกรมนี้ ขั้นตอนเริ่มจาก LHA Peeling เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำออกอย่างอ่อนโยน แล้วตามด้วย Skin Booster ที่มีส่วนผสมของ HA + Glycerol ซึ่งเป็นการเติมน้ำให้ผิวในระดับเซลล์ ทำให้ผิวดูสดชื่น ฉ่ำ และมีชีวิตชีวาทันที
คนที่ต้องการหน้าใสเร่งด่วน ก่อนออกงาน หรืออยากให้ผิวมีชีวิตชีวาทันทีหลังทำ เหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่าผิวขาดน้ำ ต้องการมีผิวฉ่ำวาวสุขภาพดี (Glass Skin) แบบเป็นธรรมชาติ
Program Glass & Glow Technique ทั้ง 4 สูตรนี้จะถูกปรับให้เหมาะกับผิวแต่ละคน โดยแพทย์ผิวหนังของ Blossom Clinic เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และเหมาะกับปัญหาผิวของคนไข้ละแต่เคสมากที่สุด (Customized Technique)
สิ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร คือ แนวคิด Customized Technique หรือการดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล เพราะผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางเคสต้องการลดรอยดำ บางเคสต้องการหน้าใสฉ่ำวาว หรือบางเคสต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิว แก้ไขริ้วรอย แพทย์ Blossom Clinic จึงออกแบบการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างผิวของแต่ละเคส เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ก่อนเริ่มโปรแกรม ทุกเคสจะได้รับการประเมินสภาพผิวด้วย Facial Analysis System ที่สามารถวิเคราะห์ความชุ่มชื้น ความมัน ความหนาแน่นของผิว รูขุมขน ฝ้า กระ จุดด่างดำ ไปจนถึงโครงสร้างใต้ชั้นผิว ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้แม่นยำและปลอดภัย
สิ่งที่ผู้เข้ารับบริการจะได้รับ คือ การดูแลปรับโปรแกรมให้เข้ากับสภาพผิวและปัญหาผิวของคนไข้ ไม่ใช้สูตรสำเร็จแบบทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานขั้นตอน LHA Peeling และเทคนิคการบำรุงระดับลึก เช่น Biorevitalization Biostimulation และ Skin Booster เพื่อให้ผลลัพธ์ครบทุกมิติ ทั้งผิวใส ลดรอยดำ ฟื้นฟูยกกระชับผิวและคืนความชุ่มชื้น
การจะมีผิวใสออร่า ไม่ใช่เพียงเลือกทรีตเมนต์ใดก็ได้ แต่ต้องเข้าใจสภาพผิวของตัวเองก่อน เพราะปัญหาผิวแต่ละแบบต้องใช้แนวทางการรักษาที่ต่างกัน เทคโนโลยี Facial Analysis System ของ Blossom Clinic จึงถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ก่อนทำทุกเคส เพื่อให้มั่นใจว่าแพทย์จะเลือกสูตรและขั้นตอนการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด
เทคโนโลยี Facial Analysis System นี้จะทำการสแกนผิวในหลายมิติ ตั้งแต่ระดับความชุ่มชื้น ความมัน ความยืดหยุ่น ไปจนถึงการตรวจหาความเสียหายของผิวจากแสงแดด ฝุ่น หรืออายุ เพื่อระบุสาเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำ
ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกนำมาใช้ร่วมกับการวิเคราะห์โดยแพทย์ เพื่อวางแผน LHA Peeling หรือการเลือกสูตรการบำรุงที่เหมาะกับผิว เมื่อมีการประเมินผิวอย่างแม่นยำ ผลลัพธ์ของโปรแกรม Glass & Glow Technique จึงชัดเจนกว่าทรีตเมนต์ทั่วไป และช่วยให้หน้าใสเร็วขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์และผิวที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Peeling แล้วสงสัยว่า Peeling คืออะไร? คำว่า Peeling คือ การผลัดเซลล์ผิว ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญของการฟื้นฟูผิวที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว (หนังกำพร้าชั้นบนสุด) ออกจากผิวหน้า เพื่อให้ผิวหน้าเกิดกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่มและกระจ่างใสกว่าเดิม เป็นขั้นตอนเริ่มแรกสำหรับการทำโปรแกรม Glass & Glow Technique นั่นเอง
แต่การผลัดเซลล์ผิว มักใช้กรดกลุ่ม AHA (Alpha Hydroxy Acid) หรือ BHA (Beta Hydroxy Acid) ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะในคนที่มีผิวแพ้ง่าย แต่ปัจจุบัน Blossom Clinic ได้เลือกใช้กรดกลุ่มใหม่ที่ชื่อว่า LHA (Lipo Hydroxy Acid) ซึ่งเป็นรุ่นพัฒนาใหม่ของ Hydroxy Acid ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับค่า pH ของผิวตามธรรมชาติ จึงอ่อนโยนต่อผิวแต่ยังคงประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ได้ดี
HALYX 40 mg คือ กรดไฮยาลูโรนิกชีวภาพ ช่วยให้ผิวชุ่มน้ำและยกกระชับ ด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยใช้กรดไฮยาลูโรนิกชีวภาพ (Bioengineered Hyaluronic Acid) ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงและมีประสิทธิภาพอย่างมากในการฟื้นฟูผิว โดยความพิเศษอยู่ที่การใช้ HA โมเลกุลใหญ่ (High Molecular Weight HA) ที่ช่วยมอบทั้งการยกกระชับผิว (Lifting) และการเติมความชุ่มชื้นในผิวระดับลึก (Deep Hydration) ไปพร้อมกัน ซึ่งตัวเลข 40 mg นี้เป็นปริมาณการใช้งานที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับโปรแกรม Glass & Glow Technique
นอกจากช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และหน้าเงาใสเหมือนกระจก (Glass Skin) แล้ว ยังช่วยปรับความหนาแน่น ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของผิว โดยเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระดับ Extracellular Matrix และกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวได้ด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวหน้ากระชับ ดูแน่น เด้งฟู อิ่มน้ำ ริ้วรอยเล็กๆ ลดลง ผิวใสเปล่งประกาย ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำในโปรแกรม Glass & Glow Technique ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างอย่าง Oxelle เป็น Skin Booster สูตรพิเศษจาก Jalor Laboratories ประเทศอิตาลี ที่ออกแบบมา เพื่อดูแลผิวในระดับชั้นโครงสร้างใต้ผิวโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการมีผิวใสออร่า ฟูเด้ง ต้านวัยในทุกมิติ โดดเด่นด้วย 4 พลังในหนึ่งเดียว ช่วยฟื้นฟูผิวแบบครบทุกมิติ
ผลลัพธ์ช่วยให้ผิวหน้าใสเด้ง ชุ่มชื้น และเนียนละเอียด ราวกับได้ย้อนวัยให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์อีกครั้ง เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพผิวโดยรวม คนที่มีผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ คนที่ต้องการลดเลือนจุดด่างดำ และคนที่ต้องการผิวเด้ง เต่งตึง และดูอ่อนกว่าวัย
โปรแกรม PRP Anti-Hair loss ช่วยกระตุ้นการทำงานของ Growth Factor เติมอาหารให้กับเซลล์ผม ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วงของเส้นผม และยังกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ฟื้นคืนเส้นผมหนาแน่นขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ สามารถแก้ปัญหาผมร่วงเยอะมากกว่าปกติ ผมบางจนเห็นหนังศีรษะ เส้นผมอ่อนแอ ผมขาดง่าย เส้นผมเล็ก จนเป็นปัญหาผมร่วง ผมบาง และยังช่วยป้องกันภาวะศีรษะล้าน จากพันธุกรรม และฮอร์โมนได้อย่างมีประสิทธภาพ
เบื้องต้น แพทย์แนะนำการทํา PRP ผมเดือนละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องกันประมาณ 3 เดือน ในช่วงแรกของการรักษา โดยสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับบริการ และเนื่องจากการทํา PRP ผม สามารถทำได้ทุก 2 สัปดาห์โดยไม่ส่งผลข้างเคียง และมีความปลอดภัยต่อร่างกาย ทาง Blossom Clinic จึงไม่มีข้อจำกัดในการฉีด โดยแพทย์จะทำการประเมินแบบเคสบายเคส เพื่อคำนวณปริมาณการฉีดในแต่ละครั้งที่เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้แต่ละเคสมากที่สุด
หลายคนอาจสงสัยว่าหน้าใสต้องฉีดอะไร? ถึงจะให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานๆ ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ ซึ่ง Program Glass & Glow Technique ค่อนข้างตอบโจทย์ เพราะถูกออกแบบมาให้คงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 3-9 เดือน โดยระยะเวลาของผลลัพธ์ จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และสูตรที่เลือกใช้ตามปัญหาผิวของแต่ละเคส
ก่อนรับบริการ
หลังรับบริการ
Peeling คือกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออก เพื่อเผยผิวใหม่ที่สดใสขึ้น โดยใช้สารกรดอ่อนๆ ซึ่ง Blossom Clinic เลือกใช้ LHA (Lipo Hydroxy Acid) ที่มีความอ่อนโยนมากที่สุดในปัจจุบัน ในการผลัดเซลล์ผิว เพราะมีค่า pH ใกล้เคียงกับค่า pH ของผิวตามธรรมชาติ แต่ยังคงประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ได้ดี ซึ่งขั้นตอนการทำไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ มีเพียงความรู้สึกสบายผิวขณะทำ
หลังทำโปรแกรม Glass & Glow Technique ไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้า ออกไปทำงาน หรือใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังทำ
เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้ง ผิวที่มีปัญหาเม็ดสี อย่างกระ ฝ้า รอยสิวหลังสิวหาย จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ ผิวเริ่มหย่อนคล้อย มีริ้วรอย หรือคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง
ระยะเวลาของการกลับมาทำซ้ำ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของผลลัพธ์หลังทำ โดยเฉลี่ยแนะนำให้เว้นระยะการทำนานประมาณ 4-6 เดือน สามารถรับบริการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงคุณภาพผิวให้กระจ่างใส ผิวกระชับเต่งตึง ดูอ่อนกว่าวัย
ทุกสูตรในโปรแกรมนี้ เน้นความกระจ่างใส ผิวเงา ดูโกลว์ แต่หากคนไข้ต้องการผิวใสฉ่ำวาวสุขภาพดีเป็นพิเศษ แนะนำสูตร Skin Bio ที่มี HALYX 40 mg กรดไฮยาลูโรนิกชีวภาพเป็นองค์ประกอบ ช่วยให้ผิวยกกระชับและฉ่ำน้ำ เพิ่มความเงาใสให้ผิว หรือสูตร Skin Revive ที่ใช้ Skin Booster ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA) และ Glycerol เติมน้ำให้ผิวในระดับเซลล์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวฉ่ำวาวสุขภาพดี (Glass Skin) แบบเป็นธรรมชาติ หากคนไข้ต้องการประเมินปัญหาผิวในเบื้องต้น สามารถติดต่อสอบถาม เพื่อรับคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังได้โดยตรงที่ Blossom Clinic
ปัจจุบัน Blossom Clinic มี 3 สาขา ได้แก่ สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และสาขาสเตเดียมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนบรรทัดทอง แหล่งของอร่อยกลางกรุง