ชวนเช็กอิน ‘Blossom Clinic’ สเตเดียมวัน โฉมใหม่! คลินิกทำหน้าใจกลางเมือง เปิดพิกัดกู้ผิวใสและเส้นผมแบบครอบคลุม

ชวนเช็กอิน ‘Blossom Clinic’ สเตเดียมวัน โฉมใหม่! คลินิกทำหน้าใจกลางเมือง เปิดพิกัดกู้ผิวใสและเส้นผมแบบครอบคลุม

ชวนเช็กอิน ‘Blossom Clinic’ สเตเดียมวัน โฉมใหม่! คลินิกทำหน้าใจกลางเมือง เปิดพิกัดกู้ผิวใสและเส้นผมแบบครอบคลุม

การดูแลผิวในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกทำหัตถการตามกระแสหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว เพื่อให้ผิวแข็งแรง ดูอ่อนเยาว์ และชะลอการเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

ที่ Blossom Clinic by BLS เราเชื่อว่าการรักษาที่ดี ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาของแต่ละบุคคล เพราะสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า รวมถึงสุขภาพเส้นผมของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน การวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Customized Technique) จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการ และเกิดความคุ้มค่าในระยะยาว

Blossom Clinic คลินิกทำหน้า คลินิกใกล้ BTS สนามกีฬาฯ
Blossom Clinic คลินิกทำหน้า คลินิกใกล้ BTS สนามกีฬาฯ

Blossom Clinic by BLS เปิดโฉมใหม่ที่สาขา Stadium One พร้อมยกระดับการดูแลผิวและเส้นผมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญด้านผิวพรรณและเส้นผมโดยตรง พร้อมแนวคิดการดูแลแบบ Skin Longevity ที่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผิวสวยในวันนี้ แต่ช่วยรักษาคุณภาพผิวให้ดีในอนาคตด้วย

Blossom Clinic by BLS สเตเดียมวัน โฉมใหม่ คลินิกความงามใจกลางเมือง ที่ดูแลครอบคลุมทั้งผิวหน้าและเส้นผม

Blossom Clinic สเตเดียมวัน คลินิกความงามใจกลางเมือง
Blossom Clinic สเตเดียมวัน คลินิกความงามใจกลางเมือง

หลังจากปรับโฉมใหม่ Blossom Clinic สเตเดียมวัน ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวาง สะอาด และเป็นสัดส่วนมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวตลอดการรักษา

คลินิกตั้งอยู่ภายในโครงการสเตเดียมวัน (Stadium One) ทำเลใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวก ใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ สามารถเดินทางได้ทั้งรถไฟฟ้า รถยนต์ส่วนตัว และระบบขนส่งสาธารณะ จึงเหมาะกับทั้งคนทำงาน นักศึกษา รวมถึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ Blossom Clinic by BLS สเตเดียมวัน คนไข้จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่โปร่ง โล่ง สะอาด และเป็นระเบียบในทุกพื้นที่ ภายในคลินิกได้รับการออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัว พร้อมแบ่งสัดส่วนพื้นที่ให้เหมาะกับการให้คำปรึกษา การตรวจประเมิน และการเข้ารับบริการแต่ละโปรแกรมอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจตลอดการรักษา

Blossom Clinic (Beauty Clinic Near Me)
Blossom Clinic (Beauty Clinic Near Me)

ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย โดยมีแพทย์และบุคลากรคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพผิวและเส้นผม ไปจนถึงการวางแผนการรักษาและการดูแลหลังทำหัตถการ เพื่อให้ทุกครั้งที่เข้ามาใช้บริการ ไม่ใช่เพียงการดูแลความงาม แต่เป็นประสบการณ์การรักษาที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจ สบายใจ และได้รับการดูแลอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน

อีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลแห่งนี้ คือ สามารถใช้เวลาหลังเข้ารับบริการไปกับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นและช้อปปิ้งที่ MBK Center หรือย่านสยาม ซึ่งเต็มไปด้วยศูนย์การค้าชื่อดังอย่างสยามพารากอน (Siam Paragon) สยามเซ็นเตอร์ (Siam Center) สยามดิสคัฟเวอรี่ (Siam Discovery) และสยามสแควร์ (Siam Square)

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ สามารถแวะชมผลงานนิทรรศการที่ Bangkok Art and Culture Centre (BACC) ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นาที หรือหากเป็นสายคาเฟ่และอาหาร ย่านบรรทัดทอง ก็มีร้านอาหารชื่อดัง คาเฟ่บรรยากาศดี และร้านของหวานให้เลือกตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่เหมาะกับการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อน เช่น การชมโลกใต้ทะเลที่ Sea Life Bangkok Ocean World การเลือกซื้อหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ หรือพักผ่อนในคาเฟ่บอร์ดเกมรอบย่านสยาม-จุฬาฯ

ด้วยทำเลที่ครบทั้งการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ Blossom Clinic by BLS กลายเป็นจุดหมายของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่กำลังมองหา Beauty Clinic Facial Clinic หรือ คลินิกทำหน้า รักษาผมร่วงผมบาง ที่ได้มาตรฐาน พร้อมการดูแลแบบครอบคลุม

แนะนำ 7 โปรแกรมดูแลผิวและเส้นผมยอดฮิต ที่ Blossom Clinic by BLS

1. Program Ulthera Prime ยกกระชับผิวลึกถึงโครงสร้าง

ยกกระชับหน้า ด้วย Program Ulthera Prime
ยกกระชับหน้า ด้วย Program Ulthera Prime

การยกกระชับที่ดี ไม่ได้อาศัยเพียงการดูแลผิวชั้นบน แต่ควรลงลึกถึงโครงสร้างที่เป็นต้นเหตุของความหย่อนคล้อย Program Ulthera Prime ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ชนิดเฉพาะเจาะจง ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับที่เป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มหย่อน หรืออยากดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด

Review Program Ulthera Prime ที่ Blossom Clinic
Review Program Ulthera Prime ที่ Blossom Clinic

2. Program OligioX ฟื้นคุณภาพผิว พร้อมช่วยลดแก้มและเหนียง

โปรแกรมดูแลผิว Program OligioX
โปรแกรมดูแลผิว Program OligioX

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น นอกจากความหย่อนคล้อยแล้ว หลายคนยังพบปัญหาไขมันสะสมบริเวณแก้มและใต้คาง ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัด Program OligioX สามารถส่งพลังงานสูงสุดถึง 400W (Monopolar RF) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการยกกระชับได้ในระดับเดียวกับโปรแกรม Thermage  เทคโนโลยีนี้จะช่วยส่งพลังงานความร้อนอย่างเหมาะสมลงสู่ชั้นผิวและชั้นไขมัน ช่วยลดไขมันส่วนเกิน พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน ผิวอิ่มฟู และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นในระยะยาว

รีวิว Program OligioX ที่ Blossom Clinic
รีวิว Program OligioX ที่ Blossom Clinic

3. Program Ultraformer III ยกกระชับ ปรับกรอบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

Program Ultraformer III เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมยกกระชับที่ได้รับความนิยม ด้วยเทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในหลายระดับชั้นผิว โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า ลดความหย่อนคล้อย และปรับกรอบหน้าชัด ได้สัดส่วน โดยใช้เวลาทำไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

โปรแกรม OligioX vs Ultraformer มีข้อดีอย่างไร
โปรแกรม OligioX vs Ultraformer มีข้อดีอย่างไร

โปรแกรม OligioX vs Ultraformer เลือกอย่างไร?

หลายคนเปรียบเทียบโปรแกรม OligioX vs Ultraformer แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

  • โปรแกรม OligioX เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความแน่นของผิว และช่วยลดไขมันสะสม 
  • โปรแกรม Ultraformer III เน้นการยกกระชับและปรับกรอบหน้า

ที่ Blossom Clinic by BLS แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้า เพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม หรือวางแผนรักษาแบบ Combination หากเห็นว่าจะช่วยเสริมผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น

รีวิวโปรแกรม Ultraformer ที่ Blossom Clinic
รีวิวโปรแกรม Ultraformer ที่ Blossom Clinic

4. Program Pico Laser ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส

โปรแกรมดูแลผิว ทำเลเซอร์ Picosecond Laser
โปรแกรมดูแลผิว ทำเลเซอร์ Picosecond Laser

แม้ใบหน้าจะยกกระชับ แต่หากยังมีรอยสิว ฝ้า กระ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ก็อาจทำให้ผิวดูไม่สดใสได้ Program Pico Laser (Picosecond Laser) หรือ Pico Plus Laser ช่วยจัดการปัญหาเม็ดสี ลดรอยดำ รอยแดงจากสิว ฝ้า กระ พร้อมช่วยให้ผิวเรียบเนียนและรูขุมขนดูกระชับขึ้น

หลายคนสงสัยว่า Pico Laser กี่ครั้งเห็นผล? โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีและความเรียบเนียนของผิวตั้งแต่ 1-2 ครั้ง ทั้งนี้ จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมที่สุด

รีวิวทำเลเซอร์ ด้วยโปรแกรม Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิวทำเลเซอร์ ด้วยโปรแกรม Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic

5. Program Customized Skin Treatment ดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล เพราะทุกปัญหาผิวไม่เหมือนกัน

โปรแกรมดูแลผิว Customized Skin Treatment ที่ Blossom Clinic
โปรแกรมดูแลผิว Customized Skin Treatment ที่ Blossom Clinic

พื้นฐานของการมีผิวสุขภาพดี คือ การดูแลผิวให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ที่ Blossom Clinic by BLS เราให้ความสำคัญกับการออกแบบ Program Customized Skin Treatment เพื่อให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ผิวแพ้ง่าย หรือผิวหมองคล้ำ โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับแต่ละเคส

โปรแกรมครอบคลุมทั้งการรักษาสิว การทำทรีตเมนต์บำรุงผิว การเติมความชุ่มชื้น การผลักวิตามินผิว รวมถึงการฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่นๆ เพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรง ลดการระคายเคือง และพร้อมรับการดูแลในขั้นตอนต่อไป แนวทางนี้ช่วยให้การดูแลผิว ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการเสริมสร้างคุณภาพผิวให้แข็งแรงในระยะยาว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีผิวที่ดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์

รีวิว Program Customized Skin Treatment ที่ Blossom Clinic
รีวิว Program Customized Skin Treatment ที่ Blossom Clinic

6. Program Anti-Hair Loss ดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างครอบคลุม

แก้ปัญหาผมร่วง รักษาผมบาง ที่ Blossom Clinic
แก้ปัญหาผมร่วง รักษาผมบาง ที่ Blossom Clinic

สุขภาพเส้นผมเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ หลายคนอาจเริ่มสังเกตว่าผมบางลง ผมร่วงมากกว่าปกติ หรือไรผมด้านหน้าเริ่มถอยร่น ทำให้ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งอายุ พันธุกรรม ฮอร์โมน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต Program Anti-Hair Loss ของ Blossom Clinic by BLS จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการลดอาการผมร่วง แต่เริ่มต้นจากการค้นหาสาเหตุของปัญหา เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

แพทย์จะประเมินสุขภาพหนังศีรษะ ความแข็งแรงของรากผม และลักษณะของเส้นผม ก่อนเลือกใช้เทคโนโลยีและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยฟื้นฟูหนังศีรษะ กระตุ้นการทำงานของรากผม และส่งเสริมการเกิดใหม่ของเส้นผม ให้ผลลัพธ์เส้นผมแข็งแรง ผมบางกลับมาหนา เพิ่มความมั่นใจให้กับคนไข้ได้มากขึ้น

รีวิวโปรแกรม Anti-Hair Loss ที่ Blossom Clinic
รีวิวโปรแกรม Anti-Hair Loss ที่ Blossom Clinic

7. Blossom Longevity Program ดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว

หลายคนมองว่าการยกกระชับหน้า คือ การทำหัตถการเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงของผิวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตามอายุและการใช้ชีวิต หากไม่มีการดูแลอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้อาจค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยแนวคิดนี้ Blossom Clinic by BLS จึงพัฒนา Blossom Longevity Program ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการดูแลผิวในระยะยาว โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ให้ความสำคัญกับการชะลอความเสื่อมของผิว ฟื้นฟูคุณภาพผิวในทุกชั้นผิว และช่วยคงผลลัพธ์ของการยกกระชับให้อยู่กับคนไข้ได้นานยิ่งขึ้น

โปรแกรมยกกระชับหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
โปรแกรมยกกระชับหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

หัวใจสำคัญของโปรแกรมนี้ คือ การวางแผนการรักษาแบบต่อเนื่องตามช่วงเวลา ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้แต่ละโปรแกรมทำงานส่งเสริมกันอย่างเหมาะสม ทั้งการยกกระชับ การกระตุ้นคอลลาเจน การฟื้นฟูคุณภาพผิว และการลดริ้วรอยในแต่ละระยะ ด้วยการออกแบบแพลนการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิว อายุ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

Blossom Longevity Program แพลนการดูแลผิวหน้าเด็กตลอด 1 ปี
Blossom Longevity Program แพลนการดูแลผิวหน้าเด็กตลอด 1 ปี

ทั้งนี้ แผนการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของผู้เข้ารับบริการ

จุดเริ่มต้นของการดูแลผิวที่แม่นยำ ด้วย Skin & Hair Assessment

ก่อนเริ่มโปรแกรมใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ การทำเลเซอร์ หรือการดูแลปัญหาผมร่วง สิ่งที่ Blossom Clinic by BLS ให้ความสำคัญเสมอ คือ การวิเคราะห์สภาพผิวและเส้นผมอย่างละเอียด

Skin & Hair Assessment ประเมินสุขภาพผิวและเส้นผมเชิงลึก
Skin & Hair Assessment ประเมินสุขภาพผิวและเส้นผมเชิงลึก

Skin & Hair Assessment เป็นโปรแกรมประเมินสุขภาพผิวและเส้นผมเชิงลึก ที่ผสานเทคโนโลยีการวิเคราะห์ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อค้นหาปัญหาที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การประเมินประกอบด้วยการวิเคราะห์ผิวหน้าด้วย Facial Scan ซึ่งช่วยประเมินทั้งคุณภาพผิว เม็ดสี รูขุมขน ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และแนวโน้มของปัญหาผิวในแต่ละชั้น รวมถึงการประเมินสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผม เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการผมร่วงหรือผมบางอย่างตรงจุด

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาประกอบการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ช่วยให้การเลือกโปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Ulthera Prime, OligioX, Ultraformer III, Pico Laser หรือโปรแกรมดูแลผิวและเส้นผมอื่นๆ มีความเหมาะสมและตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการมากที่สุด

เพราะความอ่อนเยาว์ เริ่มต้นจากการดูแลที่เหมาะกับคุณ

ไม่ว่าคนไข้จะกำลังมองหาคลินิกทำหน้า Beauty Clinic หรือ Facial Clinic คลินิกดูแลผิว หรือศูนย์ดูแลเส้นผมที่ครอบคลุม Blossom Clinic สเตเดียมวัน พร้อมดูแลทั้งผิวและเส้นผมภายใต้แนวคิดการรักษาที่อาศัยการวิเคราะห์อย่างละเอียดและการวางแผนอย่างเป็นระบบ

จากทำเลใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวก ใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์อย่างย่านบรรทัดทอง สยาม และ MBK ผสานกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และแนวคิด Skin Longevity ทำให้การดูแลผิวและเส้นผมที่ Blossom Clinic by BLS ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาในวันนี้ แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อให้ผิวและเส้นผมมีสุขภาพดี พร้อมคงความอ่อนเยาว์ได้ในระยะยาว

รีวิวโปรแกรมดูแลผิวและเส้นผมยอดฮิต ที่ Blossom Clinic by BLS

ชม VDO Review โปรแกรมดูแลผิวและเส้นผมยอดฮิต ที่ Blossom Clinic by BLS

สาขาของเรา

สาขาสเตเดี้ยมวัน

88 ถนน พระราม 6 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

blossom สาขานครปฐม

สาขานครปฐม

95/6 ถ. ราชดำเนิน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000

สาขาศาลายา

200 50-51 ถ. พุทธมณฑลสาย 4 ตำบล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล นครปฐม 73170

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

ผมร่วงแบบไหนผิดปกติ? โปรแกรม Anti-Hair Loss รักษาได้จริงไหม?

ผมร่วงแบบไหนผิดปกติ? โปรแกรม Anti-Hair Loss รักษาได้จริงไหม?
ผมร่วงแบบไหนผิดปกติ? โปรแกรม Anti-Hair Loss รักษาได้จริงไหม?

ผมร่วงแบบไหนผิดปกติ? เมื่อเห็นเส้นผมที่ร่วงอยู่บนพื้นทุกวันมีจำนวนมากขึ้น อาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวลใจในด้านของสุขภาพ และในอีกแง่หนึ่งคือเรื่องความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะหากผมร่วงเยอะมากจนผมบาง หรือเห็นหนังศีรษะได้ชัดเจน ก็อาจทำให้ไม่มั่นใจจนเสียบุคลิกได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาผมร่วงสามารถแก้ได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมความแข็งแรงของเส้นผม หรือโปรแกรมรักษาผมร่วงผมบาง Anti-Hair Loss ที่จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาหนาอีกครั้ง

รีวิวโปรแกรม Anti-Hair Loss ผมร่วงบ่อยเกิดจากอะไร
ผมร่วงบ่อยเกิดจากอะไร

ผมร่วงเกิดจากสาเหตุอะไร?

ผมร่วงสามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกร่างกาย ดังนี้

  • อายุที่มากขึ้น ทำให้การสร้างเซลล์รากผมทำงานช้าลง รากผมเริ่มฝ่อ เส้นผมใหม่ขึ้นน้อยลง ผมที่งอกใหม่มีเส้นเล็กลง จนดูบางลงเรื่อยๆ
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จากการตั้งครรภ์ คลอดบุตร วัยหมดประจำเดือน หรือเลิกใช้ยาคุมกำเนิด ทำให้ผมร่วงชั่วคราว 
  • พันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวศีรษะล้าน
  • ผลกระทบจากอารมณ์และสิ่งแวดล้อม เช่น ความเครียด หรือมลภาวะ
  • การขาดสารอาหารบางประเภท เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน
  • การลดน้ำหนักมากๆ ภายในระยะเวลาสั้นๆ
  • ผลกระทบจากการผ่าตัด การเจ็บป่วย หรือเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจ
  • ผลกระทบจากยา เช่น ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ข้ออักเสบ ภาวะซึมเศร้า
  • โรคบางชนิด เช่น การติดเชื้อที่หนังศีรษะ โรคต่อมไทรอยด์ โรคลูปัสบางชนิด โรคที่ทำให้เกิดแผลเป็น
 ผมร่วงหนักมาก ผมร่วงเกิดจากสาเหตุอะไร
ผมร่วงหนักมาก ผมร่วงเกิดจากสาเหตุอะไร

อาการผมร่วง เป็นอย่างไร แบบไหนผิดปกติ?

โดยปกติแล้ว คนเราจะมีผมร่วงอยู่ที่ประมาณ 50-100 เส้นเป็นปกติในทุกๆ วัน ซึ่งนับเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนเส้นผมทั้งหมด โดยอาการผมร่วงจะสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น เส้นผมที่ร่วงลงบนหมอน เส้นผมที่ติดกับแปรงหวีผม บนพื้นห้องน้ำ เป็นต้น

แต่เมื่อไหร่ที่สังเกตว่าเส้นผมที่ร่วงออกมาดูมีจำนวนเยอะกว่าเดิมมากๆ หรือแม้แต่เห็นผมบางกลางหัว ศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ อาจเป็นไปได้ว่ามีอาการผมร่วงหนักมากจนผิดปกติ ในกรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการผมร่วง และรับแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

ผมบาง ผมร่วงวันละกี่เส้น
ผมบาง ผมร่วงวันละกี่เส้น

ปัญหาผมร่วง แก้ได้อย่างไรบ้าง?

การรักษาปัญหาผมร่วงในบางกรณี สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีทางธรรมชาติ เช่น การใช้แชมพูเสริมความแข็งแรงของรากผม การปรับฮอร์โมนต่างๆ ไปจนถึงโปรแกรมรักษาผมร่วงผมบาง ดังนี้

1. รักษาด้วยการใช้ยา

ในผู้ที่มีภาวะผมร่วงส่วนใหญ่จะใช้การรักษาด้วยการใช้ยาเป็นอันดับแรก โดยแพทย์จะจ่ายยา เช่น ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) หรือยาฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride) ซึ่งต้องอยู่ภายใต้คำสั่งจากแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง หรือต้องทานอย่างต่อเนื่องแม้ผมจะหายร่วงแล้วก็ตาม

2. รักษาด้วยการปรับฮอร์โมน

การปรับฮอร์โมนเพื่อรักษาผมร่วงนั้น จะใช้ในกรณีที่มีอาการผมร่วงจากภาวะฮอร์โมนบกพร่อง โดยจะต้องมีการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการลดฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง และเสริมวิตามินแร่ธาตุต่างๆ รวมถึงลดความเครียด งดสูบบุหรี่ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และอาจมีการจ่ายยาเพื่อปรับสมดุลระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเสริมด้วย

3. รักษาด้วยการทำทรีตเมนต์

การทำทรีตเมนต์ หรือการใช้แชมพูที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของรากผม และกระตุ้นให้เกิดรากผมขึ้นใหม่ จะเป็นวิธีการสร้างเส้นผมขึ้นมาทดแทนผมที่ร่วงหลุดไป รวมถึงบำรุงเส้นผมเดิมร่วมด้วย

4. รักษาด้วยการฉายแสง

การฉายแสงแก้ผมร่วง ด้วยโปรแกรม LED Hair Growth จะช่วยกระตุ้นรากผม ให้เส้นผมเกิดใหม่ และแก้ปัญหาเส้นผมเสื่อมสภาพ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือคนไข้ที่ทำหัตถการปลูกผมแล้ว ก็สามารถฉายแสง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเส้นผมหลังปลูก ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นได้

5. รักษาด้วยโปรแกรม Anti-Hair Loss

สำหรับผู้ที่ลองทำมาหลายวิธีแล้ว แต่ยังเห็นประสิทธิภาพของผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร การรักษาผมร่วงผมบางด้วย โปรแกรม Anti-Hair Loss เป็นแนวทางการแก้ปัญหาผมร่วงที่ต้นเหตุ โดยจะเป็นการนำเลือดของผู้รับบริการเองมาปั่นแยกเกล็ดเลือด (PRP) จากนั้นจะนำเกล็ดเลือดเข้มข้นที่มี Growth Factor ฉีดกลับเข้าไปในหนังศีรษะ ช่วยกระตุ้นรากผม และกระตุ้นการทำงานของสเต็มเซลล์บริเวณรากผมเพื่อให้ผมมีเส้นใหญ่ขึ้น และลดการขาดหลุดร่วงได้

รีวิวโปรแกรม Anti-Hair Loss
anti hair loss แก้ผมร่วง

โปรแกรม Anti-Hair Loss คืออะไร รู้จักทางเลือกแก้ปัญหาผมร่วง

โปรแกรม Anti-Hair Loss คือ หัตถการที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาหนา ลดการขาดหลุดร่วง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมบาง หรือศีรษะล้าน โดยจะเป็นการใช้เทคโนโลยีฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet-Rich Plasma) ที่สกัดจากเลือดของผู้รับบริการเองด้วยเครื่องเหวี่ยงสาร (Centrifuge)  เกล็ดเลือดที่มี Growth Factor สูงจะช่วยกระตุ้นเส้นผมให้เกิดใหม่ และยังเสริมความแข็งแรงของรากผม ทำให้ได้ผลลัพธ์รากผมแข็งแรง เส้นผมหนาขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ และปลอดภัย

ผมบางแก้ยังไง
ผมบางแก้ยังไง

แก้ผมร่วงด้วยโปรแกรม Anti-Hair Loss ดีกว่าอย่างไร?

การแก้ผมร่วงด้วยโปรแกรม Anti-Hair Loss เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ ดังนี้

วิธีแก้ผมร่วง แชมพูลดผมร่วง ทรีตเมนต์ผม / เซรั่มบำรุง ฉายแสง โปรแกรม Anti-Hair Loss
การทำงาน ชะล้างความมันสะสมและสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะ ชโลมสารบำรุงหรือวิตามินเคลือบบนหนังศีรษะและเส้นผม ใช้แสงความเข้มข้นต่ำกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet-Rich Plasma) สกัดผ่านหลอดพิเศษ เติมสารอาหารและ Growth Factor เข้าสู่รากผมโดยตรง
ระดับความลึกในการฟื้นฟู เน้นทำความสะอาดผิวหนังชั้นนอก ระดับผิวเผิน ซึมเข้าหนังศีรษะชั้นบนได้เล็กน้อย ระดับรากผมส่วนบน กระตุ้นด้วยพลังงานแสง ลึกถึงเซลล์รากผมโดยตรง กระจายตัวยาได้แม่นยำและเท่ากันทุกจุด
การกระตุ้นผมเกิดใหม่ น้อยมาก เน้นชะลอการร่วงจากการอุดตัน ปานกลาง ช่วยให้ผมเดิมแข็งแรงขึ้น แต่ไม่เน้นการเกิดเส้นผมใหม่ มาก ช่วยกระตุ้นรากผมที่ยังไม่ฝ่อให้ทำงานดีขึ้น สูงมาก ช่วยลดผมร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกระตุ้นการเกิดใหม่ในบริเวณที่ผมบาง เช่น รอยแสก หรือกลางศีรษะ

เลือกสถานที่ทำโปรแกรม Anti-Hair Loss อย่างไรให้ปลอดภัย และเห็นผลลัพธ์?

หากต้องการรักษาผมร่วง แก้ผมบางด้วยโปรแกรม Anti-Hair Loss ควรพิจารณาเลือกคลินิกทั้งในด้านความปลอดภัย มาตรฐาน และการทำหัตถการโดยแพทย์ โดยแนะนำให้พิจารณาเลือกจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • คลินิกมีแพทย์ผิวหนังที่ชำนาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง
  • คลินิกทำหัตถการโดยแพทย์
  • คลินิกได้มาตรฐาน มีใบรับรองจากแพทยสภาอย่างถูกต้อง
  • คลินิกใช้อุปกรณ์และเครื่องแยกเกล็ดเลือดที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
  • คลินิกสะอาด อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ มีการฆ่าเชื้อ และมีการแยก Single-use สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องใช้เพียงครั้งเดียว
  • มีรีวิวที่แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ชัดเจน
  • คลินิกควรให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงมีการติดตามผลลัพธ์หลังทำหัตถการอย่างต่อเนื่อง

หลังทำโปรแกรม Anti-Hair Loss ต้องพักฟื้นนานไหม?

โปรแกรม Anti-Hair Loss เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่ต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม หลังเข้ารับบริการยังต้องมีการดูแลตัวเองในช่วงแรก เพื่อให้เห็นประสิทธิภาพมากขึ้้น ดังนี้

  • งดนอนราบหลังทำโปรแกรม Anti-Hair Loss 4 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะแรงๆ
  • ใช้แชมพูและครีมนวดผมสูตรอ่อนโยน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์หลังทำโปรแกรม Anti-Hair Loss 24 ชั่วโมง
  • งดรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หลังทำ 2-3 วัน
รักษาผมร่วง ด้วยโปรแกรม Anti-Hair Loss แล้วดูแลอย่างไร
รักษาผมร่วง ด้วยโปรแกรม Anti-Hair Loss แล้วดูแลอย่างไร

ทำโปรแกรม Anti-Hair Loss มีผลข้างเคียงหรือไม่?

เนื่องจากโปรแกรม Anti-Hair Loss เป็นการใช้เกล็ดเลือดจากผู้รับบริการเอง จึงทำให้โดยทั่วไปไม่มีผลข้างเคียงหลังการรักษา อาจมีเพียงรอยเข็มเล็กๆ ที่จะหายไปได้เองตามธรรมชาติ

โปรแกรม Anti-Hair Loss ที่ Blossom Clinic by BLS ให้อะไรได้บ้าง?

เลือกทำโปรแกรม Anti-Hair Loss ที่ Blossom Clinic by BLS นอกจากผู้รับบริการจะมั่นใจได้ถึงความสะอาด ปลอดภัย และการทำหัตถการที่ได้มาตรฐานโดยแพทย์แล้ว ยังมีข้อดีอื่นๆ อีก ดังนี้

  • การปั่นสกัดพลาสมาเข้มข้นกว่าหลอดทั่วไปถึง 9 เท่า ด้วยการใช้ Tube หลอดพิเศษนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้
  • ดูแลโดยแพทย์ผิวหนังทุกเคส มีการประเมินรายบุคคล
  • ตรวจสภาพเส้นผมอย่างละเอียด ผ่านโปรแกรม Hair Assessment วิเคราะห์เส้นผมแบบเฉพาะบุคคล โดยการประเมินสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างแม่นยำ ด้วยกล้อง Dermoscopy 
  • หลอด Tube ที่ Blossom Clinic by BLS ได้รับการรับรองมาตรฐาน CE (Conformite Europeenne) US FDA และ Korea FDA
  • คลินิกมีการจดสิทธิบัตรเฉพาะ ด้านการแยกพลาสมาบริสุทธิ์
  • มีหลากหลายสาขาให้เลือกตามความสะดวก

คืนความมั่นใจ ไร้กังวลเรื่องผมร่วง ที่ Blossom Clinic by BLS

ผมร่วงโดยทั่วไปแล้วเป็นเรื่องปกติ แต่หากผมร่วงเยอะมากจนดูผมบาง หรือเห็นเป็นศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ แนะนำให้เข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับคนที่มีปัญหาผมบางจนส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โปรแกรม Anti-Hair Loss คือแนวทางการรักษาผมร่วงที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ใช้เกล็ดเลือดของผู้รับบริการเอง ทำให้ไม่เกิดอาการแพ้ โดยที่ Blossom Clinic by BLS ให้บริการโปรแกรม Anti-Hair Loss ด้วยการฉีดพลาสมา Growth Factor เข้มข้นด้วย Tube หลอดพิเศษนำเข้าจากประเทศเกาหลี และได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้อง

แพทย์ Blossom Clinic by BLS ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาผมร่วงแบบเคสบายเคส หรือทัก LINE Official ของคลินิก เพื่อจองคิวปรึกษาแพทย์ได้เลย

Review ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Anti-Hair Loss

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Blossom Clinic by BLS สาขาสเตเดียมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (คลินิกรักษาสิว นครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Glass Skin คืออะไร? อยากหน้าเงา Program Glass & Glow ตอบโจทย์ไหม?

Glass Skin คืออะไร? อยากหน้าเงา Program Glass & Glow ตอบโจทย์ไหม?
Glass Skin คืออะไร? อยากหน้าเงา Program Glass & Glow ตอบโจทย์ไหม?

Glass Skin คืออะไร? ทำไมเทรนด์ผิวกระจกถึงได้รับความนิยมทั่วโลก

ผิว Glass Skin หรือ ผิวกระจก คือ ลักษณะผิวหน้าที่ดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และดูเนียนใสไร้ริ้วรอย รูขุมขนกระชับ เรียบเนียน ผิวหน้าเงาที่สะท้อนแสงได้ดี จนดูเหมือนกระจก ไม่ใช่ผิวที่มันวาวจากความมันส่วนเกิน แต่เป็นผิวที่ดูอิ่มน้ำ แข็งแรง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผิวที่สุขภาพดีจากภายใน (Healthy Glow Skin) ที่ไม่ต้องการการแต่งหน้ามากมาย แต่สามารถทำให้ผิวดูสวยและสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ความนิยมนี้เกิดจากการที่คนหันมาใส่ใจการฟื้นฟูผิวอย่างถูกวิธี (Skin Rejuvenation) เพื่อให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และดูมีออร่าแบบเป็นธรรมชาติ

Glass Skin vs ผิวหน้ามัน ต่างกันอย่างไร?
Glass Skin vs ผิวหน้ามัน ต่างกันอย่างไร?

หากใครกำลังสงสัยว่า Glass Skin คืออะไร และกำลังมองหาวิธีทำยังไงให้หน้าเงาดูสุขภาพดี บทความนี้จะสรุปสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการดูแลผิว เพื่อให้ได้ผิวฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี ผิวหน้าเงาระดับ Korean Glass Skin ตั้งแต่การดูแลผิวพื้นฐาน ไปจนถึงหัตถการที่ดูแลโดยแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) พร้อมแนะนำ Program Glass & Glow จาก Blossom Clinic by BLS โปรแกรมที่ออกแบบมา เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้เข้าใกล้ความเป็น Glass Skin มากขึ้น

อยากมี Glass Skin ต้องดูแลผิวยังไง?

การมีผิว Glass Skin หรือ ผิวกระจก นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์จากการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี (Healthy Glow Skin) โดยเริ่มต้นจากพื้นฐานการดูแลผิวที่ถูกต้อง ดังนี้

ผิว Glass Skin หน้าเงา ฉ่ำวาว หลังทำ Program Glass & Glow
ผิว Glass Skin หน้าเงา ฉ่ำวาว หลังทำ Program Glass & Glow
  • การทำความสะอาดผิว : การทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยนและหมดจดเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน 
  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิว : ด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA) หรือ Ceramides ช่วยกักเก็บน้ำในผิวและช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว
  • ผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม : เพื่อลดความหมองคล้ำและช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่ควรเลือกความเข้มข้นให้เหมาะกับสภาพผิว 
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด : ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะแสงแดดเป็นสาเหตุหลักของฝ้า กระ และผิวหมองคล้ำ
  • พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ : ปัจจัยภายในร่างกายก็มีผลต่อสุขภาพผิวไม่น้อยไปกว่าการดูแลภายนอก

การดูแลผิวให้มีลักษณะ Glass Skin นั้นไม่เพียงแค่การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเลือกใช้หัตถการที่ช่วยฟื้นฟู กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว นอกจากนี้ยังสามารถดูแลผิวด้วยการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิว เช่น การลดขนาดรูขุมขน หรือการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืน

Glass Skin ทำด้วยสกินแคร์อย่างเดียวพอไหม? เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนัง

หัตถการหน้าใสเพื่อผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้น
หัตถการหน้าใสเพื่อผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้น

การมีผิว Glass Skin บางครั้งการบำรุงด้วยสกินแคร์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะสกินแคร์ช่วยดูแลผิวได้ในระดับผิวชั้นบน แต่หากมีปัญหาอย่างรอยดำ ฝ้า กระ รูขุมขนกว้าง ผิวขาดความยืดหยุ่น หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้น การพึ่งสกินแคร์อย่างเดียวอาจใช้เวลานานและเห็นผลได้จำกัด เพราะไม่สามารถซึมลึกลงไปฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นในได้ การพบหมอผิวหนังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า เพราะคนไข้จะได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ตรงจุดด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์กลุ่ม Skin Rejuvenation เพื่อปรับสภาพผิว หรือการทำหัตถการหน้าใสที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระดับลึกได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และตรงจุดกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

Program Glass & Glow คืออะไร? ทำไมหลายคนถึงเลือกทำที่ Blossom Clinic by BLS

Program Glass & Glow ผิวใส ฉ่ำโกลว์ Blossom Clinic by BLS
Program Glass & Glow ผิวใส ฉ่ำโกลว์ Blossom Clinic by BLS

Program Glass & Glow เป็นโปรแกรมของ Blossom Clinic by BLS ที่เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวในระดับลึก มากกว่าการดูแลผิวใสแบบทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ต้องการผิวชุ่มชื้นจากภายใน จนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้จากภายนอก โดยเป็นการผสานนวัตกรรมการดูแลผิวเพื่อสร้างผลลัพธ์ผิวใส ดูสุขภาพดี ผิวหน้าเงาระดับ Glass Skin กระจ่างใสเป็นธรรมชาติ และยังช่วยปรับความหนาแน่น ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของผิว โดยการทำงานจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ การผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้น และการฉีดฟื้นฟูล้ำลึก ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวหน้ากระชับ ดูแน่น เด้งฟู อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ริ้วรอยเล็กๆ ลดลง ผิวใสเปล่งประกาย ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น

เหตุผลที่หลายคนเลือกทำ Program Glass & Glow ที่ Blossom Clinic by BLS

  • การดูแลแบบเฉพาะบุคคล : โดยแพทย์ผิวหนังของ Blossom Clinic by BLS จะทำการประเมินสภาพผิวด้วย โปรแกรม Skin Assessment วิเคราะห์ผิวหน้าอย่างละเอียด โดย Facial Scan เพื่อประเมินระดับความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ริ้วรอย รูขุมขน จุดด่างดำ และระดับเม็ดสีได้อย่างแม่นยำ ก่อนเริ่มการรักษา และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทุกเดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ตามแต่หัตถการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและปลอดภัย
  • ฟื้นฟู 3 ผลลัพธ์ในโปรแกรมเดียว : ช่วยให้กระจ่างใส ผิวเงา ดูโกลว์ ชุ่มชื้น และฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างล้ำลึก
  • เทคนิคเฉพาะของคลินิก : Program Glass & Glow จาก Blossom Clinic by BLS เป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวระดับลึก ใช้เทคนิค LHA Peeling เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำออกอย่างอ่อนโยน ร่วมกับ Biorevitalization ที่เป็นการฟื้นฟูผิวด้วยเทคนิคทางชีวภาพ และ Skin Booster ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
Glass Skin Treatment โดยแพทย์ผิวหนัง Dermatologist
Glass Skin Treatment โดยแพทย์ผิวหนัง Dermatologist
  • มีหลายสาขาให้เลือกใช้บริการ : Blossom Clinic by BLS มีสาขาทั้งในกรุงเทพ Glass Skin Bangkok (สาขาสเตเดียมวัน ใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ) สาขานครปฐม Glass Skin Nakhon Pathom (ใกล้มหาวิทยาลัยศิลปากร และเซ็นทรัลนครปฐม) และสาขาศาลายา Glass Skin Salaya (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา) ให้คนไข้เข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น

Program Glass & Glow เหมาะกับใครบ้าง?

โปรแกรมการดูแลผิวด้วยเทคนิค Glass Glow นี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบุคคลที่มีสภาพผิวหรือความกังวลดังต่อไปนี้

  • คนที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดความชุมชื้น แต่งหน้าไม่ติดทน
  • คนที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน รูขุมขนแลดูกระชับขึ้น
  • คนที่ต้องการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ มีปัญหาเม็ดสี อย่างกระ ฝ้า รอยสิวหลังสิวหาย จุดด่างดำ ให้กลับมาดูสดใส เปล่งประกายแบบ Healthy Glow Skin
  • คนที่ต้องการหน้าใสเร่งด่วน ก่อนออกงาน หรืออยากให้ผิวมีชีวิตชีวาทันทีหลังทำ

ทั้งนี้ความเหมาะสมของแต่ละสูตรขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมเสมอ

เปรียบเทียบโปรแกรมดูแลผิวใสที่ Blossom Clinic ดีกว่าอย่างไร?

เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการสามารถเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพผิวของตนเองได้อย่างถูกต้อง ตารางด้านล่างนี้แสดงการเปรียบเทียบระหว่าง 3 โปรแกรมยอดนิยมที่ช่วยเรื่องผิวพรรณ แต่หากต้องการความหน้าเงา ฉ่ำโกลว์ระดับ Glass Skin อย่างชัดเจน Program Glass & Glow ตอบโจทย์ที่สุด

Skin Booster เพื่อ Healthy Glow Skin และ Glass Glow
Skin Booster เพื่อ Healthy Glow Skin และ Glass Glow
✨ โปรแกรม จุดเด่น ผลลัพธ์
Program Glass & Glow เสริมปราการผิวให้แข็งแรง ร่วมกับการใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อปรับสภาพผิวชั้นบนและเติมความชุ่มชื้น ผิวดูอิ่มน้ำ มีมิติหน้าเงาฉ่ำวาว รูขุมขนแลดูกระชับ ผิวเรียบเนียนเหมือนกระจก
Program Renergy C เติมวิตามิน เติมวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ผิวอย่างอ่อนโยน เพื่อฟื้นฟูผิวจากความเหนื่อยล้า ผิวดูกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ บำรุงผิวให้ดูสดชื่นสุขภาพดี
Program Growth Factor ฉีดหน้าใส การใช้สารสกัดเข้มข้นที่มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในระดับลึก ด้วย Growth Factor ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ช่วยเรื่องรอยสิว และเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว

Timeline การดูแลฟื้นฟูผิว ความเสี่ยง และผลข้างเคียง

การทำหัตถการและ Glass Skin Treatment ทุกประเภท ควรมีการวางแผนและเข้าใจถึงการปฏิบัติตัว โดยทั่วไปแล้วหัตถการประเภทนี้มีความปลอดภัยเมื่อดูแลโดยแพทย์ผิวหนังผู้มีความชำนาญ ดังตารางสรุปด้านล่าง

⏱️ ระยะเวลา ✨ การเปลี่ยนแปลงและการปฏิบัติตัว ⚠️ ความเสี่ยงผลข้างเคียงที่อาจพบ
2 – 3 ชั่วโมง หลังทำไม่จำเป็นต้องนวดบริเวณที่รับบริการ เนื่องจากยากระจายตัวได้เอง อาจมีอาการเมื่อย หรือหนักบริเวณหน้าแก้มเล็กน้อย
หลังทำ ดูแลบำรุงผิวได้ตามขั้นตอนปกติ และควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ สามารถล้างหน้า และแต่งหน้าได้ตามปกติ
2 สัปดาห์เป็นต้นไป เห็นผลลัพธ์ความฉ่ำโกลว์ ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี และสะท้อนแสงได้ดีขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง ความเสี่ยงต่ำมาก หากได้รับการดูแลภายใต้แพทย์ผิวหนังผู้มีความชำนาญ

FAQ คำถามพบบ่อย เกี่ยวกับ Glass Skin

A: สามารถทำได้ เนื่องจากผิวหน้าเงาแบบ Glass Skin ต่างจากความมันเยิ้มของผิว ผิวที่ฉ่ำวาว “Glass Skin” เกิดจากความชุ่มชื้นที่สมดุลและเนื้อผิวที่เรียบเนียน ซึ่งเกิดขึ้นจากการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ ต่างจาก “หน้ามัน” ที่เป็นสภาพผิวที่มีการผลิตน้ำมันส่วนเกินที่มากเกินไป ทำให้ผิวดูเงาแบบมัน ที่มักจะมาพร้อมกับปัญหาผิวอื่นๆ เช่น รูขุมขนกว้าง ความหมองคล้ำ หรือการเกิดสิวอุดตัน เนื่องจากน้ำมันที่ผลิตมากเกินไปจะทำให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียเกาะตัวและอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายขึ้น ซึ่งแพทย์ผิวหนังจะปรับสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

A: โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความนุ่มชุ่มชื้นตั้งแต่ครั้งแรก และเพื่อผลลัพธ์ผิวฉ่ำวาวที่ต่อเนื่อง แนะนำให้เว้นระยะการทำนานประมาณ 4-6 เดือน สามารถรับบริการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อคงคุณภาพผิวให้กระจ่างใส ผิวเปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย

Skin Rejuvenation เพื่อผิวกระจกอย่างเป็นธรรมชาติ
Skin Rejuvenation เพื่อผิวกระจกอย่างเป็นธรรมชาติ

A: โปรแกรมนี้เป็นหัตถการที่เน้นการฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่ต้องพักฟื้น อาการเมื่อยหรือหนักหน้าเล็กๆ สามารถหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน สามารถแต่งหน้า ออกไปทำงาน หรือใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังทำ และไม่มีผลข้างเคียงที่อันตรายเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

การมี Glass Skin หรือ ผิวกระจก ที่ดูผิวโกลว์ กระจ่างใส หน้าเงา ฉ่ำวาว ไม่ใช่เรื่องยาก หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงการทำ Skin Booster และทำหัตถการโดยแพทย์ผิวหนัง ซึ่งมีความชำนาญด้านการดูแลแก้ปัญหาผิวอย่างครอบคลุมในทุกชั้นผิว หากคนไข้กำลังมองหา Glass Skin Clinic ที่เชื่อถือได้ Blossom Clinic by BLS (Glass Skin Blossom Clinic) พร้อมให้บริการโดยแพทย์ผิวหนัง ทั้งในกรุงเทพฯ และนครปฐม เพื่อช่วยให้คนไข้มี Healthy Glow Skin ที่ดูเรียบเนียนและกระจ่างใสได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

Reviews โปรแกรม Glass & Glow ที่ Blossom Clinic

สาขาของเรา

สาขาสเตเดี้ยมวัน

88 ถนน พระราม 6 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

blossom สาขานครปฐม

สาขานครปฐม

95/6 ถ. ราชดำเนิน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000

สาขาศาลายา

200 50-51 ถ. พุทธมณฑลสาย 4 ตำบล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล นครปฐม 73170

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Ulthera Prime Bangkok : Non-Surgical Skin Tightening for Expats at Blossom Clinic by BLS

Ulthera Prime Bangkok : Non-Surgical Skin Tightening for Expats at Blossom Clinic by BLS
Ulthera Prime Bangkok : Non-Surgical Skin Tightening for Expats at Blossom Clinic by BLS

As we age, one of the most noticeable changes is the gradual loss of skin firmness and facial definition. Sagging skin around the cheeks, jawline, neck, and eye area can make the face appear tired or older than expected. While surgical facelift procedures remain an option for some, many people today are looking for non-invasive treatments that provide natural-looking rejuvenation with minimal downtime.

That is why Program Ulthera Prime has become one of the most popular skin tightening treatments worldwide. At Blossom Clinic by BLS (Ulthera Prime Bangkok) , we introduce the latest Program Ulthera Prime for individuals seeking firmer, lifted, and younger-looking skin without surgery.

With branches conveniently located at Stadium One (Bangkok area), Salaya (District), and Nakhon Pathom Province, Blossom Clinic by BLS offers comprehensive skin, laser, acne, anti-aging, and hair care treatments tailored for both Thai and international clients.

What is Program Ulthera Prime?

What is Program Ulthera Prime? | Ulthera Prime Bangkok
What is Program Ulthera Prime? | Ulthera Prime Bangkok

Program Ulthera Prime is an advanced non-surgical skin lifting and tightening technology that uses focused ultrasound energy to stimulate collagen production deep beneath the skin.

This treatment is designed to target the deeper foundational layers of the skin without damaging the surface. By delivering precise ultrasound energy into the SMAS layer — the same layer addressed during surgical facelifts — Program Ulthera Prime helps lift and tighten sagging skin naturally over time.

Unlike temporary treatments that only affect the skin surface, Program Ulthera Prime works by stimulating your body’s natural collagen regeneration process, resulting in gradual and long-lasting improvement.

How Does Program Ulthera Prime Work?

Credit : ultherapy.com
Credit : ultherapy.com

Program Ulthera Prime uses Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) technology to deliver energy deep into the skin at precise depths.

The treatment helps:

  • Stimulate collagen and elastin production
  • Improve skin firmness
  • Lift sagging cheeks and jawline
  • Tighten loose neck skin
  • Reduce mild skin laxity around the eyes
  • Improve facial contour definition

One of the biggest advantages of Program Ulthera Prime is its ability to visualize the skin layers in real-time. This allows practitioners to deliver energy accurately and safely to the targeted tissue layers.

Because collagen remodeling takes time, the results improve gradually over 2–3 months after treatment.

Benefits of Program Ulthera Prime

People searching for:

  • Non-Surgical Face Lift Thailand
  • Skin Tightening Treatment Bangkok
  • Best Ulthera Clinic in Thailand

are often looking for treatments that provide natural-looking rejuvenation without surgery. Program Ulthera Prime offers several key benefits:

Program Ulthera Prime Bangkok at Blossom Clinic by BLS
Program Ulthera Prime Bangkok at Blossom Clinic by BLS

Natural-Looking Results

Program Ulthera does not dramatically change your facial features. Instead, it gradually improves skin firmness and contour for a refreshed appearance.

No Surgery or Scars

There are no incisions, stitches, or surgical scars involved.

Minimal Downtime

Most patients can return to work or normal activities immediately after treatment.

Long-Lasting Collagen Stimulation

The treatment continues stimulating collagen production for months after the procedure.

Customizable Treatment Areas

Program Ulthera Prime can be used on:

  • Forehead
  • Brow area
  • Under-eye area
  • Cheeks
  • Jawline
  • Double chin
  • Neck

Does Program Ulthera Really Work?

Does Program Ulthera Really Work?  | Ulthera Prime Bangkok
Does Program Ulthera Really Work? | Ulthera Prime Bangkok

One of the most common questions online is:

“Does Program Ulthera Really Work?”

The answer is yes — especially for individuals experiencing mild to moderate skin laxity.

Program Ulthera Prime is not designed to replace surgical facelifts in cases of severe sagging. However, it can significantly improve:

  • Lifts and tightens the face and neck
  • Enhances facial contour and jawline definition
  • Reduces double chin and localized fat
  • Softens fine lines and wrinkles
  • Tightens enlarged pores
  • Lifts brows and outer eye corners
  • Restores firmness to aging skin

Results vary depending on age, skin condition, collagen levels, and the number of treatment lines used.

Many patients begin noticing tighter skin within a few weeks, with optimal results appearing around 2–3 months after treatment.

Program Ulthera vs HIFU: What’s the Difference?

Another highly searched question is:

“What’s the Difference Between Program Ulthera and HIFU?”

Although both technologies use ultrasound energy for skin tightening, there are important differences.

Program Ulthera Prime

  • FDA-cleared technology
  • Uses real-time visualization
  • More precise energy delivery
  • Targets deeper structural layers
  • More consistent lifting results
  • Premium anti-aging treatment

Program HIFU

  • General ultrasound tightening technology
  • Typically more affordable
  • Less precise targeting
  • Results may vary depending on device quality

For individuals seeking more customized and reliable lifting outcomes, Program Ulthera Prime is often considered the gold standard in ultrasound skin tightening.

Does Program Ulthera Hurt?

Does Ulthera Hurt? Find the answer at Blossom Clinic by BLS.
Does Ulthera Hurt? Find the answer at Blossom Clinic by BLS.

“Does Program Ulthera Hurt?”

Pain tolerance varies from person to person. During the procedure, patients may feel:

  • Warm sensations
  • Tingling
  • Small pulses of energy beneath the skin

These sensations indicate that collagen stimulation is taking place.

At Blossom Clinic by BLS, treatment protocols are designed to maximize comfort while maintaining treatment effectiveness. The procedure is generally well tolerated, and most sessions are completed within 30–90 minutes depending on the treatment area.

How Many Program Ulthera Lines Do You Need?

One of the most important factors affecting results is the number of treatment lines used.

“How Many Program Ulthera Lines Do You Need?”

The recommended number depends on:

  • Age
  • Skin laxity
  • Facial structure
  • Desired outcome
  • Treatment area

Blossom Clinic by BLS doctors recommend the number of Program Ulthera Prime lines according to age and skin condition as follows:

  • 300 Lines: Specific areas such as around the eyes, jawline, nasolabial folds, double chin
  • 400–600 Lines: Full face and neck (ages 30–40)
  • 600–800 Lines: Full face and neck (ages 40–50)
  • 800–1000 Lines: Ages 50–60
  • 1000–1200 Lines: Ages 60 and above

The number of lines or shots will be assessed by the physician to suit each patient’s individual skin concerns.

Blossom Clinic by BLS – Advanced Facial Analysis with Facial Scan Technology

Skin & Hair Assessment Program
Skin & Hair Assessment Program

At Blossom Clinic by BLS, we offer the “Skin Assessment Program”, an advanced facial analysis using medical-grade Facial Scan technology powered by AI. This innovative system helps analyze skin conditions and hidden skin concerns in detail, including:

  • Skin hydration
  • Elasticity
  • Fine lines and wrinkles
  • Pore size
  • Dark spots
  • Pigmentation levels

The Facial Scan allows patients to better understand their skin condition, while helping doctors create a more precise and personalized treatment plan.

SMAS Layer Sagging Analysis

Our “Skin Assessment Program” also evaluates skin laxity at the SMAS layer — the same structural layer targeted in facelift surgery and advanced lifting treatments.

SMAS Layer Sagging Analysis
SMAS Layer Sagging Analysis

The system measures skin firmness and sagging levels on a scale of 0–14, similar to assessing your “skin age,” allowing doctors to accurately plan suitable lifting and tightening treatments.

For patients with mild skin laxity, treatments such as:

  • Program Ultraformer III
  • Program Ulthera Prime

may be recommended.

For cases with more significant sagging, deeper treatment options such as:

  • Facelift Surgery

may provide more noticeable, long-lasting, and natural-looking results.

How Many Program Ulthera Lines Are Recommended for People Over 40?

How Many Program Ulthera Lines Do You Need?
How Many Program Ulthera Lines Do You Need?

“How Many Program Ulthera Lines Are Recommended for People Over 40?”

For individuals aged 40 and above, collagen loss becomes more noticeable. Skin elasticity decreases, and sagging may affect multiple areas of the face and neck.

Most patients in this age group may benefit from:

  • 600–1,000 lines
    depending on individual skin conditions and treatment goals.

A personalized assessment is important to determine the appropriate treatment plan.

Program Ulthera for Eyes and Jawline

Program Ulthera for Eyes

The eye area is one of the first places to show signs of aging. Program Ulthera Prime can help improve:

  • Mild brow drooping
  • Loose skin around the eyes
  • Tired-looking appearance

The treatment may create a more refreshed and lifted eye appearance without surgery.

Jawline Tightening

Program Ulthera is also highly popular for:

  • Jawline contouring
  • Reducing mild double chin appearance
  • Tightening lower face skin

This helps create a more defined facial profile.

Program Ulthera vs Botox: Which Is Better?

“Program Ulthera vs Botox: Which Is Better?”

These treatments work differently and address different concerns.

Program Botox

Best for:

  • Dynamic wrinkles
  • Forehead lines
  • Crow’s feet
  • Muscle-related wrinkles

Program Ulthera Prime

Best for:

  • Skin laxity
  • Sagging
  • Jawline definition
  • Collagen stimulation
  • Skin tightening

In many cases, combining Program Botox with Program Ulthera can provide more comprehensive facial rejuvenation results.

What Are the Downsides of Program Ulthera?

“What Are the Downsides of Program Ulthera?”

Although Program Ulthera Prime is considered safe and effective, there are some limitations to understand.

Gradual Results

Results are not immediate because collagen production takes time.

Mild Discomfort

Some patients may experience temporary discomfort during treatment.

Temporary Side Effects

Possible temporary side effects may include:

  • Mild swelling
  • Tenderness
  • Redness
  • Tingling sensation

These symptoms usually resolve within a few days.

Not a Surgical Replacement

Patients with severe skin laxity may still require surgical procedures for dramatic lifting results.

Program Ulthera Aftercare: What You Need to Know

“What Should You Avoid After Program Ulthera Treatment?”

After treatment, proper aftercare helps support optimal collagen recovery.

Aftercare for Ultherapy Prime at Blossom Clinic by BLS (Ulthera Prime Bangkok)
Aftercare for Ultherapy Prime at Blossom Clinic by BLS (Ulthera Prime Bangkok)

Recommended Aftercare:

  • Mild redness, swelling, or tenderness may occur after treatment and usually subsides within 4–24 hours.
  • You may feel slight warmth beneath the skin, but there are typically no visible wounds.
  • Apply moisturizer regularly to keep the skin hydrated.
  • Use sunscreen with SPF 30 PA+++ or higher and avoid excessive sun exposure.
  • Avoid heat exposure, including saunas, steam rooms, and hot showers for 1–2 days.
  • Avoid other heat-based treatments such as lasers or HIFU for at least 1 month.
  • Makeup can be applied normally after treatment.
  • Drink plenty of water to support skin recovery and collagen regeneration.

Most patients can resume normal activities immediately after treatment.

How Long Does Program Ulthera Last?

“How Long Does Program Ulthera Last?”

Results typically last around:

  • 12–18 months

depending on:

  • Age
  • Skin condition
  • Lifestyle
  • Collagen production
  • Skincare habits

Because the aging process continues naturally, maintenance sessions may help prolong results.

How Often Should You Get Program Ulthera?

“How Often Should You Get Program Ulthera?”

Most patients benefit from:

  • One session per year

However, treatment frequency depends on individual aging concerns and skin quality.

Some individuals may choose combination treatments or maintenance programs for enhanced long-term results.

Why Expats Choose Blossom Clinic by BLS (Ulthera Prime Bangkok)

Blossom Clinic by BLS provides a modern and comprehensive approach to beauty and wellness.

International clients and expats choose our clinic because of:

  • Personalized treatment planning
  • Advanced aesthetic technologies
  • Comprehensive skin and hair care services
  • Professional medical standards
  • Convenient locations in Thailand

Our services include:

  • Acne treatment
  • Laser treatments
  • Skin rejuvenation
  • Lifting and tightening procedures
  • Hair loss and thinning hair treatments
Program Ulthera Clinic Bangkok at Blossom Clinic by BLS
Program Ulthera Clinic Bangkok at Blossom Clinic by BLS

Visit Our 3 Convenient Locations

If you are searching for:

  • Program Ulthera Prime Bangkok
  • Program Ulthera Near Me
  • Program Ultherapy Near Me
  • Program Ulthera Clinic Bangkok

Blossom Clinic by BLS currently offers services at:

  • Stadium One Branch
  • Salaya Branch
  • Nakhon Pathom Branch

สาขาของเรา

สาขาสเตเดี้ยมวัน

88 ถนน พระราม 6 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

blossom สาขานครปฐม

สาขานครปฐม

95/6 ถ. ราชดำเนิน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม 73000

สาขาศาลายา

200 50-51 ถ. พุทธมณฑลสาย 4 ตำบล ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล นครปฐม 73170

Each branch is designed to provide comfortable consultations and personalized aesthetic care for both Thai and international patients.

Final Thoughts

Program Ulthera Prime has become one of the leading non-surgical skin tightening treatments for individuals seeking natural-looking rejuvenation without downtime.

Whether you are concerned about sagging skin, jawline definition, early aging signs, or collagen loss after age 40, Program Program Ulthera Prime may help restore firmer and more youthful-looking skin through advanced ultrasound technology.

At Blossom Clinic by BLS, we are committed to providing customized anti-aging solutions tailored to each patient’s unique facial structure, skin condition, and aesthetic goals.

If you are looking for a trusted destination for Program Ulthera in Thailand, our experienced team is ready to help you achieve natural, refreshed, and confident results.

FAQs

A : Yes. Program Ulthera technology is widely used for non-invasive skin lifting and tightening treatments.

A : Program Ulthera is ideal for mild to moderate skin laxity but does not fully replace surgical facelift procedures in severe cases.

A : Some improvement may appear within weeks, with optimal results typically visible after 2–3 months.

A : Most patients can return to normal activities immediately after treatment.

Yes. Ulthera is often combined with Botox, fillers, or laser treatments for more comprehensive facial rejuvenation.

หน้าเด็กกว่าอายุ ด้วย Longevity Program พร้อม Skin & Hair Assessment วิเคราะห์ลึกก่อนยกกระชับหน้า

หน้าเด็กกว่าอายุ ด้วย Longevity Program
พร้อม Skin & Hair Assessment วิเคราะห์ลึกก่อนยกกระชับหน้า
หน้าเด็กกว่าอายุ ด้วย Longevity Program พร้อม Skin & Hair Assessment วิเคราะห์ลึกก่อนยกกระชับหน้า

ใครๆ ก็อยากหน้าเด็กกว่าอายุ การดูแลผิวหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมบางคนอายุใกล้กัน แต่กลับดูเด็กกว่า ดูสดใสกว่า Blossom Clinic by BLS ขอแนะนำโปรแกรมการดูแลผิวรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Blossom Longevity Program เป็นโปรแกรมการดูแลผิวให้ดูเด็กอย่างยั่งยืนต่อเนื่องยาวนานตลอด 1 ปี แต่ก่อนอื่นทางคลินิกขอพาคนที่อยากมีผิวหน้าเด็ก ไปทำความเข้าใจปัญหาผิวและการทำหัตถการในชั้นผิวต่างๆ อย่างลงลึกกันก่อน

  • ปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย เกิดจากอะไร?
  • ทำไมการยกกระชับหน้า ต้องดูแลมากกว่าผิวชั้นบน
  • Blossom Longevity Program คืออะไร? เหมาะกับใคร?
  • Blossom Longevity Program ช่วยให้หน้าเด็กได้ยาวนานขึ้นได้อย่างไร?

หน้าแก่ก่อนวัย ไม่ได้เกิดจากผิวชั้นบนอย่างเดียว

หลายคนเข้าใจว่า ปัญหาผิวแก่ หน้าแก่ หรือผิวหน้าเหี่ยวย่น เกิดจากริ้วรอยหรือผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความแก่ของผิวหน้าหรือใบหน้า เป็นผลมาจากการเสื่อมสภาพในทุกชั้นผิว เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะค่อยๆ สูญเสียความเต่งตึง ทำให้ดูหน้าแก่ ผิวไม่สดใส ผิวหน้าหย่อนคล้อย ซึ่งภาวะผิวห้อย ผิวแก่ เกิดจากชั้นผิวหน้าหลักๆ 3 ระดับ

ชั้นผิวหนัง มีอะไรบ้าง? โปรแกรมยกกระชับผิวหน้าเหมาะกับใครบ้าง
ชั้นผิวหนัง มีอะไรบ้าง? โปรแกรมยกกระชับผิวหน้าเหมาะกับใครบ้าง

1. ชั้นผิวหนัง (Epidermis & Dermis)

จุดเริ่มต้นของผิวแก่และริ้วรอย

ชั้นผิวหนังแบ่งออกเป็น

  • หนังกำพร้า (Epidermis)
  • หนังแท้ (Dermis)

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การผลิตคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) จะลดลง ทำให้โครงสร้างผิวเริ่มจัดตัวไม่เป็นระเบียบ สัญญาณที่เห็นได้ชัดคือ

  • ผิวสูญเสียความแข็งแรง
  • ความยืดหยุ่นลดลง
  • ผิวบางลง แห้งกร้าน
  • ผิวหย่อนคล้อย
  • กรอบหน้าไม่ชัดเจน
  • ริ้วรอยร่องลึกตามวัย

แม้จะเป็นผิวชั้นบน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล ก็จะส่งผลต่อความดูเด็กของใบหน้าโดยตรง

2. ชั้นไขมัน (Fat Layer)

สาเหตุของแก้มย้อยและหน้าหย่อนคล้อย

ชั้นไขมันใต้ผิวมีหน้าที่พยุงผิวให้ดูอิ่มฟู แต่เมื่ออายุมากขึ้น

  • ไขมันเคลื่อนตัวลงด้านล่าง
  • ปริมาตรของไขมันจะลดลงในบางตำแหน่งของใบหน้า

ส่งผลให้เกิดปัญหา

  • แก้มย้อย
  • กระเปาะแก้ม
  • ร่องแก้มลึก
  • ใบหน้าดูหย่อนคล้อย

เป็นเหตุผลที่บางคนไม่มีริ้วรอยมาก แต่ใบหน้าดูมีอายุ เพราะโครงหน้าไม่กระชับ

3. ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS

ตัวการสำคัญที่ทำให้หน้าดูแก่ลงอย่างชัดเจน

ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดบางๆ อยู่ระหว่างชั้นไขมันและกล้ามเนื้อ หากชั้นนี้หย่อนคล้อย จะทำให้

  • หน้าหย่อนคล้อย
  • ร่องน้ำหมากชัด
  • มีเหนียง
  • ใบหน้าดูแก่ลงอย่างเห็นได้ชัด

การยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัดที่ได้ผลจริง จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่สามารถยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ

Blossom Longevity Program คืออะไร? ทำไมถึงเป็นกุญแจที่ทำให้หน้าเด็ก

Blossom Longevity Program เป็นแนวคิดการดูแลย้อนวัยผิวอย่างครอบคลุมในระยะยาว ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการฟื้นฟู ชะลอความเสื่อม และรักษาคุณภาพผิวในทุกชั้นผิว เป้าหมายเป็นการทำให้ผิวดูเด็กอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ลดโอกาสการเกิดหน้าแก่ก่อนวัย และช่วยให้คุณภาพผิวที่ดี และผลลัพธ์ของการยกกระชับอยู่กับเราได้นานขึ้น ร่วมกับโปรแกรม Skin & Hair Assessment วิเคราะห์ผิวหน้าอย่างละเอียด ด้วย Facial Scan และประเมินปัญหาปัญหาเส้นผมในเชิงลึก ที่ Blossom Clinic by BLS ออกแบบมา สำหรับการค้นหาปัญหาผิวและเส้นผม เพื่อการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ผ่านการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ ช่วยให้การรักษาที่แม่นยำและตรงจุด คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

Blossom Longevity Program ทางเลือกของคนอยากหน้าเด็กยาวนาน

Blossom Longevity Program ได้รับการออกแบบ โดยศัลยแพทย์ผิวหนังประจำ Blossom Clinic by BLS เพื่อรับมือกับปัญหาผิวในทุกชั้น พร้อมวางแผนการดูแลต่อเนื่องตลอด 1 ปี เพื่อให้ผลลัพธ์การยกกระชับหน้า ดูแลผิวให้ดูเด็ก ไม่เพียงแค่ชั่วคราว แต่ยาวนานตราบเท่าที่ต้องการ

โปรแกรมดูแลแต่ละชั้นผิว

โปรแกรมยกกระชับหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
โปรแกรมยกกระชับหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
  • ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) – จุดเริ่มต้นของผิวใส ผิวเด็ก
    ชั้นหนังกำพร้าเป็นด่านแรกที่สะท้อนความอ่อนเยาว์ของใบหน้า หากชั้นนี้เสื่อม ผิวจะดูหมอง เหนื่อย และแก่กว่าวัย

โปรแกรมที่ใช้ดูแลผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

  • Program Pico Toning
    ช่วยลดเม็ดสีที่ผิดปกติ เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใสขึ้น
  • Program Pico Fractional
    กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่อย่างอ่อนโยน ช่วยลดหลุมสิว ให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง
  • Program Facial Treatment
    เติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ลดการระคายเคือง ทำให้ผิวแข็งแรงในระยะยาว

ผลลัพธ์ที่ได้

ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียน สุขภาพดี ลดสัญญาณผิวแก่ขั้นต้น ดูอ่อนกว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด

  • ชั้นหนังแท้ (Dermis) – แหล่งกำเนิดคอลลาเจนที่ทำให้ผิวดูเด็ก
    เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ชั้นหนังแท้จะผลิตคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความแน่น สูญเสียความยืดหยุ่นกระชับ ริ้วรอยเริ่มชัด

โปรแกรมที่ใช้ดูแลผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)

  • Program Glass & Glow
    ช่วยฟื้นคุณภาพผิวจากภายใน เติมความฉ่ำวาว ผิวเงา ดูอิ่มน้ำ
  • Program Botox Lifting
    ลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว ริ้วรอยหางตา หรือตีนกา รอยย่นจมูก รอยย่นคาง ทำให้ริ้วรอยดูตื้น ผิวดูเรียบขึ้น
  • Program OligioX
    โปรแกรมยกกระชับหน้าที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ที่ส่งพลังงานความร้อนลงใต้ชั้นผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหน้ากระชับ ลดริ้วรอย

ผลลัพธ์ที่ได้

ผิวแน่น ริ้วรอยดูจางลง กระชับรูขุมขน ช่วยย้อนวัยใบหน้าให้ดูเด็กลงแบบเป็นธรรมชาติ

  • ชั้นไขมัน (Fat Layer) – ตัวแปรสำคัญของการย้อนวัย ยกกระชับหน้า
    ชั้นไขมันช่วยพยุงโครงสร้างใบหน้า เมื่อไขมันเคลื่อนตัวหรือยุบตัวลง จะทำให้เกิดปัญหาแก้มย้อย แก้มห้อย ร่องแก้มลึก และหน้าหย่อนคล้อย

โปรแกรมที่ใช้ดูแลผิวชั้นไขมัน (Fat Layer)

  • Program Glass & Glow
    ยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิว ผิวอิ่มฟู แน่น เด้ง และเรียบเนียนขึ้นจากภายใน
  • Program Growth Factor
    ฟื้นฟูผิวจากภายใน บูสท์ผิวใสด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นจากตัวคนไข้เอง ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ  กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการสร้างเม็ดสีผิว แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง ให้กลับมากระชับ ผิวหน้าดูเด็กลง
  • Program OligioX
    ช่วยกระชับผิวและสลายไขมันบริเวณแก้มเหนียง ลดปัญหาแก้มห้อย ลดไขมันใต้คาง ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น
  • Program LipoLift
    สลายไขมันด้วยสูตรใหม่ สามารถฉีดได้ทุกส่วนของจุดที่มีไขมันสะสม เช่น แก้ม ใต้คาง หลังทำช่วยให้ผิวดูกระชับ ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้

ลดความหย่อนคล้อย โดยไม่ทำให้ใบหน้าดูตอบหรือโทรม ใบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น และเป็นธรรมชาติ

  • ชั้นกล้ามเนื้อ SMAS – กุญแจของการยกกระชับหน้าอย่างแท้จริง
    ชั้น SMAS คือโครงสร้างหลักของใบหน้า หากหย่อนคล้อย จะทำให้หน้าดูมีอายุอย่างชัดเจน

โปรแกรมที่ใช้ดูแลผิวชั้นกล้ามเนื้อ SMAS

  • Program Ulthera Prime
    ยกกระชับผิวหน้าและลำคอโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น เป็นธรรมชาติ
  • Program Ultraformer III
    โปรแกรมยกกระชับหน้า และสลายไขมันใต้ชั้นผิว ช่วยยกกระชับ ปรับหน้าเรียว โดยไม่ต้องผ่าตัด ลดความหย่อนคล้อย ลดไขมัน ลดริ้วรอย และเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • Facelift Surgery (ในบางเคส)
    สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมากและต้องการผลลัพธ์ชัดเจน สามารถศัลยกรรมดึงหน้า โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ได้ที่ BLS Surgery Center

ผลลัพธ์ที่ได้

หน้ายกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย กรอบหน้าชัด หน้าเรียวขึ้น ลดเหนียงและร่องลึก ทำให้ดูหน้าเด็กกว่าอายุจริง ใบหน้าสดใสขึ้น เป็นธรรมชาติ

Blossom Longevity Program ทำอย่างไรบ้าง?

Blossom Longevity Program เป็นโปรแกรมดูแลผิวหน้า ยกกระชับหน้าเด็ก ผ่านการวางแผนตามช่วงเวลาตลอด 1 ปี โดยศัลยแพทย์ผิวหนังประจำ Blossom Clinic by BLS เพื่อให้ผิวมีการฟื้นฟูลึกถึงโครงสร้างผิว และได้รับการยกกระชับอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับการยกกระชับผิว
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับการยกกระชับผิว

แพลนดูแลผิวหน้าเด็กตลอด 1 ปี ที่ Blossom Clinic by BLS

Month 0 – ยกกระชับ ฟื้นโครงสร้างผิว กระตุ้นคอลลาเจน

  • Program Ulthera Prime
  • Program Botox
  • Program Glass & Glow : Skin Bio

Month 3 – เสริมความแน่นและความใสให้ผิว

  • Program Oligio X
  • Program Glass & Glow : Skin Spot

Month 6 – ตอกย้ำความกระชับ ป้องกันการหย่อนคล้อย

  • Program Ultraformer III
  • Program Botox
  • Program Glass & Glow : Skin Bio
คลินิกเสริมความงามช่วยให้หน้าเด็ก ด้วย Blossom Longevity Program
คลินิกเสริมความงามช่วยให้หน้าเด็ก ด้วย Blossom Longevity Program

อยากหน้าเด็ก ทำไมถึงควรรับบริการ Blossom Longevity Program

  • เป็นโปรแกรมที่ดูแลครบทุกชั้นผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น ที่ทำให้หน้าดูมีอายุ อย่างครอบคลุม
  • วางแผนระยะยาว ช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้ายาวนานอย่างต่อเนื่อง
  • ลดโอกาสเกิดปัญหาผิวหย่อน ผิวยับย่น ที่ส่งผลให้ดูหน้าแก่ก่อนวัยในอนาคต
  • เหมาะกับคนที่อยากดูเด็กแบบธรรมชาติ

เหมาะกับใคร?

  • คนที่มีผิวหน้าและผิวลำคอหย่อนคล้อย เริ่มรู้สึกว่าหน้าดูมีอายุ
  • คนที่ต้องการแพลนดูแลยกกระชับใบหน้า ดูหน้าเด็กลงในระยะยาว
  • คนที่มองหาโปรแกรมยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัด
  • คนที่อยากดูแลผิวแบบ Skin Longevity อย่างแท้จริง

รีวิวโปรแกรมยกกระชับ ดูแลผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย ที่ Blossom Clinic by BLS

หน้าเด็ก ไม่ใช่เรื่องของอายุ แต่เป็นการวางแผนดูแลผิวหน้าในระยะยาว

การมีหน้าเด็กกว่าอายุ ด้วย Blossom Longevity Program เป็นการเข้าใจโครงสร้างผิว และเลือกดูแลอย่างถูกวิธี โปรแกรมนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมหรือเครื่องยกกระชับหน้า แต่เป็นแพลนดูแลผิวให้ยกกระชับ ดูเด็กลงอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพผิวที่ดีในระยะยาว

หากคนไข้กำลังมองหาการดูแลผิวที่ทำให้ ดูเด็ก ผิวเด็ก และหน้าเด็ก ไปพร้อมๆ กันในระยะยาว สามารถรับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ผิวหนังประจำ Blossom Clinic by BLS ได้ถึง 3 สาขา

Blossom Clinic by BLS Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (คลินิกรักษาสิว นครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Skin & Hair Assessment วิเคราะห์ผิวหน้า และเส้นผมเชิงลึกที่ Blossom Clinic by BLS

Skin & Hair Assessment วิเคราะห์ผิวหน้า และเส้นผมเชิงลึกที่ Blossom Clinic by BLS
Skin & Hair Assessment วิเคราะห์ผิวหน้า และเส้นผมเชิงลึกที่ Blossom Clinic by BLS

ปัญหาผิวและเส้นผมของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งจากอายุ มลภาวะ ความเครียด ฮอร์โมน รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้หลายคนพบว่าแม้จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งทำเลเซอร์หน้าใส ใช้สกินแคร์ หรือทำทรีตเมนต์มาหลายครั้งแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นตามที่ต้องการ หนึ่งในสาเหตุสำคัญ อาจเป็นเพราะยังไม่รู้ต้นตอของปัญหาที่แท้จริง

Blossom Clinic by BLS จึงพัฒนาโปรแกรม Skin & Hair Assessment ที่สามารถวิเคราะห์ผิวหน้า และเส้นผมในเชิงลึก พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคนไข้ Blossom Clinic by BLS ด้วยประสิทธิภาพการรักษาที่ดีที่สุด ด้วยการประเมินปัญหาผิวและผมอย่างละเอียดเฉพาะบุคคล (Customized Technique) ให้ข้อมูลกับคนไข้อย่างลงลึก เพื่อแก้ปัญหาในทุกระดับชั้นผิวและลึกถึงรากผม โดยแพทย์ Blossom Clinic by BLS จะทำการวิเคราะห์ วางแผน และแนะนำการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละเคสมากที่สุด ร่วมกับการดูแลย้อนวัยผิวอย่างครอบคลุมในระยะยาว ด้วย Blossom Longevity Program ซึ่งเป็นการฟื้นฟู ชะลอความเสื่อม และรักษาคุณภาพผิวในทุกชั้นผิว เพื่อให้ผิวหน้าเด็กลงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

เพราะการรักษาที่ดี ไม่ใช่เพียงการเลือกโปรแกรม แต่เป็นความเข้าใจปัญหาของคนไข้แต่ละเคสอย่างแม่นยำก่อนเริ่มรักษา

วิเคราะห์ผิวหน้า และเส้นผม ด้วย โปรแกรม Skin & Hair Assessment คืออะไร?

วิเคราะห์ผิวหน้า และเส้นผม ด้วย โปรแกรม Skin & Hair Assessment คืออะไร?
วิเคราะห์ผิวหน้า และเส้นผม ด้วย โปรแกรม Skin & Hair Assessment คืออะไร?

โปรแกรม Skin & Hair Assessment เป็นโปรแกรม ตรวจผิวหน้า วิเคราะห์ผิวหน้าและเส้นผมแบบเฉพาะบุคคล ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยค้นหาปัญหาผิว และเส้นผมในเชิงลึก ผ่านการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์

โดยจะมีการประเมินทั้ง

  • ผิวชั้นตื้น (Epidermis & Dermis)
  • ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous)
  • ชั้น SMAS และโครงสร้างความหย่อนคล้อย
  • คุณภาพของหนังศีรษะ
  • ความแข็งแรงของรากผม

เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับแต่ละเคสมากที่สุด ซึ่งจุดเด่นสำคัญของโปรแกรม Skin & Hair Assessment ไม่ใช่เพียงการมองด้วยตา แต่เป็นการประเมินเชิงลึกด้วยเครื่องมือเฉพาะทางอย่างละเอียด ทำให้แพทย์ประเมินปัญหาที่ไม่สามารถสังเกตได้จากภายนอกได้อย่างแม่นยำและตรงจุด

วิเคราะห์ผิวหน้าอย่างละเอียด ด้วย Facial Scan

คลินิกไหนมีบริการตรวจวิเคราะห์ผิวหน้า พบกันที่ Blossom Clinic
คลินิกไหนมีบริการตรวจวิเคราะห์ผิวหน้า พบกันที่ Blossom Clinic

โปรแกรม Skin & Hair Assessment ใช้วิเคราะห์ผิวหน้าอย่างละเอียด ด้วย Facial Scan หรือเครื่องมือสแกนผิวหน้าทางการแพทย์ โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์สภาพผิวและปัญหาผิวหน้า เพื่อประเมินระดับความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ริ้วรอย รูขุมขน จุดด่างดำ และระดับเม็ดสีได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้คนไข้เห็นปัญหาที่ซ่อนอยู่และแพทย์สามารถวางแผนดูแลรักษาได้อย่างตรงจุด

วิเคราะห์ผิวหน้า ชั้น Epidermis & Dermis

วิเคราะห์ผิวหน้า สแกนผิวหน้า ด้วยโปรแกรมตรวจผิวหน้าที่แม่นยำ
วิเคราะห์ผิวหน้า สแกนผิวหน้า ด้วยโปรแกรมตรวจผิวหน้าที่แม่นยำ

ผิวหน้าชั้นตื้น (Epidermis & Dermis) เป็นชั้นผิวที่บ่งบอกถึงสุขภาพผิวหน้าโดยรวม และเป็นบริเวณที่หลายคนเริ่มสังเกตเห็นปัญหาได้ก่อน เช่น ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ

Pigmentation

การสร้างเม็ดสีผิวตามธรรมชาติที่เรียกว่า เมลานิน (Melanin) ซึ่งระบบจะประเมินค่าปัญหาเม็ดสีในระดับ 0-4 เพื่อวิเคราะห์ปัญหา เช่น

  • ฝ้า
  • กระ
  • จุดด่างดำ
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • รอยดำ

ยิ่งค่าประเมินสูง ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ผิวมีปัญหาเม็ดสีสะสมมากขึ้น ซึ่งช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางการรักษาได้เหมาะสม

Pore

การประเมินรูขุมขนในระดับ 0-4 ช่วยวิเคราะห์ปัญหาเรื่อง

  • รูขุมขนกว้าง
  • ผิวไม่เรียบเนียน
  • ความมันของผิวหน้า

ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลผิว เพราะบางคนอาจมีปัญหาผิวมันร่วมกับผิวขาดน้ำ หรือมีรูขุมขนกว้างจากต่อมน้ำมันใต้ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป ทำให้รูขุมขนขยายตัว ซึ่งต้องใช้วิธีรักษาที่แตกต่างกัน

โปรแกรมดูแลผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

เหมาะกับปัญหา

  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • ผิวหมองคล้ำ
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ

โปรแกรมที่แนะนำ

  • Program Pico Laser Mode Toning
  • Program Pico Laser Mode Fractional
  • Program Facial Treatment

โปรแกรมดูแลผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)

เหมาะกับปัญหา

  • ผิวขาดคอลลาเจน
  • รูขุมขนกว้าง
  • ผิวไม่เรียบเนียน

โปรแกรมที่แนะนำ

  • Program Glass & Glow
  • Program Botox Lifting
  • Program Oligio X

วิเคราะห์ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous)

ปัญหาใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส หรือดูมีอายุ อาจไม่ได้เกิดจากผิวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับชั้นไขมันบนใบหน้า โปรแกรม Skin & Hair Assessment สามารถประเมินความสมดุลของชั้นไขมันบนใบหน้า โดยใช้ค่าประเมิน ตั้งแต่ -2 ถึง +2

หากผลประเมินติดลบ

หมายถึงชั้นไขมันได้ผิว มีไขมันน้อยเกินไป อาจเกิดจากภาวะใบหน้าพร่องไขมัน สังเกตได้จาก

  • ใบหน้าตอบ
  • แก้มตอบ
  • ขมับตอบ
  • หน้าดูโทรม

ซึ่งมักพบในคนที่อายุเพิ่มขึ้น น้ำหนักลดเร็ว หรือมีการสูญเสียคอลลาเจนและไขมันใต้ผิว

หากผลประเมินเป็นบวก

หมายถึงชั้นไขมันได้ผิว มีไขมันสะสมมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา เช่น

  • แก้มเยอะ
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • ใบหน้าดูใหญ่
  • มีเหนียง
  • หน้าดูไม่สมส่วน

ข้อมูลส่วนนี้ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม เช่น Program LipoLift, Program Oligio X หรือ Program Glass & Glow เพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน ดูละมุนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

โปรแกรมดูแลผิวชั้นไขมัน (Subcutaneous)

เหมาะกับปัญหา

  • หน้าตอบ
  • แก้มตอบ
  • ใบหน้าไม่สมดุล

โปรแกรมที่แนะนำ

  • Program Growth Factor หน้าใส
  • Program LipoLift
  • Program Oligio X
Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

วิเคราะห์ความหย่อนคล้อยในชั้นผิว SMAS

โปรแกรม ตรวจผิวหน้า วิเคราะห์ผิวหน้า ประเภทผิวหน้ามีอะไรบ้าง
โปรแกรม ตรวจผิวหน้า วิเคราะห์ผิวหน้า ประเภทผิวหน้ามีอะไรบ้าง

ผิวหน้าชั้น SMAS ถือเป็นโครงสร้างสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของใบหน้า เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นผิวและกล้ามเนื้อจะเริ่มสูญเสียความเต่งตึงกระชับ ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมามากมาย

  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • แก้มตก
  • ร่องแก้มลึก
  • ผิวหย่อนคล้อย
  • ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
  • ดูหน้าโทรม ไม่สดใส

โปรแกรม Skin & Hair Assessment จะช่วยประเมินระดับความหย่อนคล้อยในระดับ 0-14 คล้ายกับการเช็คอายุผิวหน้า ด้วยการวัดระดับความตึงกระชับของผิวและความหย่อนคล้อย เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการยกกระชับหน้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น

สำหรับคนที่เริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อยเล็กน้อย อาจเหมาะกับ Program Ultraformer III หรือ Program Ulthera Prime

ในขณะที่บางเคสที่มีความหย่อนคล้อยมาก อาจต้องใช้การดูแลรักษาในระดับลึกมากขึ้น เช่น Facelift Surgery หรือการดึงหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ยาวนานและเป็นธรรมชาติ

โปรแกรมดูแลผิวชั้น SMAS

เหมาะกับปัญหา

  • ผิวหย่อนคล้อย
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • แก้มตก

โปรแกรมที่แนะนำ

  • Program Ulthera Prime
  • Program Ultraformer III
  • Facelift Surgery

ประเมินปัญหาผมร่วง ผมบาง ด้วย Dermoscopy

แนะนำเครื่องมือวิเคราะห์ผิวหน้าที่ใช้ในคลินิกผิวหนัง
แนะนำเครื่องมือวิเคราะห์ผิวหน้าที่ใช้ในคลินิกผิวหนัง

นอกจากการวิเคราะห์ผิวหน้าแล้ว โปรแกรมนี้ยังช่วยประเมินสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด ด้วยกล้อง Dermoscopy ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสแกนขยายภาพของหนังศีรษะและรากผม ทำให้สามารถเห็นรายละเอียดในระดับลึกได้ชัดเจนมากขึ้น

Dermoscopy ช่วยวิเคราะห์อะไรได้บ้าง?

Skin & Hair Assessment โแปรแกรมวิเคราะห์ผิวหน้าอย่างแม่นยำ
Skin & Hair Assessment โแปรแกรมวิเคราะห์ผิวหน้าอย่างแม่นยำ

การตรวจด้วย Dermoscopy สามารถช่วยประเมินได้ทั้ง

  • ความหนาของเส้นผม
  • ความแข็งแรงของรากผม
  • สุขภาพหนังศีรษะ
  • การอักเสบของหนังศีรษะ
  • ปัญหาผมบาง
  • แนวโน้มผมร่วงในอนาคต

โดยปกติ รากผมที่แข็งแรงจะมีเส้นผมหนา และใน 1 รูขุมขน หรือ 1 กราฟต์ จะประกอบด้วยเส้นผมประมาณ 1-4 เส้น แต่หากรากผมเริ่มอ่อนแอ เส้นผมจะมีขนาดเล็กลง บางลง และหลุดร่วงได้ง่าย

ประเมินระดับความรุนแรงของปัญหาผม

ตรวจสภาพเส้นผม Hair Assessment ด้วย Dermoscopy
ตรวจสภาพเส้นผม Hair Assessment ด้วย Dermoscopy

ระบบจะประเมินปัญหาผมในระดับ 0-4 ตั้งแต่

  • ไม่มีปัญหา
  • มีปัญหาระดับเล็กน้อย
  • มีปัญหาระดับปานกลาง
  • มีปัญหาระดับค่อนข้างมาก
  • ปัญหาระดับมาก

การประเมินปัญหาผมร่วง ผมบางในเชิงลึก ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนฟื้นฟูรากผมได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลหนังศีรษะด้วยยา การรับบริการโปรแกรม Anti-Hair Loss หรือการวางแผนรักษาปัญหาผมบางในระยะยาว ด้วยการปลูกผม

โปรแกรมรักษาผมร่วง ผมบาง Anti-Hair Loss

วิเคราะห์ปัญหาผม และรับบริการโปรแกรม Anti-Hair Loss
วิเคราะห์ปัญหาผม และรับบริการโปรแกรม Anti-Hair Loss

โปรแกรม Anti-Hair Loss เป็นเทคนิคการแก้ปัญหาผมบาง ผมร่วง ให้ผมบางกลับมาหนา โดยไม่ต้องปลูกผม แต่ใช้พลาสมาและเกล็ดเลือดเข้มข้นจากร่างกายคนไข้เอง เป็นการนำเลือดมาปั่นตกตะกอน จนได้สารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผมมาฉีดบริเวณหนังศีรษะ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ (Growth Factor) บำรุงเซลล์รากผม ให้กลับมาแข็งแรงขึ้น เส้นผมมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความหนาแน่นมากขึ้น

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

ในเคสที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ระดับมาก มีแนวผมด้านหน้าถอยร่น แนวไรผมลึก รอยแสกกว้าง หรือมีลักษณะหน้าผากกว้าง สามารถรับบริการโปรแกรม Anti-Hair Loss ร่วมกับการปลูกผมถาวร หรือปลูกผมปรับกรอบหน้าได้

วิเคราะห์เส้นผมเชิงลึก ด้วยโปรแกรม Hair Assessment
วิเคราะห์เส้นผมเชิงลึก ด้วยโปรแกรม Hair Assessment

ทำไมการวิเคราะห์ผิวและผมก่อนรักษา ถึงสำคัญ?

หลายคนเลือกทำหัตถการจากรีวิวหรือความเข้าใจส่วนตัว โดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ว่าปัญหาผิวของตัวเองเกิดจากอะไร ซึ่งการรับบริการโปรแกรม Skin & Hair Assessment มีประโยชน์หลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยให้รู้ต้นตอของปัญหา
  • ลดการรักษาที่ไม่จำเป็น
  • วางแผนการรักษาได้แม่นยำ
  • ช่วยให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลได้เหมาะสม

ใครบ้าง? ที่เหมาะกับโปรแกรมวิเคราะห์ผิวหน้าและเส้นผม Skin & Hair Assessment

โปรแกรมวิเคราะห์ผิวหน้าและผม Skin & Hair Assessment เหมาะกับใคร
โปรแกรมวิเคราะห์ผิวหน้าและผม Skin & Hair Assessment เหมาะกับใคร
  • คนที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • คนที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ
  • คนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย
  • คนที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด
  • คนที่ผมร่วง ผมบาง
  • คนที่อยากดูแลผิวแบบ Preventive Aging
  • คนที่อยากวางแผนการดูแลฟื้นฟูผิวหน้าในระยะยาว

รวมถึงคนที่ยังไม่มีปัญหามาก แต่ต้องการเข้าใจสภาพผิวและเส้นผมของตัวเอง เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

Skin & Hair Assessment ก้าวใหม่ของการดูแลผิวหน้าและเส้นผม

ปัจจุบันเทรนด์ความงามไม่ได้เน้นเพียงการรักษาเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่เป็นการดูแลเชิงป้องกัน และออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากที่สุด โปรแกรม Skin & Hair Assessment จึงไม่ใช่แค่การ “ตรวจผิว” หรือ “สแกนผม” แบบทั่วไป แต่เป็นการวิเคราะห์ปัญหาและประเมินเชิงลึก พร้อมการให้คะแนนวัดระดับ ที่ช่วยให้แพทย์เข้าใจปัญหาในทุกมิติ ทั้งผิว เส้นผม โครงสร้างใบหน้า และแนวโน้มของปัญหาในอนาคต

เพราะเมื่อเข้าใจผิวและเส้นผมของตัวเองอย่างแท้จริง การรักษาก็จะมีความแม่นยำ เห็นผล และตอบโจทย์ระยะยาวมากยิ่งขึ้น

หากคนไข้กำลังมองหาการดูแลผิวและเส้นผมแบบเฉพาะบุคคล โปรแกรม Skin & Hair Assessment ที่ Blossom Clinic by BLS อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลตัวเองอย่างตรงจุด หากใครสนใจ สามารถวิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าและเส้นผม กับแพทย์ผิวหนังได้โดยตรง ที่ Blossom Clinic by BLS (คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน สำหรับคนไข้ที่อยู่กรุงเทพ ย่านบรรทัดทอง นครปฐม หรือศาลายา)

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Blossom Clinic by BLS Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (คลินิกรักษาสิว นครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

BLS & Blossom ยกระดับความงามสู่ความมั่นใจ ผ่านงาน Soft Opening ผสานการดูแลผิว ศัลยกรรมย้อนวัย เสริมหน้าอก และปลูกผมแบบครอบคลุม

BLS & Blossom ยกระดับความงามสู่ความมั่นใจ ผ่านงาน Soft Opening ผสานการดูแลผิว ศัลยกรรมย้อนวัย เสริมหน้าอก และปลูกผมแบบครอบคลุม
BLS & Blossom ยกระดับความงามสู่ความมั่นใจ ผ่านงาน Soft Opening ผสานการดูแลผิว ศัลยกรรมย้อนวัย เสริมหน้าอก และปลูกผมแบบครอบคลุม

BLS & Blossom เชื่อว่าความงาม คือ การได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่เป็นความรู้สึกมั่นใจจากภายในที่สะท้อนออกมาแบบเป็นธรรมชาติ ในงาน Soft Opening Event ครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโตสู่การเป็น BLS Group ศูนย์ศัลยกรรมและเวชศาสตร์ความงามแบบครอบคลุม ที่รวมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าย้อนวัย ปลูกผม เสริมหน้าอกส่องกล้อง และการดูแลผิวในระดับการแพทย์  โดดเด่นด้วยการผสานเทคนิคเฉพาะทางของแพทย์ผู้ชำนาญเข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำ พร้อมการออกแบบผลลัพธ์เฉพาะบุคคล และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เพื่อมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืน

งานนี้ จัดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ โครงการ Stadium One ชั้น 1 ซึ่งอยู่ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ (National Stadium Station) ใจกลางกรุงเทพ โดยได้รับเกียรติจากคนไข้คนสำคัญ แขกผู้มีเกียรติ ดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเข้าร่วมงานกันในบรรยากาศอบอุ่น อาทิ  คุณดา-อินคา คุณจิ๋ม-ชลมารค คุณแป๋ว-พัทรวี คุณเตชินท์-จิรัฐชัย คุณแอน-กนกพร คุณบี-กมลาสน์ คุณเล็ก-รัชนี คุณแป้ง-สุอารี คุณบิว-ศุภสุตา คุณภูริศ-ณัฎฐชานนทน์ คุณณต-Getsunova คุณเต็ป-กีรติ คุณกัน-ปวินท์ คุณแนนนี่-Girly Berry คุณหลิน-หยวน คุณจูเนียร์-กมลชนก คุณเอิร์ก-ณัฐชลี คุณอาร์ม-ฉัตรพนธ์ คุณบอย-ธนบัตร คุณเฟิร์ส-กวิณ คุณเนี้ยบ-ฐฤณณรัตน์ คุณมะปราง-พิมพ์รตา คุณยีน-อรณัน คุณซิม-ศักยภาพ บ่งบอกถึงความไว้วางใจที่เหล่าคนไข้มีต่อ BLS Group อย่างต่อเนื่อง

ยกระดับ BLS Group สู่มาตรฐานใหม่ ในการดูแลความงามแบบครอบคลุม

1 ในไฮไลต์ของการเปิดตัวครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นการผสานพลังของ 3 ศูนย์ความงาม ได้แก่ BLS Surgery Center BLS Hair Center และ Blossom Clinic ให้เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียว ภายในพื้นที่เดียวกัน ครอบคลุมทั้งชั้น 1 และชั้น 5 ของโครงการสเตเดียมวัย

พื้นที่ชั้น 1 ได้ทำการ Renovate ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ รองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับการออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านการให้คำปรึกษา การบริการทางการแพทย์ และประสบการณ์ของผู้เข้ารับบริการ นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ BLS Group เข้าสู่การเป็น Medical Destination สำหรับผู้ที่มองหามาตรฐานการดูแลระดับสูง

Blossom Clinic by BLS ศูนย์ดูแลผิวที่มีความชำนาญด้านการดูแลผิวมาอย่างยาวนาน

แพทย์ Blossom Clinic by BLS คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน
แพทย์ Blossom Clinic by BLS คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน

ดูแลสุขภาพผิวในทุกมิติ ครอบคลุมทุกชั้นผิว (All Skin Layers) ผ่านแนวคิด Customized Technique การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ไม่เพียงแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด แต่เป็นการวางแผนดูแลผิวในระยะยาว พร้อมหัตถการและเครื่องมือที่เหมาะสมกับแต่ละเคส ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผิวหน้า หรือการดูแลเส้นผม และหนังศีรษะ

อีกหนึ่งบริการที่โดดเด่นของเรา คือ โปรแกรมการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะอย่างครอบคลุม เพื่อแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ดูแลโดยทีมงานและแพทย์ประจำ Blossom Clinic ด้วยความใส่ใจและความเป็นกันเองในทุกขั้นตอน ให้ทุกครั้งที่เข้ามารับบริการ คนไข้จะรู้สึกอุ่นใจเสมอ

โปรแกรมยอดนิยม ได้แก่

  • โปรแกรมยกกระชับผิวหน้าที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ได้แก่ Program Ulthera Prime Program Oligio X และ Program Ultraformer III
  • โปรแกรม Pico Laser เลเซอร์ฝ้า กระ จุดด่างดำ 
  • โปรแกรมรักษาสิว Customized Skin Treatment
  • โปรแกรม Anti-Hair Loss รักษาผมร่วง ผมบาง ดูแลเส้นผมแบบระยะยาว 
  • โปรแกรม Skin & Hair Assessment วิเคราะห์คุณภาพในทุกระดับชั้นผิวและเส้นผม พร้อมการออกแบบการดูแลรักษาอย่างตรงจุด

BLS Surgery Center ผู้นำด้านศัลยกรรมย้อนวัยรางวัลระดับเอเชีย

ภายใต้การนำของ 

  • หมอเอิร์ธ BLS นพ.ศุภกร ตั้งจิรคภัณฑ์ (SUPHAKORN TANGCHIRAKHAPHAN, M.D.) ว.48272 ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgeon) ผู้ชำนาญด้านการผ่าตัดศัลยกรรมย้อนวัย Face lift ดึงหน้าดึงคอ (Facelift & Necklift) ส่องกล้องยกคิ้ว (Endo-Brow Lift) ส่องกล้องดึงหน้า (Endo-Facelift)
  • หมอวิ พญ.วิภาพรรณ วัสสนธิ์ (VIPAPHAN WATSON, M.D.) ว.55914
  • หมอต้า นพ.เตชิณ วศินสังวร (TECHIN WASINSANGWORN, M.D.) ว.54362 ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง BLS ที่มุ่งเน้นการทำหัตถการด้วยผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ดูอ่อนเยาว์และยาวนาน พร้อมเทคนิคซ่อนแผลอย่างเรียบเนียน

ตอกย้ำด้วยรางวัลในระดับสากล ได้แก่ รางวัลด้านศัลยกรรมดึงหน้าระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Facelifting Clinic of The Year 2025 จากประเทศสิงคโปร์ และรางวัล The Best of Facelift & Endoscopic Brow Lift จาก Dailynews ถึง 2 ปีซ้อน บ่งบอกถึงความไว้วางใจ และการยอมรับจากคนไข้ ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมบริการทางการแพทย์ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ด้วยห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ที่ทันสมัย มาตรฐานระดับโรงพยาบาล เพื่อผลลัพธ์ธรรมชาติ (Natural Result) ให้คนไข้ได้เป็นคนเดิมในเวอร์ชันที่อ่อนเยาว์ สดใสและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

แพทย์ BLS Surgery Center
แพทย์ BLS Surgery Center

BLS Breast Surgery Center ศูนย์ศัลยกรรมหน้าอกเฉพาะทาง

ภายใต้การดูแลของหมอเอิร์ธและหมอต้า ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ธรรมชาติ (Natural Curve) ความโค้งเว้าที่พอดีกับสรีระของแต่ละบุคคล ดูเป็นธรรมชาติ เน้นความสวยที่เหมาะสมกับรูปร่างและเสริมความมั่นใจ ด้วยเทคนิคส่องกล้องเสริมหน้าอก แผลเล็ก พักฟื้นไว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่คนไข้ต้องการ

BLS Hair Center ศูนย์ปลูกผมและดูแลปัญหาเส้นผม หนังศีรษะ

แพทย์ BLS Hair Center
แพทย์ BLS Hair Center

ภายใต้การดูแลของแพทย์ปลูกผมเฉพาะทาง ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล ABHRS และ ISHRS นำโดย

  • หมอบี พญ. กุลวิภาภัสร์ จาตุรพิศานุกูล (KULWIPAPAT JATURAPISANUKUL, MD.) ว.51092 (หมอบี ปลูกผม) แพทย์ปลูกผมอเมริกันบอร์ด (ABHRS) 
  • หมอฝน พญ.รมิดา เกษมสมพร (RAMIDA KASEMSOMPORN, M.D.) ว.48235 แพทย์ปลูกผมอเมริกันบอร์ด (ABHRS) 
  • หมอพิ้งค์ พญ.พรรณวดี ตันติพลับทอง (PANVADEE TANTIPLUBTHONG, M.D.) ว.57489 
  • หมอเบส พญ.วาทินี อมรเพชรกุล (WATINEE AMORNPETKUL, M.D.) ว.51366 แพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมและปลูกผม รับรองจากสมาคมศัลยแพทย์ปลูกผม นานาชาติ (ISHRS)

มุ่งมั่นให้ผลลัพธ์หลังการปลูกผม ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย ผ่านการประเมินปัญหาอย่างตรงจุด วิเคราะห์เส้นผมและหนังศีรษะ วางแผนการออกแบบแนวไรผมแบบรายบุคคล ด้วยเทคนิคเฉพาะ BLS Hairline ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอนเฉพาะบุคคลแบบ 1:1 ภายใต้มาตรฐานห้องผ่าตัดระดับโรงพยาบาล และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไข้มั่นใจในทุกขั้นตอนของการดูแล วางใจในผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และได้ผลดีในระยะยาว ทำให้มีคนไข้เป็นจำนวนมากที่เคยปลูกผม ไม่ว่าจะเป็นปลูกผมผู้ชาย เทคนิค FUE ปลูกผมผู้หญิง ทั้งปลูกผมยาวและปลูกผมแบบไม่โกน ปลูกผมปรับกรอบหน้า รวมถึงดูแลปัญหาเส้นผมด้วยเทคนิคอื่นๆ ที่ BLS Hair Center (Hair Transplant Thailand Bangkok) ต่างแนะนำบอกต่อถึงผลลัพธ์ที่ดี แม้แต่คุณกระแต ศุภักษร เรืองสมบูรณ์ นักแสดงชื่อดัง ก็เป็นอีกท่านที่มารับบริการปลูกผมถาวรที่นี่เช่นกัน

Beyond Beauty ประสบการณ์ที่มากกว่าการรักษา

BLS & Blossom ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีแก่คนไข้ในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การบริการ ไปจนถึงระบบบริการหลังการผ่าตัด (BLS After Care Services) ที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นบริการสระผม ทำแผล และตัดไหม โปรแกรมฉายแสงลดบวม โปรแกรม Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) การให้ออกซิเจนความดันสูง ช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลและฟื้นฟูผิว ทำให้แผลสมานตัวและเข้าที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

*โปรแกรม Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) เป็นบริการเสริมที่จัดขึ้นเพิ่มเติมจากโปรแกรมหลัก เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของคนไข้หลังทำหัตถการ หากสนใจเข้ารับบริการ คนไข้สามารถเลือกซื้อบริการนี้เพิ่มเติมได้

ดูแลร่วมกับโรงพยาบาลวิมุต (Vimut)

BLS & Blossom มีแนวทางพิเศษเป็นตัวเลือกสำหรับคนไข้ที่ต้องการความสบายใจขั้นสุด โดยคนไข้สามารถเลือกผ่าตัดในโรงพยาบาลชั้นนำ และพักฟื้นในโรงพยาบาลได้ตามต้องการ ทำให้คืนแรกหลังผ่าตัดเป็นไปอย่างผ่อนคลายและปลอดภัยทุกขั้นตอน

นิยามใหม่ของความงาม Be Your Best Version

สำหรับ BLS & Blossom ความงามไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่เป็นการสร้างความมั่นใจจากภายใน 

“เรามุ่งมั่นดูแลคนไข้ทุกคนด้วยมาตรฐานทางการแพทย์และความจริงใจ เพื่อให้ทุกคนได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด”

ก้าวต่อไปของ BLS & Blossom มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้านศัลยกรรมย้อนวัย ยกกระชับใบหน้าย้อนวัย ด้วยการผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ  ปลูกผม ศัลยกรรมหน้าอก และการดูแลผิวในระดับภูมิภาคเอเชีย พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลคนไข้ไทย และรองรับกลุ่มคนไข้จากทั่วโลก

ขอขอบคุณสื่อต่างๆ ที่นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับศูนย์ศัลยกรรมของเรามา ณ โอกาสนี้

เข้ารับคำปรึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ถึง 3 สาขา

Blossom Clinic by BLS Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (คลินิกรักษาสิว นครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

รวมโปรแกรมยกกระชับหน้า ที่มาแรงในปี 2026 Oligio X vs Ultraformer III vs Ulthera Prime

รวมโปรแกรมยกกระชับหน้า ที่มาแรงในปี 2026Oligio X vs Ultraformer III vs Ulthera Prime
รวมโปรแกรมยกกระชับหน้า ที่มาแรงในปี 2026Oligio X vs Ultraformer III vs Ulthera Prime

ในปี 2026 โปรแกรมยกกระชับหน้า ยังคงเป็นหนึ่งในหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ซึ่งต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที บทความนี้ Blossom Clinic by BLS ขอพาทุกคนมาทำความเข้าใจและเปรียบเทียบเครื่องยกกระชับหน้า 3 โปรแกรมตัวท็อป ที่มาแรงในปี 2026 ได้แก่ Ulthera Prime  OligioX และ Ultraformer III เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ควรยกกระชับหน้าที่ไหนดี? และแต่ละโปรแกรมเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?

โปรแกรมยกกระชับหน้า ปี 2026 เทรนด์ความงามแบบไม่ผ่าตัด

เทรนด์ความงามในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคำว่าดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ยาวนาน มากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจนเกินไป ทำให้โปรแกรมยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัดกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด แก้มตก หรือมีริ้วรอยเล็กๆ

โปรแกรมยกกระชับหน้าในปี 2026 ไม่ได้เน้นเพียงแค่การยกหน้าให้ตึง แต่ยังมุ่งเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวลึก เพื่อให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้ด้วยเครื่องยกกระชับหน้า ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

เครื่องยกกระชับหน้า มีกี่แบบ และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า เครื่องยกกระชับหน้า มีกี่แบบ? และทำไมผลลัพธ์ของแต่ละเครื่องจึงแตกต่างกัน? โดยหลักๆ เครื่องยกกระชับหน้าที่นิยมในปัจจุบันจะใช้เทคโนโลยีดังนี้

เครดิตรูปภาพ ultherapy.com
เครดิตรูปภาพ ultherapy.com
  • เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio-Frequency)
    เทคโนโลยี RF จะทำงานโดยปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ในช่วงความถี่ 0.3-0.5 MHz ลงสู่ผิวหนัง ให้ความร้อนแผ่กระจายลงสู่ชั้นผิว ด้วยอุณหภูมิ 40-50 องศาเซลเซียส ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวยกกระชับ แก้ปัญหาสภาพผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็กๆ รอยย่น รอยแตกลาย และกล้ามเนื้อที่หย่อนยาน ใช้ยกกระชับใบหน้า ลดเหนียง กระชับให้กรอบหน้าชัดยิ่งขึ้น โปรแกรมที่ใช้พลังงาน RF เด่นๆ อย่างโปรแกรม Oligio X ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวหน้ากระชับ ลดริ้วรอย และสลายไขมันส่วนเกินโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • เทคโนโลยีโฟกัสอัลตราซาวด์ Hifu (High-Intensity Focused Ultrasound)
    เทคโนโลยี Hifu จะทำงานโดยส่งผ่านคลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจงลงในผิวชั้นลึก หรือเนื้อเยื่อผิวชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งพลังงานจุดเล็กๆ ที่ลงไปยังชั้นผิวจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ส่งผลให้คอลลาเจนในที่อยู่บริเวณนั้นหดตัวลง ช่วยให้ผิวกระชับหลังทำทันที พร้อมกระตุ้นร่างกายให้สร้างคอลลาเจนใหม่ที่แข็งแรง ส่งผลให้ผิวยกกระชับอย่างได้ผล โปรแกรมที่ใช้พลังงาน HIfu เด่นๆ อย่างโปรแกรม Ulthera Prime และโปรแกรม Ultraformer III ที่ช่วยลดความหย่อนคล้อยของใบหน้าได้อย่างตรงจุด ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอโดยไม่ต้องผ่าตัด

เปรียบเทียบ 3 โปรแกรมยกกระชับหน้าตัวท็อป ปี 2026

โปรแกรมยกกระชับหน้าที่ได้รับความนิยมในคลินิกเสริมความงามในกรุงเทพ
โปรแกรมยกกระชับหน้าที่ได้รับความนิยมในคลินิกเสริมความงามในกรุงเทพ
  • โปรแกรม Ulthera Prime คืออะไร?
    โปรแกรม Ulthera Prime เป็นเวอร์ชันพัฒนาล่าสุดของ Ulthera ที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ (High Intensity Focus Ultrasound) ส่งพลังงานลงลึกสู่ใต้ชั้นผิว ทั้งชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันและชั้น SMAS พร้อมระบบมองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์สามารถยิงพลังงานได้ตรงจุดมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่แม่นยำและปลอดภัยสูง
Ulthera Prime เหมาะกับใคร มีประโยชน์อะไรบ้างสำหรับผิวหน้า
Ulthera Prime เหมาะกับใคร มีประโยชน์อะไรบ้างสำหรับผิวหน้า

จุดเด่นของ Ulthera Prime

  • ควบคุมความลึกของพลังงานได้อย่างแม่นยำ
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน
  • เป็นมาตรฐาน Gold Standard ของการยกกระชับหน้า Ulthera
  • ยกกระชับโครงสร้างใบหน้าในชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว
  • ยกหน้า กรอบหน้าชัด กระชับผิวที่หย่อนคล้อย ลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่เฟิร์ม ในระยะปานกลาง-มาก
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • โปรแกรม OligioX หรือ Oligio คืออะไร?
    โปรแกรม OligioX เป็นโปรแกรมยกกระชับหน้าและลำคอ แก้ปัญหาผิวในชั้นหนังแท้ ไขมันชั้นตื้นและลึก เน้นการลดสลายไขมัน ลดแก้ม ลดเหนียง ลดริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ควบคู่ไปกับการยกกระชับในทุกชั้นผิว ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น เรียบเนียน และเฟิร์มขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก และต้องการผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ
รีวิวเทคโนโลยียกกระชับใบหน้ายอดนิยม
รีวิวเทคโนโลยียกกระชับใบหน้ายอดนิยม

จุดเด่นของ OligioX

  • พลังงานสูงสุดถึง 400W (Monopolar RF 400W) ให้ประสิทธิภาพของการยกกระชับระดับเดียวกับ Thermage
  • ยกกระชับได้ทุกชั้นผิว ทั้งชั้นหนังแท้ ไขมันชั้นตื้นและลึก
  • ยิงได้ทั่วหน้า แม้แต่ในจุดที่บอบบาง หรือบริเวณพื้นที่เล็กๆ
  • ลดสลายไขมัน ลดแก้ม ลดเหนียง
  • กระตุ้นคอลลาเจนผิวได้ดี
  • ช่วยให้ผิวดูแน่นเฟิร์ม
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มเยอะ มีเหนียง
  • คนไข้จะรู้สึกสบายผิวขณะทำ
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 8-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • โปรแกรม Ultraformer III คืออะไร?
    โปรแกรม Ultraformer III เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับการยกกระชับหน้า Ultraformer ด้วยการปล่อยพลังงานแบบ High Intensity Focus Ultrasound ส่งพลังงานลงลึกสู่ใต้ชั้นผิว ทั้งชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันและชั้น SMAS สามารถฟื้นฟูคอลลาเจนได้ทุกระดับชั้นผิว เหมาะกับการสลายไขมันใต้ชั้นผิว ยกกรอบหน้า ลดแก้ม และเก็บเหนียง ปรับหน้าเรียว โดยไม่ต้องผ่าตัด
ประโยชน์ของการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัดมีอะไรบ้าง
ประโยชน์ของการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัดมีอะไรบ้าง

จุดเด่นของ Ultraformer III

  • ยกกระชับหน้าได้เหนือกว่า HIFU ทั่วไปถึง 5 เท่า
  • ลงลึกถึงชั้นผิว SMAS ชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
  • ลดความหย่อนคล้อยอย่างได้ผล
  • ลดไขมันสะสม สลายไขมันส่วนเกิน
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ผิวหน้าเด้ง ดูเด็กลง
  • เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย คนที่ต้องการยกกระชับหน้า ปรับหน้าเรียว แบบไม่ผ่าตัด
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 8-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ผลลัพธ์หลังยกกระชับหน้า และราคาโดยรวมที่ควรรู้

หลังการยกกระชับหน้า ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ช่วงแรก และจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1-3 เดือน เนื่องจากเป็นระยะที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนในด้านราคา หลายคนมักค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับหน้า Ulthera ราคาเท่าไหร่? หรือราคาโปรแกรมอื่นๆ ซึ่งโดยทั่วไปราคาของโปรแกรมยกกระชับหน้าจะขึ้นอยู่กับ

  • ชนิดของเครื่องที่ใช้
  • จำนวนไลน์หรือพลังงานที่ใช้
  • ปัญหาผิวและพื้นที่ที่ทำการรักษา

โปรแกรม Ulthera Prime มักมีราคาสูงกว่า โปรแกรม Ultraformer III และโปรแกรม Oligio X เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำสูง แต่ทั้งนี้การเลือกโปรแกรมไม่ควรดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมกับผิวเป็นหลัก

ยกกระชับหน้าที่ไหนดี? เลือกโปรแกรมให้เหมาะกับผิวของเรา

คำถามที่พบบ่อยจากคนไข้อายุ 30++ คือ ควรเลือกโปรแกรมยกกระชับแบบไหนดี? และควรยกกระชับหน้าที่ไหนดี? อาจไม่มีคำตอบตายตัว เพราะไม่มีโปรแกรมใดดีที่สุดสำหรับทุกเคส เนื่องจากสภาพผิว ปัญหา และความคาดหวังของแต่ละคนแตกต่างกัน

  • หากแก้มไม่กระชับ แก้มเยอะ แก้มห้อย มีร่องแก้ม มีเหนียง และอยากฟื้นฟูยกกระชับหน้าให้ดูย้อนวัย อาจลองพิจารณาการรับบริการโปรแกรม OligioX
  • หากต้องการยกกรอบหน้า ลดแก้ม และเห็นผลเรื่องความกระชับชัดเจน อาจลองพิจารณาการรับบริการโปรแกรม Ultraformer III
  • หากมีความหย่อนคล้อยชัดเจน และต้องการความแม่นยำสูง อาจลองพิจารณาการรับบริการโปรแกรม Ulthera Prime

Blossom Clinic by BLS เราให้ความสำคัญกับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกเคส เพื่อเลือกโปรแกรมยกกระชับหน้าที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละบุคคล ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย ดูเป็นธรรมชาติ และคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว

การยกกระชับหน้าในปี 2026 ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับผิวและทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านการดูแลผิว หากคนไข้กำลังมองหา โปรแกรมยกกระชับหน้า ไม่ผ่าตัด ที่ตอบโจทย์ทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย Blossom Clinic by BLS พร้อมดูแลในทุกขั้นตอนอย่างใส่ใจ สามารถประเมินปัญหาผิวกับแพทย์ผิวหนังได้โดยตรง ที่ Blossom Clinic by BLS (คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน สำหรับคนไข้ที่อยู่กรุงเทพ ย่านบรรทัดทอง นครปฐม หรือศาลายา)

ยกกระชับหน้าที่คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน Blossom Clinic by BLS
ยกกระชับหน้าที่คลินิกเสริมความงามใกล้ฉัน Blossom Clinic by BLS

รีวิวโปรแกรมยกกระชับหน้าจากลูกค้าที่เคยใช้บริการ

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

Blossom Clinic by BLS Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (คลินิกรักษาสิว นครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Oligio X เหมาะกับใคร? ต่างจาก Oligio รุ่นเก่าอย่างไร?

Oligio X เหมาะกับใคร? ต่างจาก Oligio รุ่นเก่าอย่างไร?
Oligio X เหมาะกับใคร? ต่างจาก Oligio รุ่นเก่าอย่างไร?

ใครที่กำลังรู้สึกกังวลกับปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย แก้มเยอะ เหนียงใต้คาง หรือ กรอบหน้าไม่ชัด อาจเคยได้ยินชื่อเทคโนโลยียกกระชับผิวอย่างโปรแกรม Oligio X มาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าโปรแกรม Oligio X เหมาะกับใคร? และต่างจากโปรแกรม Oligio รุ่นเก่าอย่างไร? Blossom Clinic by BLS ขอพามาแนะนำแบบเจาะลึกเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio X เพื่อให้เข้าใจชัดว่าโปรแกรม Oligio X เหมาะกับใคร? เหมาะกับแก้ปัญหาผิวแบบไหน? และแตกต่างจากโปรแกรม Oligio รุ่นเดิมอย่างไร? หากใครอยากรับบริการโปรแกรม Oligio X แต่ยังลังเล หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คนไข้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น รู้สึกมั่นใจขึ้น และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากที่สุด

โปรแกรม Oligio X คืออะไร? มีจุดเด่นอย่างไร?

โปรแกรม Oligio X คืออะไรและใช้งานอย่างไร
โปรแกรม Oligio X คืออะไรและใช้งานอย่างไร

โปรแกรม Oligio X เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้า สลายไขมันส่วนเกิน ด้วยคลื่น Monopolar Radiofrequency (RF) รุ่นใหม่ ที่พัฒนาต่อยอดจาก Oligio รุ่นเดิม โดยออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ผิวหน้าและผิวคอหย่อน ไม่กระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลักการทำงานของโปรแกรม Oligio X เป็นการปล่อยพลังงานคลื่น RF ลงสู่ชั้นผิวในระดับลึกอย่างสม่ำเสมอ พลังงานความร้อนจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวแน่นขึ้น ยกกระชับขึ้น กรอบหน้า และลำคอดูยกกระชับมากขึ้น

จุดเด่นของโปรแกรม Oligio X คือ การใช้พลังงาน 400W Monopolar RF ช่วยยกกระชับผิวด้วยประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าโปรแกรม Thermage ทำให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนทันทีหลังทำ รวมถึงเทคโนโลยี GXG Dual Mode ช่วยเรื่องการยกกระชับ และเพิ่มคุณภาพผิว พร้อมระบบความเย็น 11 Pulse ลดความร้อนสะสมในผิว ทำให้พลังงานลงลึกได้ดีขึ้น แต่ยังคงความปลอดภัย ลดความรู้สึกเจ็บ และเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อย แก้มเยอะ เหนียงใต้คาง โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น

หน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? ทำไมหลายคนเริ่มกังวลปัญหาแก้มและเหนียง

หลายคนสงสัยว่า หน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? และทำไมจึงมาพร้อมกับปัญหาแก้มเยอะ หรือ เหนียงใต้คาง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว เมื่อผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ไขมันบริเวณแก้มจะเคลื่อนตัวลงด้านล่าง ทำให้หน้าดูหย่อนและไม่กระชับ

แก้มเยอะ เกิดจากอะไร? ทำไมหน้าดูบานและหย่อนคล้อย

ปัญหาแก้มเยอะ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียว แม้ว่ารูปหน้าโดยรวมจะไม่ได้ดูใหญ่ แต่ลักษณะแก้มเยอะ อาจไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ไขมันสะสมบริเวณแก้ม
    ไขมันบริเวณแก้ม โดยเฉพาะไขมันกระพุ้งแก้มด้านใน (Buccal Fat) เป็นไขมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีน้ำหนักเพิ่ม ไขมันส่วนนี้อาจสะสมมากขึ้น ทำให้หน้าดูกลม แก้มป่อง ส่งผลให้กรอบหน้าดูไม่คมชัด
  • ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
    เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง โครงสร้างผิวที่เคยพยุงไขมันไว้จะอ่อนแรงลง ส่งผลให้ไขมันแก้มเคลื่อนตัวลงด้านล่าง ทำให้แก้มดูย้อย และเกิดเป็นร่องแก้ม กระเปาะแก้ม เหนียงใต้คางตามมา
  • โครงสร้างกระดูกและพันธุกรรม
    บางเคสมีลักษณะโครงหน้าแก้มกว้าง หรือมีแนวโน้มแก้มเยอะจากพันธุกรรม แม้น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น แต่ใบหน้าก็จะยังดูเอิบอิ่มหรือกลม
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต
    เช่น นอนดึก เครียด ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารเค็มจัด หรือหวานจัด ส่งผลให้เกิดการบวมน้ำและการสะสมไขมันบริเวณใบหน้า ทำให้แก้มดูใหญ่ขึ้นชั่วคราวหรือเรื้อรัง

แก้มเยอะทําไงดี? สาเหตุเกิดจากอะไร?

ก่อนตัดสินใจ ลดแก้ม ควรแยกสาเหตุให้ชัดเจน เพราะแนวทางการแก้ไขจะแตกต่างกัน

  • ถ้าแก้มเยอะจาก ไขมันสะสม – ต้องลดไขมันร่วมกับยกกระชับผิว
  • ถ้าแก้มเยอะจาก ผิวหย่อนคล้อย – ควรเน้นการยกกระชับเป็นหลัก
  • ถ้าแก้มเยอะจาก บวมน้ำหรือพฤติกรรม – การปรับพฤติกรรมอาจช่วยได้บางส่วน
โปรแกรม Oligio X ช่วยอะไร เห็นผลกี่วัน
โปรแกรม Oligio X ช่วยอะไร เห็นผลกี่วัน

ลดแก้ม ลดเหนียง แบบไม่ผ่าตัดได้ไหม?

ปัจจุบันสามารถลดแก้ม ลดเหนียงใต้คาง ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ด้วยโปรแกรมยกกระชับต่างๆ แต่ควรเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับปัญหาและสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผิว อย่างโปรแกรม Oligio X ช่วยแก้ปัญหาแก้มเยอะและเหนียงใต้คางในกรณีที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงได้อย่างตรงจุด โดยพลังงาน RF จะช่วยในเรื่อง

  • กระตุ้นคอลลาเจน
  • ยกผิวที่หย่อนคล้อยให้แน่นกระชับขึ้น
  • กรอบหน้าชัดขึ้น ดูหน้าเล็กและหน้าเด็กลง
  • แก้มเล็กลง เหนียงน้อยลง จากการยกโครงสร้างผิวและสลายไขมัน
  • ลดแก้ม ลดเหนียง โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  • ผลลัพธ์ที่ได้ ดูเป็นธรรมชาติ

โปรแกรม Oligio X vs Oligio ต่างกันยังไง?

 โปรแกรม Oligio X มีคุณสมบัติพิเศษอะไรที่ Oligio ไม่มี
โปรแกรม Oligio X มีคุณสมบัติพิเศษอะไรที่ Oligio ไม่มี

โปรแกรม Oligio มีระบบ Single Mode เพียง 1 โหมด สามารถปล่อยความร้อนลงสู่ชั้นผิวได้เพียงระดับเดียว ในขณะที่โปรแกรม Oligio X ใช้เทคโนโลยี GXG Dual-Mode สามารถปรับพลังงานในระดับผิวตื้น-ลึก ตามปัญหาผิวของคนไข้ โดย G Mode ปล่อยความร้อนลงสู่ผิวชั้นตื้น และ X Mode ปล่อยความร้อนลงลึกถึงชั้นไขมัน จึงสามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุมกว่า ทั้งเรื่องการลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย และสลายไขมันสะสมใต้ผิว ลดแก้ม ลดเหนียงใต้คาง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 8-12 เดือน

โปรแกรม Oligio ใช้การลดความร้อนจากพลังงาน ด้วยระบบปล่อยความเย็นแบบเก่า ทำให้คนไข้จะยังรู้สึกอุ่นหรือร้อนเล็กน้อยบริเวณผิวที่รับบริการ ในขณะที่โปรแกรม Oligio X สามารถส่งพลังงานได้เต็มที่ ภายใต้การทำงานของระบบทำความเย็น 11 Pulses ใหม่ล่าสุด ที่เย็นกว่าเดิม 2.25 เท่า ช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายผิวขณะรับบริการ

โปรแกรม Oligio X เหมาะกับใครบ้าง?

 โปรแกรม Oligio X เหมาะกับใครบ้างและมีข้อควรระวังอะไร
โปรแกรม Oligio X เหมาะกับใครบ้างและมีข้อควรระวังอะไร
  • คนที่มีปัญหาหน้าและลำคอหย่อนคล้อย ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
  • คนที่มีลักษณะแก้มเยอะ มีเหนียงใต้คาง จากผิวหย่อนและไขมันสะสม
  • คนที่มีลักษณะรูขุมขนกว้าง ริ้วรอยร่องลึก อยากหน้าเนียนขึ้น
  • คนที่มีผิวรอบดวงตาไม่กระชับ มีถุงใต้ตา
  • คนที่ต้องการลดแก้ม ลดเหนียง โดยไม่ผ่าตัด
  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียว กระชับขึ้นแบบดูเป็นธรรมชาติ

ข้อควรระวัง

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือมีอุปกรณ์โลหะฝังในร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ควรทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านผิวหนัง เพื่อประเมินพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิว

การเลือกโปรแกรม Oligio X หรือ Oligio รุ่นเดิม ควรพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อยและความคาดหวังผลลัพธ์เป็นหลัก

โปรแกรม Oligio X เห็นผลกี่วัน? อยู่ได้นานแค่ไหน?

โปรแกรม Oligio X ใช้กี่ครั้งถึงเห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน
โปรแกรม Oligio X ใช้กี่ครั้งถึงเห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาผลลัพธ์

  • ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
  • ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ

โปรแกรม Oligio X กี่ครั้งถึงเห็นผล?

  • ส่วนใหญ่รับบริการโปรแกรม Oligio X  1 ครั้ง ก็สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ 
  • ในกรณีที่มีหน้าหย่อนคล้อย มีเหนียงหรือแก้มเยอะ แพทย์อาจแนะนำทำต่อเนื่องทุก 6 เดือน เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ทำโปรแกรม Oligio X อย่างไร? ได้ผลดีที่สุด

  • ควรรับบริการทำหัตถการโดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านผิว มีการประเมินปัญหา วิเคราะห์สภาพผิว และออกแบบผลลัพธ์ก่อนทำอย่างละเอียด
  • ปรับพลังงานให้เหมาะกับบริเวณผิวที่รับบริการอย่างแม่นยำ สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยไม่เกิดผลข้างเคียง
  • ดูแลผิวหลังทำตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เช่น การทาครีมบำรุง ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ ทาครีมกันแดด SPF 30 PA+++ ขึ้นไป เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ผิวเสื่อมเร็ว เช่น หลังทำควรหลีกเลี่ยงแดดจัด เลี่ยงความร้อน งดซาวน่า อบไอน้ำ งดทรีตเมนต์อื่นๆ และเลเซอร์ร้อน เป็นต้น

ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำโปรแกรม Oligio X ร่วมกับหัตถการอื่นๆ เช่น โปรแกรม Ultraformer III โปรแกรม Ulthera Prime โปรแกรม Botox โปรแกรม Filler โปรแกรม Pico Laser โปรแกรม Glass & Grow หรือโปรแกรมทรีตเมนต์ และโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ เพื่อเสริมผลลัพธ์ด้านการยกกระชับ ปรับรูปหน้า และเพิ่มคุณภาพผิวให้เต่งตึงกระชับและกระจ่างใสได้ดียิ่งขึ้น

Reviews โปรแกรม Oligio X ที่ Blossom Clinic by BLS

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

หากใครมีปัญหาผิวหน้าหย่อน แก้มเยอะ เหนียงเยอะ อยากยกกระชับผิวหน้า สลายไขมันแก้ม เหนียง สนใจรับบริการโปรแกรม Oligio X สามารถนัดคิวประเมินปัญหากับแพทย์ผิวหนังโดยตรง ที่ Blossom Clinic by BLS ได้ทั้ง 3 สาขา ทั้งสาขาสเตเดียมวัน ย่านบรรทัดทอง ใกล้สยาม สาขานครปฐม หรือสาขาศาลายา ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่นได้เลย

Blossom Clinic by BLS Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (คลินิกรักษาสิว นครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

คลินิกสิวใกล้ฉัน ที่ไหนดี? ทำไม Blossom Clinic by BLS ถึงเป็นตัวเลือกของคนในนครปฐม

คลินิกสิว ใกล้ฉัน ที่ไหนดี? ทำไม Blossom Clinic by BLS ถึงเป็นตัวเลือกของคนในนครปฐม
คลินิกสิว ใกล้ฉัน ที่ไหนดี? ทำไม Blossom Clinic by BLS ถึงเป็นตัวเลือกของคนในนครปฐม

สิว เป็นปัญหาผิวหน้าที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือแม้แต่วัยผู้ใหญ่ สิวไม่ได้ส่งผลแค่กับผิวหน้า แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิต หลายคนพยายามรักษาสิวด้วยตัวเอง แต่ไม่ดีขึ้น ในบางเคสกลับแย่ลง หลายคนจึงเริ่มมองหา “คลินิกสิว ใกล้ฉัน ที่ไหนดี”หรือ “กดสิวใกล้ฉัน ที่ไหนดี”

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเรื่องสิวอย่างถูกต้อง พร้อมให้คำแนะนำแนวทางเลือกคลินิกรักษาสิวที่ได้ผลจริง และเหตุผลที่ทำให้ Blossom Clinic by BLS กลายเป็นหนึ่งในคลินิกรักษาสิว ดูแลผิว ทำเลเซอร์ ที่คนในนครปฐม ศาลายา และกรุงเทพ ไว้วางใจ ใครกำลังมองหา “คลินิกรักษาสิว นครปฐม” ต้องอย่าพลาด

คลินิกสิว ใกล้ฉัน ที่ไหนดี? ทำไม Blossom Clinic by BLS ถึงเป็นตัวเลือกของคนในนครปฐม ศาลายา และกรุงเทพ

เมื่อเป็นสิว สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือการหาข้อมูลว่า คลินิกรักษาสิวที่ไหนดีและปลอดภัยที่สุด เพราะการรักษาสิวไม่ใช่แค่ทำให้สิวยุบ แต่ต้องแก้ที่สาเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำ รีวิวจากผู้ใช้จริงจึงมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ

Blossom Clinic by BLS เป็นคลินิกที่ให้บริการรักษาสิว ดูแลผิว ทำเลเซอร์ และปรับรูปหน้าแบบครอบคลุม โดยเน้นการดูแลภายใต้การประเมินของแพทย์ ไม่ใช่การรักษาแบบเหมารวม ทุกเคสจะได้รับการวิเคราะห์สภาพผิวและปัญหาสิวอย่างละเอียดแบบเคสต่อเคส (Customized Techniques)

อีกหนึ่งจุดเด่น คือ ความสะดวกสบายของผู้รับบริการ ด้วยสาขาที่ครอบคลุมทั้ง นครปฐม ศาลายา และกรุงเทพ ทำให้สามารถเข้ารับการดูแลต่อเนื่องได้ง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนคลินิกบ่อย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลลัพธ์ในระยะยาว

รู้จักปัญหาสิวให้ถูกต้อง ก่อนเข้ารักษาที่ Blossom Clinic by BLS

สิวเป็นปัญหาผิวที่มีหลายรูปแบบ การรู้จักชนิดของสิวจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาได้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงของการอักเสบ รอยสิว และการเกิดสิวซ้ำในอนาคต โดยทั่วไปเราสามารถแบ่งสิวที่พบบ่อยออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่

รีวิวคลินิกสิวใกล้ฉันที่รักษาสิวได้ผลดีที่สุด
รีวิวคลินิกสิวใกล้ฉันที่รักษาสิวได้ผลดีที่สุด

1. สิวไม่อักเสบ หรือ สิวอุดตัน (Comedones)

สิวชนิดนี้เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน โดยมีสาเหตุจากไขมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือสิ่งสกปรกสะสม มักไม่มีอาการเจ็บ ไม่แดง และไม่บวม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • สิวหัวขาว (Whiteheads)
    เป็นตุ่มเล็กๆ หัวปิด สีขาวอยู่ใต้ผิวหนัง มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การสะสมของน้ำมัน หรือการใช้เครื่องสำอางที่อุดตันผิว
  • สิวหัวดำ (Blackheads)
    มีลักษณะคล้ายสิวหัวขาว แต่เป็นหัวเปิด เมื่อไขมันและสิ่งสกปรกสัมผัสกับอากาศจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้หัวสิวมีสีดำ มักพบบริเวณจมูก หน้าผาก และคาง

2. สิวเสี้ยน (Sebaceous Filaments)

สิวเสี้ยนเกิดจากไขมันที่สะสมร่วมกับขนอ่อนในรูขุมขน ทำให้เห็นเป็นตุ่มเล็กๆ คล้ายหนาม พบได้บ่อยบริเวณจมูก คาง และหน้าผาก แม้ไม่ใช่สิวอักเสบ แต่หากดูแลไม่เหมาะสมอาจพัฒนาเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบได้

3. สิวผด (Acne Aestivalis)

สิวผดมีลักษณะเป็นผื่นหรือตุ่มเล็กๆ กระจายตัว มักเกิดในช่วงอากาศร้อน หรือเมื่อผิวสัมผัสกับแสงแดดจัด สาเหตุหลักมาจากความร้อนและรังสี UV ทำให้ผิวระคายเคือง หลายคนอาจสับสนว่าสิวผดคือผื่นแพ้หรือผดร้อน

4. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)

สิวอักเสบเกิดจากการอุดตันร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย มีลักษณะบวมแดง และมักเจ็บเมื่อสัมผัส แบ่งออกเป็นหลายชนิด ได้แก่

  • สิวตุ่มแดง (Papules) เป็นตุ่มนูนสีแดง ไม่มีหัวสิว เกิดจากการอักเสบใต้ผิวหนัง
  • สิวหัวหนอง (Pustules) มีหัวสีขาวหรือเหลือง ด้านล่างบวมแดง ภายในมีหนองจากการอักเสบ
  • สิวไต (Nodules) สิวขนาดใหญ่ ไม่มีหัว จับแล้วรู้สึกเป็นก้อนแข็งใต้ผิวหนัง รักษาค่อนข้างยากและเสี่ยงเกิดแผลเป็น
  • สิวหัวช้าง (Acne Conglobata) เป็นสิวอักเสบรุนแรง เกิดลึกใต้ผิวหนัง มักเจ็บมาก อาจมีหลายหัวรวมกัน จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์
  • สิวซีสต์ (Cystic Acne) เป็นสิวลักษณะถุงใต้ผิวหนัง ภายในมีหนองหรือเลือด เป็นก้อนบวมแดงขนาดใหญ่ เจ็บ และเสี่ยงทิ้งหลุมสิวถาวร

5. สิวจากเชื้อรา หรือ สิวยีสต์ (Malassezia Folliculitis)

สิวชนิดนี้เกิดจากการติดเชื้อราในรูขุมขน มักมีอาการคันร่วมด้วย ลักษณะเป็นตุ่มแดงเล็กๆ พบได้ในผู้ที่มีเหงื่อออกมาก อยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้น หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ การรักษาต้องใช้ยาที่เหมาะสมกับเชื้อราโดยเฉพาะ

6. สิวฮอร์โมน (Hormonal Acne)

สิวฮอร์โมนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เช่น ช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป จนเกิดการอุดตัน สิวชนิดนี้พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย อาจเป็นตั้งแต่สิวอุดตัน ไปจนถึงสิวซีสต์ที่มีอาการเจ็บและรุนแรง มักต้องใช้ยาหรือการรักษาเฉพาะทาง

ดูยังไงว่าเป็นสิวฮอร์โมน และทำไมอยู่ดีๆ สิวถึงเห่อ

PM2.5 ทำให้สิวเห่อ คลินิกสิว ใกล้ฉันที่ไหนดี
PM2.5 ทำให้สิวเห่อ คลินิกสิว ใกล้ฉันที่ไหนดี

คำถามยอดฮิตสำหรับคนอยากเข้าใจเรื่องสิว “ดูยังไงว่าเป็นสิวฮอร์โมนสิวฮอร์โมนมักมีลักษณะเป็นสิวอักเสบลึก ไม่มีหัว ขึ้นซ้ำบริเวณเดิม โดยเฉพาะคาง กรอบหน้า และแนวขากรรไกร มักสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ และ “ทำไมอยู่ดีๆ สิวเห่อ” สาเหตุอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • ความเครียดสะสม
    ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวได้ง่ายขึ้น
  • การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ
    การนอนน้อยทำให้ร่างกายฟื้นฟูผิวได้ไม่เต็มที่ ฮอร์โมนเสียสมดุล ส่งผลให้ผิวอ่อนแอและเกิดสิวได้ง่าย
  • การใช้เครื่องสำอางไม่เหมาะกับผิว
    ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอุดตันหรือระคายเคืองผิว อาจทำให้รูขุมขนอุดตันและกระตุ้นการอักเสบของสิว
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
    ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือเครียด ทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นและเกิดสิวเห่อแบบไม่รู้ตัว
  • การดูแลผิวผิดวิธี
    ล้างหน้าบ่อยเกินไป ขัดผิวแรง หรือใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกัน อาจทำให้ผิวระคายเคืองและสิวเห่อมากขึ้น
  • ฝุ่น PM2.5 กระตุ้นสิว
    ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างฝุ่น PM2.5 สามารถเกาะผิวและอุดตันรูขุมขน กระตุ้นการอักเสบ ทำให้สิวขึ้นง่ายและผิวแพ้ง่ายกว่าปกติ

รักษาสิวที่คลินิก vs ซื้อยารักษาเอง ต่างกันอย่างไร?

คลินิกสิวใกล้ฉันที่มีแพทย์ผิวหนังประสบการณ์สูง
คลินิกสิวใกล้ฉันที่มีแพทย์ผิวหนังประสบการณ์สูง

เมื่อเริ่มเป็นสิว หลายคนมักเลือกรักษาเองก่อน ด้วยการซื้อยาทา ยากิน หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมาใช้ เพราะสะดวก ประหยัด และไม่ต้องเดินทางไปคลินิก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การรักษาสิวที่คลินิกกับการซื้อยารักษาเองมีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในด้านผลลัพธ์ ความปลอดภัย และการป้องกันการกลับมาเป็นสิวซ้ำ

ข้อดีของการรักษาสิวเอง

  • หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา
  • ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นไม่สูง
  • เหมาะกับสิวเล็กน้อยหรือสิวที่ไม่รุนแรง

ข้อเสียของการรักษาสิวเอง

  • ไม่รู้ชนิดของสิวที่แท้จริง
  • เลือกใช้ยาไม่เหมาะกับสภาพผิว
  • สิวดีขึ้นช้า หรือกลับมาเป็นซ้ำ
  • เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิว

หลายคนใช้ยาตามคำแนะนำจากอินเทอร์เน็ตหรือรีวิว ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผิวของตัวเอง ทำให้สิวจากที่ไม่รุนแรง กลายเป็นสิวอักเสบหรือสิวเรื้อรังในระยะยาว

ความเสี่ยงของการใช้ยาผิดประเภทในการรักษาสิว

  • ใช้ยาที่แรงเกินไปกับสิวอุดตัน
  • ใช้ยาสเตียรอยด์โดยไม่รู้ตัว
  • ใช้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะติดต่อกันนานเกินไป

ผลที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่สิวไม่หาย แต่ยังทำให้ผิวบาง ระคายเคือง เกิดสิวเห่อ หรือแม้แต่กลายเป็น สิวสเตียรอยด์ ซึ่งรักษายากกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากนี้การใช้ยาผิดวิธีอาจทำให้ผิวเสียสมดุล ส่งผลต่อสุขภาพผิวในระยะยาว

ทำไมสิวบางชนิดต้องให้แพทย์ดูแล

เพราะสิวไม่ได้มีเพียงแค่ชนิดเดียว และไม่ใช่สิวทุกประเภทจะสามารถรักษาหายได้เอง สิวบางประเภทจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น

  • สิวอักเสบลึกและสิวไม่มีหัวนูนที่อยู่ใต้ผิว
  • สิวฮอร์โมน ที่เกิดจากความไม่สมดุลภายในร่างกาย
  • สิวเรื้อรัง ที่เป็นซ้ำแม้จะรักษามาหลายวิธี
  • สิวที่มีแนวโน้มทิ้งรอยหรือหลุมสิว

แพทย์จะสามารถวิเคราะห์สาเหตุของสิวได้อย่างตรงจุด พร้อมวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ทั้งการใช้ยา การกดสิวอย่างถูกวิธี และการเลือกโปรแกรมเสริม เช่น เลเซอร์หรือทรีตเมนต์ เพื่อลดการอักเสบและฟื้นฟูผิว

Blossom Clinic by BLS การรักษาสิวไม่ได้มุ่งแค่ให้สิวยุบเร็ว แต่เน้นการดูแลอย่างปลอดภัยและป้องกันการเกิดสิวซ้ำในอนาคต ด้วยการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

วิธีทำให้สิวอักเสบยุบเร็วที่สุด ด้วยแนวทางการรักษาของ Blossom Clinic by BLS

คลินิกสิวใกล้ฉันที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์รักษาสิว
คลินิกสิวใกล้ฉันที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์รักษาสิว

หลายคนอยากรู้ว่า วิธีทำให้สิวอักเสบยุบเร็วที่สุด คืออะไร? ความจริงแล้วการดูแลสิวอักเสบต้องทำอย่างถูกวิธี สิ่งที่ไม่ควรทำคือการบีบหรือกดสิวเอง เพราะอาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นและเกิดรอยแผลและหลุมสิวถาวร ซึ่ง Blossom Clinic by BLS มีแนวทางการดูแลรักษาสิวอักเสบ รวมถึงสิวประเภทอื่นๆ อย่างปลอดภัย ด้วยโปรแกรมรักษาสิวที่ดีที่สุด ออกแบบโดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านการดูแลผิว ที่ Blossom Clinic by BLS

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

โปรแกรมที่ช่วยจัดการปัญหาสิวอย่างตรงจุด ที่ Blossom Clinic by BLS

1. โปรแกรม Acne Light Therapy ทรีตเมนต์ กดสิว ฉายแสงลดรอย ด้วยแสง 3 คลื่นพลังงาน

  • ฆ่าเชื้อสิว P.Acnes ลดการอักเสบ
  • ลดรอยแดง รอยดำจากสิว
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวหน้าใสขึ้น

เหมาะกับผู้ที่มีสิวอักเสบ สิวเรื้อรัง และผิวมันที่เกิดสิวบ่อย ทำต่อเนื่องทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

2. โปรแกรม Customized Skin Treatment โปรแกรมดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคล

  • เติมสารบำรุงให้เหมาะกับสภาพผิว
  • ฟื้นฟูผิวอ่อนล้า
  • ลดสิว ผิวไม่สม่ำเสมอ และผิวหมองคล้ำ

ออกแบบตามปัญหาผิวของแต่ละคน ช่วยปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง ลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ

3. โปรแกรม Customized Acne Skin ทรีตเมนท์แก้ปัญหาสิว เลเซอร์ฆ่าเชื้อสิว และเลเซอร์ลดรอยสิว ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

  • ผสานทรีตเมนต์ลดสิว
  • เลเซอร์ช่วยฆ่าเชื้อสิวและป้องกันสิวกลับมา
  • เพิ่มการดูแลรอยสิวหลังสิวหาย

เหมาะกับผู้ที่ต้องการการรักษาสิวแบบจริงจัง เห็นผลไว และครบทุกมิติ

4. โปรแกรม Oil Free Laser เลเซอร์ช่วยลดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า และปรับสภาพผิว

  • ลดความมันบนผิวหน้า
  • ป้องกันสิวอุดตัน
  • ทำให้ผิวใสขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เหมาะสำหรับคนที่ผิวมันและรูขุมขนกว้าง

5. โปรแกรม Acne Laser เลเซอร์กำจัดเชื้อสิวถึงต้นตอ ลดการอักเสบ ทำให้สิวแห้งไว

  • ช่วยฆ่าเชื้อสิว
  • ลดการอักเสบ
  • ทำให้สิวแห้งไว และป้องกันการเกิดซ้ำ

เหมาะกับคนที่เป็นสิวอักเสบ สิวผด และสิวที่รักษายาก

6. โปรแกรม Pico Plus Laser เลเซอร์ผิว ลดปัญหาผิวที่เกิดจากเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ

  • ลดรอยดำ รอยแดงหลังสิวหาย
  • แก้ปัญหาหลุมสิว
  • กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
  • ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นหลังสิวหาย และลดรอยสิวให้จางลงอย่างชัดเจน

เมื่อเป็นสิว ควรไปหาหมออะไร? และทำไม Blossom Clinic by BLS จึงตอบโจทย์การดูแลผิวระยะยาว

คลินิกสิวใกล้ฉันที่มีแพทย์ผิวหนังประสบการณ์สูง
คลินิกสิวใกล้ฉันที่มีแพทย์ผิวหนังประสบการณ์สูง

หลายคนสงสัยว่า “เป็นสิวควรไปหาหมออะไร” แนะนำให้พบแพทย์ที่มีความรู้ด้านผิวหนังและการรักษาสิวโดยเฉพาะ เพราะสิวบางประเภทไม่ควรรอให้หายเอง โดยเฉพาะสิวอักเสบลึกหรือสิวเรื้อรัง Blossom Clinic by BLS ไม่ได้มีเพียงบริการรักษาสิว แต่ยังให้บริการดูแลผิว ทำเลเซอร์ และปรับรูปหน้า ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิว มีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นแบบรอบด้าน ตั้งแต่การรักษาสิวอย่างได้ผลจริง ลดรอยสิว ไปจนถึงการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียนกระจ่างใส ดูสุขภาพดี

Blossom Clinic by BLS ดูแลและทำหัตถการโดยแพทย์ผิวหนังโดยตรง ซึ่งมีความชำนาญด้านการแก้ปัญหาสิวและผิวพรรณอย่างครอบคลุมในทุกชั้นผิว วิเคราะห์ปัญหาแบบ 1:1 ออกแบบการรักษาและใช้เทคนิคเฉพาะบุคคล (Customized Technique) จึงสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดและได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

Reviews โปรแกรมรักษาสิว ที่ Blossom Clinic by BLS

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

หากใครต้องการปรึกษาปัญหาสิว อยากรู้ว่าสิวฮอร์โมน รักษายังไง? ถึงจะถูกวิธี อยากรักษาสิวอักเสบ ต้องทำอย่างไร? ต้องการดูแลผิวหน้า อยากให้แพทย์ผิวหนังตรวจดูสภาพผิว พร้อมออกแบบการรักษาสิวเฉพาะบุคคล สามารถติดต่อจองคิวปรึกษาแพทย์ Blossom Clinic by BLS ได้ถึง 3 สาขาที่ครอบคลุมทั้งนครปฐม (อยู่ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์และเซ็นทรัลนครปฐม) ศาลายา (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา จังหวัดนครปฐม) และกรุงเทพ (โครงการ Stadium One ถนนบรรทัดทอง) ทำให้การเข้ารับบริการเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และสามารถดูแลต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Blossom Clinic by BLS Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (คลินิกรักษาสิว นครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

รวมหัตถการยอดฮิตที่ควรทำต่อในปี 2026

รวมหัตถการยอดฮิตที่ควรทำต่อในปี 2026
รวมหัตถการยอดฮิตที่ควรทำต่อในปี 2026

Blossom Clinic by BLS ดูแลทุกชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ดีต่อเนื่อง และดูดีในระยะยาว

ในปี 2026 การดูแลผิวและเส้นผม ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุดอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการดูแลอย่างครอบคลุมทุกชั้นผิว เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งผลลัพธ์ระยะสั้นและระยะยาว เพราะผิวหน้าของเรามีหลายชั้นผิว และมีปัญหาผิวที่ต่างกัน จึงต้องใช้โปรแกรมที่เหมาะสมและตรงจุดในแต่ละชั้นผิว

Blossom Clinic by BLS คลินิกดูแลผิวหน้าและเส้นผม รักษาสิว ทำเลเซอร์ ที่เชื่อในแนวคิด การดูแลแก้ปัญหาเส้นผมและผิวหน้าอย่างครอบคลุมทุกชั้นผิว โดยแพทย์ผิวหนังจะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความนี้จะพาไปรู้จักหัตถการหรือโปรแกรมดูแลผิวหน้าและเส้นผมยอดนิยม ที่ได้ไปต่อในปี 2026 พร้อมอธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมแต่ละโปรแกรมถึงเหมาะกับการดูแลผิวในแบบ ครบทุกชั้นผิว อย่างแท้จริง

ทำไมต้องดูแล “ทุกชั้นผิว”?

จับคู่โปรแกรมดูแล แก้ปัญหาในทุกชั้นผิว ที่ Blossom Clinic by BLS
จับคู่โปรแกรมดูแล แก้ปัญหาในทุกชั้นผิว ที่ Blossom Clinic by BLS

โครงสร้างผิวหน้าไม่ได้มีเพียงชั้นเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลายชั้นที่มีองค์ประกอบและทำหน้าที่แตกต่างกัน ได้แก่

ผิวชั้นบน (Epidermis) หรือ หนังกำพร้า

ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนัง ที่ทำหน้าที่ผลิตเคราติน (Keratin) โปรตีนที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นแข็งแรง เป็นโครงสร้างผิวหนังที่อยู่ชั้นนอกสุด สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากความเย็น ความร้อน เชื้อโรค สิ่งสกปรก รังสีต่างๆ และป้องกันผิวสูญเสียน้ำ

ปัญหาที่พบบ่อยในผิวชั้นบน เช่น ปัญหาสิว หลุมสิว ปัญหาที่เกิดจากเม็ดสีผิวอย่าง ฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นต้น

ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)

ประกอบด้วยเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ทำหน้าที่กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่น แข็งแรง และดูอ่อนวัย เป็นโครงสร้างผิวที่กั้นระหว่างผิวชั้นบนและชั้นไขมัน ชั้นผิวหนังแท้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิว ให้ผิวเต่งตึง ยกกระชับ ดูอ่อนเยาว์ และยังเป็นชั้นผิวที่มีต่อมน้ำเหลือง ประสาทรับความรู้สึก รูรากขนและรากผมอยู่อีกด้วย

ปัญหาที่พบบ่อยในชั้นผิวหนังแท้ เช่น ผิวหย่อนคล้อย คอลลาเจนผลิตน้อยลง เป็นต้น

ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) 

ประกอบด้วยเซลล์ไขมันและเนื้อเยื่อ อยู่ชั้นในสุดของโครงสร้างผิวหนัง ทำหน้าที่กักเก็บพลังงาน ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยกันกระแทกให้กับอวัยวะภายใน และยังทำหน้าที่ยึดผิวหนังให้ติดกับกล้ามเนื้อและกระดูกด้วย

ปัญหาที่พบบ่อยในชั้นไขมันใต้ผิว เช่น ไขมันน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้หน้าตอบ รูปหน้าไม่ได้สัดส่วน เป็นต้น

ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) 

เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) กับชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (Facial Muscle) ทำหน้าที่ช่วยพยุงโครงสร้างผิวหน้าให้คงรูป ไม่หย่อนคล้อย

ปัญหาที่พบบ่อยในชั้นกล้ามเนื้อ เช่น หน้าหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ เป็นต้น

หากเราดูแลไม่ครบทุกชั้นผิว ปัญหาผิวอาจหายไปเพียงชั่วคราว แต่ไม่นานก็จะกลับมาใหม่ ทำให้ต้องกลับมาแก้ปัญหาเดิมซ้ำอีก เช่น

  • ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • รอยสิวยังไม่จาง หรือกลายเป็นรอยลึก
  • รูขุมขนไม่กระชับ

Blossom Clinic by BLS จึงออกแบบโปรแกรมที่แก้ปัญหาในแต่ละระดับชั้นผิวอย่างครอบคลุม เพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง ยาวนานและเห็นผลจริง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

รวมโปรแกรมยอดฮิต ที่ควรทำต่อ ในปี 2026

Program Oligio X ยกกระชับใบหน้า & สลายไขมันแก้ม เหนียง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน

Program Oligio X คืออะไรและใช้งานอย่างไร
Program Oligio X คืออะไรและใช้งานอย่างไร

Program Oligio X เป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่โดดเด่นมากของ Blossom Clinic by BLS เพราะสามารถจัดการปัญหาได้ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิวทั้งตื้นและลึก โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

หลักการทำงาน

Program Oligio X ใช้พลังงาน Radiofrequency (RF) 400W Monopolar RF ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น กระชับรูขุมขน พร้อมช่วยสลายไขมันแก้ม เหนียง

โปรแกรมนี้มีระบบความเย็น 11 Pulse ที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายผิวขณะทำ และทำให้พลังงานลงลึกได้มากขึ้นโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บ

 Program Oligio X เหมาะกับใครบ้างและมีข้อควรระวังอะไร
Program Oligio X เหมาะกับใครบ้างและมีข้อควรระวังอะไร

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดหลังทำ

  • ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ
  • ลดแก้มและเหนียง
  • ผิวหน้าแน่นขึ้น
  • กรอบหน้าชัดขึ้น
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
  • ลดรูขุมขนและริ้วรอยเล็กๆ

เหมาะกับใคร?

โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่มี

  • ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • ไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง
  • รูขุมขนกว้าง
  • รูปหน้าไม่ชัด หรือดูไม่เรียว

โดยทั่วไปผลลัพธ์จะเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังทำ 10-20% และจะชัดเจนขึ้นประมาณ 2-3 เดือน เมื่อผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

Program Glass & Glow Technique ฟื้นฟูผิวใสออร่า อิ่มน้ำ หน้าเงา ผิวชุ่มชื้น

วิธีดูแลผิวให้เป็น Glass Skin ที่เหมาะกับคนไทย
วิธีดูแลผิวให้เป็น Glass Skin ที่เหมาะกับคนไทย

Program Glass & Glow Technique เป็นโปรแกรมที่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระดับลึกมากกว่าการดูแลผิวใสแบบทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการมีผิวชุ่มชื้นจากภายใน ให้ผิวสุขภาพดีจนสังเกตเห็นได้จากภายนอก

Program Glass Skin คืออะไรและทำอย่างไรให้ได้ผิวแบบนี้
Program Glass Skin คืออะไรและทำอย่างไรให้ได้ผิวแบบนี้

จุดเด่นของโปรแกรม

  • เพิ่มความชุ่มชื้นลึกในผิว
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
  • ลดริ้วรอยเล็กๆ และทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น
  • ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

การทำโปรแกรมนี้จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี ผิวหน้าเงาระดับ Glass Skin ไม่ใช่เพียงแค่ความเงาเฉพาะผิวด้านบน แต่มาจากการฟื้นฟูโครงสร้างใต้ผิวอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูและสดใสในระยะยาว

4 สูตรของโปรแกรม Glass & Glow Technique

  • Skin Spot เคลียร์รอยดำ ฝ้า กระ เผยผิวสว่างใส
  • Skin Bio เติมความชุ่มชื้นและความเงาใส ให้ผิวมีชีวิตชีวา
  • Skin Profhi กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูโครงสร้างผิวระดับลึก
  • Skin Revive ผิวฉ่ำวาว เนียนละเอียด ดูสุขภาพดีแบบธรรมชาติ

Program Pico Laser เลเซอร์ผิวใส ลดรอยสิว ลดรูขุมขน และเลเซอร์หลุมสิว

หาคลินิกที่ให้บริการโปรแกรม Pico Laser ใกล้ฉัน
หาคลินิกที่ให้บริการโปรแกรม Pico Laser ใกล้ฉัน

Program Pico Laser เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Blossom Clinic by BLS เพราะสามารถจัดการปัญหาผิวที่อยู่ในผิวหนังชั้นบนได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น

  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • รอยแดงและรอยดำจากสิว
  • หลุมสิว
  • รูขุมขนกว้าง
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ

โปรแกรม Pico Laser ทำงานโดยใช้พลังงานเลเซอร์ที่มีความเร็วสูงมากในการส่งพลังงานเข้าไปยังเม็ดสีหรือบริเวณผิวที่มีปัญหา เพื่อทำลายเม็ดสีผิวที่มีปัญหา กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวอย่างรวดเร็ว

Program Pico Plus Laser เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนบ้าง
Program Pico Plus Laser เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนบ้าง

จุดเด่นของโปรแกรม

  • เลเซอร์ฝ้า กระ จุดด่างดำและรักษาปัญหาผิวที่เกิดจากเม็ดสีผิวได้ตรงจุด
  • ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยให้รอยสิว รอยดำและรอยแดงจางลง
  • ลดปัญหารูขุมขนกว้าง
  • ช่วยให้ผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอ ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น

การทำโปรแกรม Pico Laser อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานมากขึ้น ซึ่งแพทย์จะแนะนำจำนวนครั้งที่เหมาะสมตามสภาพผิวของแต่ละเคส เพื่อให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Program Ultraformer III ยกกระชับ SMAS โดยไม่ผ่าตัด

Program Ultraformer III คืออะไรและทำงานอย่างไร
Program Ultraformer III คืออะไรและทำงานอย่างไร

Program Ultraformer III เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับหน้า และสลายไขมันใต้ชั้นผิว ปรับหน้าเรียวไม่ผ่าตัด โปรแกรมนี้จะส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ หรือคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง ผ่านคลื่นพลังงานในรูปแบบ Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) ลงลึกถึงชั้น SMAS หรือชั้นโครงสร้างของกล้ามเนื้อใต้ผิว ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

รีวิวการทำ Program Ultraformer III ในไทย
รีวิวการทำ Program Ultraformer III ในไทย

จุดเด่นของโปรแกรม

  • ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • ยกกระชับกรอบหน้า
  • ลดริ้วรอยร่องลึก
  • กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ให้ผิวเต่งตึงขึ้น
  • ลดไขมันสะสม เช่น ไขมันบริเวณผิวใต้คาง
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น

โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หรือคนที่อยากเห็นผลลัพธ์ยกกระชับแบบชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่อทำร่วมกับโปรแกรม Oligio X จะช่วยเสริมผลลัพธ์ของการยกกระชับ ย้อนวัยให้ดูหน้าเด็กได้โดดเด่นยิ่งขึ้น

Program Anti Hair-loss ลดผมร่วง แก้ผมบาง กระตุ้นรากผมใหม่

วิธีรักษาผมร่วงและผมบางที่มีประสิทธิภาพ
วิธีรักษาผมร่วงและผมบางที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากผิวหน้าแล้ว Blossom Clinic by BLS ยังให้ความสำคัญกับการดูแลหนังศีรษะและเส้นผม ด้วยโปรแกรมรักษาผมร่วงผมบาง Program Anti Hair-loss ที่ได้รับการกระแสตอบรับที่ดีจากคนไข้จำนวนมากมาโดยตลอด โปรแกรมนี้ใช้ Growth Factor เกล็ดเลือดจากร่างกายของคนไข้เอง ในการซ่อมแซมเชลล์รากผม กระตุ้นรากผมให้แข็งแรง ช่วยให้เส้นผมงอกใหม่อย่างต่อเนื่อง ให้เส้นผมหนาแน่นขึ้น แก้ปัญหาผมร่วง แก้ผมบางได้อย่างตรงจุด

รีวิว Program Anti Hair-loss ที่ช่วยลดผมร่วงได้จริง
รีวิว Program Anti Hair-loss ที่ช่วยลดผมร่วงได้จริง

จุดเด่นของโปรแกรม

  • บำรุงหนังศีรษะให้แข็งแรง
  • ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
  • เสริมการงอกใหม่ของเส้นผม
  • เหมาะกับผู้ที่มีผมบาง หรือผมร่วงจากฮอร์โมนและอายุ

ทำไมคนไข้เลือก Blossom Clinic by BLS

  • ดูแลและทำหัตถการโดยแพทย์ผิวหนังโดยตรง ซึ่งมีความชำนาญด้านการดูแล แก้ปัญหาผิวอย่างครอบคลุมในทุกชั้นผิว
 รีวิวคลินิกดูแลผิวหน้าที่มีแพทย์ผู้ชำนาญด้านผิว
รีวิวคลินิกดูแลผิวหน้าที่มีแพทย์ผู้ชำนาญด้านผิว
  • วิเคราะห์ปัญหาแบบ 1:1 ออกแบบการรักษาและใช้เทคนิคเฉพาะบุคคล (Customized Technique) ช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
Scan วิเคราะห์ปัญหา ก่อนรับบริการ
Scan วิเคราะห์ปัญหา ก่อนรับบริการ
  • ใช้โปรแกรมหรือเทคโนโลยีที่ตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหา แพทย์ Blossom Clinic by BLS วิเคราะห์และออกแบบการรักษาผิวอย่างลงลึกในทุกชั้นผิว ช่วยให้ตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้อย่างตรงจุด เห็นผล และปลอดภัย
  • วางแผนการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องและได้ผลดีในระยะยาว
มาตรฐานความปลอดภัย ที่ Blossom Clinic by BLS
มาตรฐานความปลอดภัย ที่ Blossom Clinic by BLS
  • ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ในการรักษา หรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน Thai FDA และมาตรฐานระดับสากล

การดูแลทุกชั้นของผิวและหนังศีรษะ ไม่เพียงแต่ทำให้คนไข้ดูดีขึ้น แต่ยังช่วยให้คนไข้สามารถมีสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลคนไข้ ที่ Blossom Clinic by BLS

รีวิวโปรแกรมดูแลผิวและเส้นผม ที่ Blossom Clinic by BLS

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

VDO รีวิวโปรแกรมดูแลผิวและเส้นผม ที่ Blossom Clinic by BLS

คำถามที่พบบ่อยจากคนไข้ Blossom Clinic by BLS

Q : ทำไมต้องดูแลทุกชั้นผิว?

A : เพราะปัญหาผิวไม่ได้เกิดจากผิวชั้นบนเพียงอย่างเดียว แต่หลักการดูแลผิวในทุกระดับชั้นผิว ของ Blossom Clinic by BLS จะช่วยให้ผลลัพธ์ยั่งยืนและเห็นผลชัดมากขึ้น

Q : แต่ละโปรแกรมใช้เวลาทำนานเท่าไร?

A : แต่ละโปรแกรมใช้เวลาต่างกัน แต่โดยเฉลี่ยใช้เวลาในการรับบริการเพียง 30-90 นาที ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้และบริเวณที่รับบริการ

Q : จำเป็นต้องทำทุกโปรแกรมพร้อมกันไหม?

A : ไม่จำเป็น แพทย์จะประเมินว่าคนไข้ควรเริ่มที่โปรแกรมใดก่อน และสามารถทำร่วมกันได้อย่างเหมาะสม

Q : ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

A :

  • โปรแกรม Oligio X ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน
  • โปรแกรม Glass & Glow Technique
    • สูตร Skin Spot อยู่ได้นาน 3-4 เดือน
    • สูตร Skin Bio อยู่ได้นาน 4-6 เดือน
    • สูตร Skin Profhi อยู่ได้นาน 6-8 เดือน
    • สูตร Skin Revive อยู่ได้นาน 8-9 เดือน
  • โปรแกรม Ultraformer III ผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้า ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สภาพผิวและการดูแลหลังทำ โดยเฉลี่ยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 8-12 เดือนขึ้นไป แต่การดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวดีในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

Q : ต้องพักฟื้นไหมหลังทำ?

A : โปรแกรมส่วนใหญ่ที่ Blossom Clinic by BLS ไม่ต้องพักฟื้น หรือใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย เพียงแค่เลี่ยงแสงแดดจัดและทำตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและอยู่ได้ยาวนาน

Q : Blossom Clinic by BLS อยู่ที่ไหน?

A : Blossom Clinic by BLS เป็นคลินิกดูแลผิวหน้าที่เดินทางสะดวกในกรุงเทพ และต่างจังหวัด มี 3 สาขา สาขาสเตเดียมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนบรรทัดทอง แหล่งของอร่อยกลางกรุง สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา

Blossom Clinic Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา

หลุมสิวเกิดจากอะไร? รักษาแบบไหน? ให้ผิวเนียนได้ผลจริง

หลุมสิวเกิดจากอะไร? รักษาแบบไหน? ให้ผิวเนียนได้ผลจริง
หลุมสิวเกิดจากอะไร? รักษาแบบไหน? ให้ผิวเนียนได้ผลจริง

ปัญหาหลุมสิว เป็นหนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่สร้างความกังวลใจให้หลายๆ คน เพราะแม้สิวจะหายไปแล้ว แต่ร่องรอยกลับคงอยู่และยากที่จะฟื้นฟูผิวหน้าให้เรียบเนียนเหมือนเดิม หลายคนจึงตั้งคำถามว่า หลุมสิวเกิดจากอะไร? หลุมสิว รักษาเอง ได้ไหม? หรือมีวิธีรักษาหลุมสิว แบบธรรมชาติ ที่เห็นผลจริงหรือไม่

บทความนี้รวบรวมข้อมูลมาเสิร์ฟครบครัน ตั้งแต่ต้นเหตุ วิธีรักษา ไปจนถึงทางเลือกการรักษา ที่ Blossom Clinic ซึ่งมี 3 โปรแกรมหลักที่ออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูปัญหาหลุมสิวให้ดีขึ้นแบบเห็นผลได้จริง

หลุมสิวเกิดจากอะไร? ทำไมถึงรักษายาก

หลุมสิวแบบ Icepick Scar
หลุมสิวแบบ Icepick Scar

หลุมสิวเกิดจากการเป็นสิวอักเสบ จนทำลายเซลล์ผิวและคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เมื่อผิวพยายามซ่อมแซมตัวเอง จะทำให้เกิดพังผืดดึงรั้งผิวให้เป็นแอ่งลง จึงเกิดเป็นหลุมสิว และผิวหน้าไม่เรียบเนียน โดยที่ผิวหนังไม่สามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมเต็มความลึกของหลุมได้เอง ทำให้หลุมสิว รักษาหายขาดได้ยาก ยิ่งมีการบีบ แกะ หรือสิวอักเสบเรื้อรังเท่าไหร่ โอกาสเกิดหลุมสิวยิ่งสูงขึ้น

ประเภทของหลุมสิว และวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละแบบ

หลุมสิวแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งตอบสนองต่อวิธีรักษาแตกต่างกัน ดังนี้

1. หลุมสิวแบบ Icepick Scar

หลุมสิวแบบ Icepick Scar
หลุมสิวแบบ Icepick Scar

ลักษณะเป็นหลุมลึก ปากหลุมแคบ โดยส่วนใหญ่มีขนาดเพียงไม่เกิน 2 มม. อยู่ในระดับความรุนแรงที่สุด สาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมสิวชนิดนี้ คือ การกดหรือบีบสิวอุดตัว สิวอักเสบ เนื่องจากสิวทำลายไปจนถึงชั้นรูขุมขน และทำลายลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ทำให้คอลลาเจนใต้ผิวลดลง ฟื้นฟูผิวได้ยาก ต้องใช้เวลานานในการรักษา ต้องใช้โปรแกรม Subcision หรือเลเซอร์เพื่อช่วยกระตุ้นผิว

2. หลุมสิวแบบ Boxcar Scar

หลุมสิวแบบ Boxcar Scar
หลุมสิวแบบ Boxcar Scar

ลักษณะเป็นบ่อ เห็นขอบหลุมสิวชัดเจน โดยส่วนใหญ่มีความลึกประมาณ 3-5 ซม. อยู่ในระดับความรุนแรงปานกลาง มักพบพังผืดติดอยู่ใต้ชั้นหนังแท้ สาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมสิวชนิดนี้ เกิดจากสิวอักเสบในชั้นผิวลึก หรือโรคอีสุกอีใส ก็สามารถก่อให้เกิดหลุมสิวชนิดนี้ได้เช่นกัน หลุมสิวลักษณะนี้มักตอบสนองได้ดีกับทั้งการทำเลเซอร์และการตัดพังผืด ขึ้นอยู่กับว่ามีพังผืดดึงรั้งหรือไม่

3. หลุมสิวแบบ Rolling Scar

หลุมสิวแบบ Rolling Scar
หลุมสิวแบบ Rolling Scar

ลักษณะเป็นคลื่นเว้า ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน หลุมสิวประเภทนี้ พบได้ทั่วไปในกลุ่มคนส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นหลุมที่ค่อนข้างตื้น อยู่ในระดับความรุนแรงเล็กน้อย สาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมสิวชนิดนี้ เกิดจากการแคะ แกะ หรือเกาสิวนั่นเอง วิธีรักษาที่ได้ผลที่สุดคือการทำโปรแกรม Subcision ร่วมกับการทำเลเซอร์ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

หลุมสิว รักษาเองได้ไหม? และวิธีธรรมชาติช่วยอะไรได้บ้าง?

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับหลุมสิว หรือวิธีการรักษาหลุมสิว อย่าง หลุมสิว รักษาเองได้ไหม? คำตอบ คือ ได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น อาจรักษาได้เองในกรณีที่เป็นหลุมตื้น หรือเป็นรอยแดง รอยดำจากสิวมากกว่าหลุมจริงๆ

สิ่งที่การรักษาเองทำได้

  • ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • ลดรอยแดง-รอยดำหลังสิวหาย
  • ปรับพื้นผิวให้ละเอียดขึ้นเล็กน้อย
  • ลดการอักเสบและการเกิดสิวใหม่

แต่ สิ่งที่การรักษาเองทำไม่ได้

  • ลดพังผืด
  • ทำให้หลุมสิวลึกฟูขึ้น
  • ซ่อมแซมโครงสร้างผิวที่ถูกทำลาย

ดังนั้น แม้จะมีหลายคนค้นหา วิธีรักษาหลุมสิว แบบธรรมชาติ เช่น การใช้ว่านหางจระเข้ น้ำผึ้ง ในการสครับผิว การดูแลเหล่านี้ช่วยได้เพียงด้านผิวชั้นบนเท่านั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างผิวได้ หากต้องการเห็นผลจริง การรักษาด้วยเทคนิคทางการแพทย์ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด

หลุมสิว แก้ยังไงให้เห็นผลเร็ว? วิธีรักษาที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน

ปัจจุบันการรักษาหลุมสิวมีหลายวิธี ทั้งโปรแกรมเลเซอร์ ฉีดสารฟื้นฟูผิว การตัดพังผืด และเทคนิคพิเศษอื่นๆ ซึ่งการรักษาแต่ละแบบมีข้อดีและเหมาะกับปัญหาต่างกัน เช่น

  • Fractional Pico Laser เหมาะกับหลุมสิวตื้นถึงระดับกลาง เหมาะกับการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
  • Subcision เหมาะกับหลุมลึกและหลุมที่เกิดจากพังผืด
  • Skin Booster / Bio Technique เหมาะกับการฟื้นฟูผิวและเติมความชุ่มชื้นให้ผิว

ในหลายๆ เคสมักต้องใช้วิธีผสมผสานหลายเทคนิค เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด เช่น Subcision + Pico Laser หรือ Pico Laser + Glass & Grow Technique เพื่อให้ทราบอย่างแน่ชัดว่าตัวเองเหมาะกับการรักษาสิวแบบใด การปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง จึงเป็นวิธีการรักษาหลุมสิวที่มีประสิทธิภาพที่สุด

3 โปรแกรมรักษาหลุมสิวจาก Blossom Clinic ที่เห็นผลจริง

เพราะหลุมสิวเป็นปัญหาผิวที่รักษาให้หายขาดยาก การรักษาต้องออกแบบตามลักษณะหลุมและสภาพผิวแต่ละคน Blossom Clinic จึงคัดสรร 3 โปรแกรมที่ครอบคลุมที่สุด ครบทั้งตัดพังผืด เลเซอร์กระตุ้นเซลล์ผิว และฟื้นฟูผิวโดยรวม

โปรแกรม Fractional Pico Laser – เลเซอร์แก้หลุมสิว ผิวไม่เรียบ ให้ผิวตื้น ดูเนียนขึ้น

ปัญหา หลุมสิว รักษาด้วยโปรแกรม Pico Laser
ปัญหา หลุมสิว รักษาด้วยโปรแกรม Pico Laser

โปรแกรม Pico Laser มีความเร็วระดับพิโควินาที (Picosecond) สามารถปล่อยคลื่นแสงที่มีความเร็วสูง 1 ครั้งต่อ 1 ในล้านล้านวินาที ช่วยให้สามารถสลายเม็ดสีและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างแม่นยำและลึกถึงชั้นผิวที่ต้องการ เมื่อใช้เทคนิค Fractional จะเกิดจุดพลังงานเล็กๆ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ซ่อมแซมเซลล์ผิวและผลัดผิวให้เรียบขึ้น

หลุมสิว แก้ยังไง Blossom แนะนำโปรแกรม Pico Laser
หลุมสิว แก้ยังไง Blossom แนะนำโปรแกรม Pico Laser

จุดเด่นของโปรแกรมนี้

  • หลุมสิวดูตื้นขึ้น
  • ลดรูขุนขนกว้าง
  • ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • กระตุ้นคอลลาเจนลึกและเร็ว
  • ฟื้นตัวไว ไม่บวม ไม่ต้องพักฟื้น
  • ลดรอยแดงและรอยดำจากสิวควบคู่กัน

โปรแกรม Pico หลุมสิว ควรทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไป แพทย์แนะนำให้รับบริการ 3-5 ครั้ง จะเริ่มเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมสิวและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Subcision – ตัดพังผืดหลุมสิว สำหรับเคสหลุมลึกพังผืดยึดรั้ง

โปรแกรม Subcision - ตัดพังผืดหลุมสิว สำหรับเคสหลุมลึกพังผืดยึดรั้ง
โปรแกรม Subcision – ตัดพังผืดหลุมสิว สำหรับเคสหลุมลึกพังผืดยึดรั้ง

สำหรับผู้ที่มีหลุมสิวลึก การทำโปรแกรม Subcision ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะเป็นเทคนิคที่เข้าไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยตรง

โปรแกรม Subcision คืออะไร
โปรแกรม Subcision คืออะไร

Subcision คือ เทคนิคการตัดพังผืดใต้ผิว ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาหลุมสิวจากต้นเหตุ โดยแพทย์จะใช้เข็มปลายพิเศษสอดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวให้เกิดหลุม เมื่อพังผืดคลายตัว ผิวจะค่อยๆ ฟูขึ้นเองตามธรรมชาติ

จุดเด่นของโปรแกรมนี้

  • เห็นผลชัดเจนหลังทำ
  • เหมาะกับ Rolling scar และ Boxcar scar
  • แก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ดี
  • ใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่น ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ดีและไวขึ้น

โปรแกรม Subcision หลุมสิว ควรทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไป แพทย์แนะนำให้รับบริการ 2-3 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมสิว ปัญหาพังผืดและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Glass & Grow Technique – เทคนิค Skin Bio ฟื้นฟูผิวให้ฟู เรียบเนียน เงาใส

โปรแกรม Glass & Grow Technique

หลังจากการใช้โปรแกรมเลเซอร์หรือ Subcision ผิวต้องการการฟื้นฟูเพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนและความชุ่มชื้น เทคนิค Glass & Grow เป็นสูตรเฉพาะที่ใช้ Skin Bio ที่ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวระดับเซลล์ ให้ผลลัพธ์ผิวดูเรียบเนียน ผิวหน้าเงาใส และผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น

 โปรแกรม Glass & Grow Technique สูตร Skin Bio
โปรแกรม Glass & Grow Technique สูตร Skin Bio

จุดเด่นของโปรแกรมนี้

  • ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
  • ผิวฉ่ำน้ำ ผิวเงาแบบ Glass Skin
  • ช่วยซ่อมแซมชั้นผิว
  • ลดจุดด่างดำและรอยสิว
  • เหมาะทั้งสำหรับผิวแห้ง ผิวมัน และผิวที่ผ่านเลเซอร์

รีวิว รักษาหลุมสิว รอยสิว ที่ Blossom Clinic

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

VDO รีวิว รักษาหลุมสิว รอยสิว ที่ Blossom Clinic

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาหลุมสิว

A : ในกรณีหลุมสิวลึกมาก อาจไม่สามารถหายสนิท จนกลับมามีผิวเรียบเนียนเหมือนเดิม 100% แต่สามารถดีขึ้นได้ 60-90% ขึ้นอยู่กับชนิดความลึกของหลุม สิ่งสำคัญคือการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิว

A : ทำได้เพียงระดับผิว เช่น ลดรอยแดงหรือทำให้ผิวเนียนขึ้นเล็กน้อย แต่ ไม่สามารถแก้หลุมลึกหรือพังผืดได้

A : ควรรักษาสิวตั้งแต่หลังเป็นหลุมสิวใหม่ๆ หลีกเลี่ยงการบีบและแกะ หากเริ่มเห็นรอยบุ๋ม ควรพบแพทย์เพื่อประเมินก่อนหลุมสิวลึกกว่าเดิม

A : หลุมสิวเป็นแผลเป็นที่เกิดจากพังผืดใต้ผิวดึงรั้ง จึงไม่สามารถหายได้ด้วยการทาครีมหรือวิธีธรรมชาติ การรักษาที่เห็นผลจริงต้องใช้เทคนิคทางการแพทย์ เช่น โปรแกรม Pico Laser โปรแกรม  Subcision หรือโปรแกรม Glass & Grow Technique ซึ่งช่วยแก้ปัญหาทั้งผิวชั้นบนและชั้นลึก

สำหรับใครที่ต้องการแก้ปัญหาหลุมสิวให้ดีขึ้นอย่างปลอดภัย Blossom Clinic มี 3 โปรแกรมที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้ผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลจริง และเหมาะกับทุกสภาพผิว สามารถปรึกษา เพื่อรับคำแนะนำในการรักษาหลุมสิว ได้ที่ Blossom Clinic 3 สาขา ทั้งสาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และอยู่ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และสาขาสเตเดียมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนบรรทัดทอง แหล่งของอร่อยกลางกรุง

Blossom Clinic Stadium One (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom clinic นครปฐม (ใกล้กับเซ็นทรัลนครปฐม)

Blossom clinic salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา