บอกลาวงจรสิวซ้ำซาก อยากผิวใส ให้ Pico Plus Laser เป็นตัวช่วย

Pico Plus Laser  เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว  ลดรอยดำ ลดรอยแดง
Pico Plus Laser เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว ลดรอยดำ ลดรอยแดง

บอกลาวงจรสิวซ้ำซาก คืนผิวใสไร้ที่ติ ด้วย Pico Plus Laser เลเซอร์รอยสิว โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนังที่ Blossom Clinic

https://www.youtube.com/watch?v=S99JA4PYI_8&t=2s

การมีผิวหน้าสวยใสไร้สิวเป็นความใฝ่ฝันของหลายคน แต่การเผชิญกับสิวซ้ำซาก ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบหรือรอยสิวที่ไม่จางหาย กลายเป็นปัญหาที่ทำให้ใครหลายคนหมดความมั่นใจ หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ Pico Plus Laser คือนวัตกรรมเลเซอร์สิวที่ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถฟื้นฟูและปรับสภาพผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยใสไร้รอยสิวอีกครั้ง ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Pico Plus Laser พร้อมคำแนะนำจาก Blossom Clinic เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser

Pico Plus Laser คืออะไร?

Pico Plus Laser เป็นนวัตกรรม เลเซอร์รอยสิว ที่ใช้พลังงานแสงในระดับความถี่ที่ละเอียดมาก ทำให้สามารถเจาะลึกเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อจัดการกับปัญหารอยสิว ทั้งรอยดำ และรอยแดง ได้อย่างตรงจุด โดยไม่ทำให้ผิวรอบข้างเสียหาย Pico Plus Laser ไม่เพียงช่วยในการลดรอยสิว แต่ยังมีประสิทธิภาพในการลดรอยดำ และลดรอยแดงที่เกิดจากสิว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและกระจ่างใสอีกครั้ง

สิวซ้ำซาก สิวอักเสบ รอยสิว รอยดำ
สิวซ้ำซาก สิวอักเสบ รอยสิว รอยดำ

สาเหตุที่ทำให้เกิด ‘สิวซ้ำซาก’

  • การอุดตันของรูขุมขน : สิวซ้ำซากมักเกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วและน้ำมันที่อุดตันในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวใหม่ซ้ำเรื่อยๆ
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น รอบเดือน หรือความเครียด อาจกระตุ้นการผลิตน้ำมันส่วนเกิน ทำให้เกิดสิ
  • การดูแลผิวไม่ถูกวิธี : การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันสูง หรือการทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป อาจทำให้สิวเกิดซ้ำได้
  • แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว : แบคทีเรียที่อยู่บนผิวสามารถทำให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ ทำให้เกิดสิวซ้ำ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่ยากต่อการรักษา
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม : ฝุ่น ควัน และมลภาวะต่างๆ ในชีวิตประจำวันสามารถกระตุ้นการอุดตันของรูขุมขนและทำให้สิวกลับมาเกิดใหม่
  • การแตะหน้าหรือบีบสิวบ่อยๆ : การสัมผัสหรือบีบสิวด้วยมือที่ไม่สะอาดอาจทำให้แบคทีเรียแพร่กระจาย และทำให้เกิดสิวซ้ำซากในบริเวณเดิม
  • การใช้ยาและสารเคมีบางชนิด : ยาหรือผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น สเตียรอยด์ หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมอุดตันรูขุมขน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สิวเกิดซ้ำ
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว ลดรอยดำ ลดรอยแดง
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว ลดรอยสิว ลดรอยดำ ลดรอยแดง

Pico Plus Laser เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาสิวและรอยสิว
  • ผู้ที่มีปัญหารอยดำและรอยแดง
  • ผู้ที่มีปัญหาฝ้าและกระ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า
  • ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยและรูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการลบรอยสัก
pico laser คลินิกเลเซอร์ คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน
pico laser คลินิกเลเซอร์ คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน

Pico Plus Laser ปลอดภัยไหม? หน้าแดงไหม?

ความปลอดภัยของการรักษาด้วย Pico Laser นั้นเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ เนื่องจากเป็นการใช้พลังงานแสงในระดับที่ปลอดภัยต่อผิวหนังรอบข้าง อาการที่พบได้บ่อยหลังทำคือหน้าแดงเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปภายใน 1-2 วัน การรักษาด้วย Pico Plus Laser ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติหลังการรักษา

โหมด Pico Toning รักษาเม็ดสีผิว จะไม่ทำให้เกิดอาการแดงหลังทำ แต่หากใช้โหมด Fractional Pico laser รักษาหลุมสิว ลดรูขุมขนกว้าง ปรับสภาพผิวเรียบเนียน หลังทำอาจเกิดอาการผิวแดงประมาณ 5-7 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

นวัตกรรมทรงพลังในการลดรอยสิว รอยดำ และรอยแดงอย่างมีประสิทธิภาพ

Pico Plus Laser มีประสิทธิภาพสูงในการลดรอยสิว ไม่ว่าจะเป็นลดรอยดำจากสิว หรือลดรอยแดงจากสิว โดยการใช้เลเซอร์เจาะลึกเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อทำลายเม็ดสีที่ก่อให้เกิดรอยดำและรอยแดง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและสีผิวกลับมาสม่ำเสมอ การรักษานี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งช่วยให้ผิวฟื้นฟูเร็วขึ้น เห็นผลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์

Pico Plus Laser มีกี่โหมด
Pico Plus Laser มีกี่โหมด

จุดเด่นของโหมด Pico Toning และหัวเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษา

Pico Toning เป็นโหมดการรักษาด้วย Pico Plus Laser ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาเม็ดสีผิวอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือ รอยสิว

  1. Pico Toning :
    • รักษาฝ้าและจุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ช่วยปรับผิวหน้าให้กระจ่างใส
    • หลังทำพักหน้าเพียง 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าได้ทันที
    • ไม่มีอาการแดงหรือแผลหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น
    • ผลลัพธ์ชัดเจน ผิวหน้าใสขึ้นภายในประมาณ 1 เดือน
  2. Zoom Handpiece (ความยาวคลื่น 532 และ 1064 นาโนเมตร) : เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาเม็ดสีผิว เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ  รอยแดงจากสิว และปาน
  3. Toning Collimated Handpiece (ความยาวคลื่น 532 และ 1064 นาโนเมตร) : ช่วยรักษารอยดำ ฝ้า พร้อมฟื้นฟูผิวและกระชับรูขุมขน
  4. Gold Toning Handpiece (ความยาวคลื่น 595 นาโนเมตร) : เหมาะสำหรับการรักษารอยแดง ผดผื่นจากสิว รวมถึงลบรอยสักสีฟ้าและสีเหลือง
  5. RUVY Touch Handpiece (ความยาวคลื่น 660 นาโนเมตร) : ใช้ในการรักษารอยสิว รอยดำ และเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ รวมถึงลบรอยสักสีเข้ม เช่น สีฟ้าและสีเขียว

การเลือกใช้โหมดและหัวเลเซอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้นและตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุด

Pico Plus Laser พักฟื้นกี่วัน?

ระยะเวลาการพักฟื้นหลังทำ Pico Laser นั้นค่อนข้างสั้น โดยทั่วไปแล้วอาการแดงหรือแสบผิวเล็กน้อยจะหายไปภายใน 1-2 วันหลังการรักษา และคุณสามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ทันที ไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก เพียงแค่ควรปกป้องผิวจากแสงแดดและใช้ครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำใหม่

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ Pico Plus Laser

  1. การเตรียมตัวก่อนทำ Pico Plus Laser
    • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองของผิว
    • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น กรด AHA, BHA หรือ Retinol ประมาณ 3-5 วันก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับเลเซอร์
    • ปรึกษาแพทย์ถึงประวัติการแพ้หรือโรคประจำตัว เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลสูงสุด
Pico Plus Laser คลินิกเลเซอร์ เลเซอร์สิว
Pico Plus Laser คลินิกเลเซอร์ เลเซอร์สิว
  1. การดูแลหลังทำ Pico Plus Laser
    • หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังการรักษา เนื่องจากผิวจะไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำและการระคายเคืองจากแสงแดด หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรสวมหมวกและแว่นกันแดด
    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะการแกะหรือเกาแผลหลังเลเซอร์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดรอยแผลเป็น
    • ห้ามให้แผลโดนน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำตรงบริเวณที่ทำเลเซอร์จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดและหายดี
    • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือวิตามิน A เป็นเวลา 7-14 วัน เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจทำให้ผิวที่ยังฟื้นตัวอยู่ระคายเคืองได้
    • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น การออกกำลังกายหนัก หรือการอยู่ในที่ร้อนจัดในช่วง 1-2 วันแรกหลังการทำเลเซอร์ เพื่อลดความเสี่ยงของการอักเสบหรือการติดเชื้อ
  1. การติดตามผลและการดูแลต่อเนื่อง
    • ควรเข้ารับการตรวจติดตามผลตามนัดหมาย เพื่อให้แพทย์ประเมินผลการรักษาและให้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการดูแลผิว
    • ในกรณีที่ต้องการทำเลเซอร์เพิ่มเติม ควรเว้นระยะเวลาให้ผิวได้พักฟื้นตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับการรักษาครั้งถัดไป

ทำไมต้องเลือกทำ Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic?

  1. เทคโนโลยีทันสมัยและมาตรฐานสูง : ที่ Blossom Clinic เราใช้ Pico Plus Laser ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก US FDA และองค์การอาหารและยาของประเทศไทย เป็นเทคโนโล
  2. ยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นสิว รอยสิว ฝ้า หรือ รอยดำ รอยแดง
  3. ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ : Blossom Clinic มีทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านผิวหนังและความงามที่มีประสบการณ์สูง สามารถวินิจฉัยและออกแบบการรักษาให้ตรงกับปัญหาผิวของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  4. บริการที่เป็นมิตรและใส่ใจผู้ป่วย : เราให้บริการด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนการรักษา การดูแลระหว่างการทำเลเซอร์ และการติดตามผลหลังการรักษา เพื่อให้คุณรู้สึกมั่นใจและสบายใจตลอดกระบวนกา
  5. ไม่ต้องพักฟื้น : หลังการทำเลเซอร์ที่ Blossom Clinic คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการพักฟื้น ไม่มีอาการแดงหลังทำเลเซอร์ และสามารถแต่งหน้าได้เลย ในกรณีใช้โหมด Pico Toning
  6. สถานที่สะอาดและได้มาตรฐาน : Blossom Clinic ใส่ใจในเรื่องของความสะอาดและความปลอดภัยของสถานที่เป็นอย่างยิ่ง เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ได้รับการดูแลและฆ่าเชื้ออย่างดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้เข้ารับการรักษา
  7. ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนและยั่งยืน : การรักษาด้วย Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic ให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้น ผิวของคุณจะดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น และปัญหาผิวต่างๆ จะลดลงอย่างยั่งยืน
  8. รีวิวจากผู้ใช้จริง : Blossom Clinic ได้รับคำชื่นชมมากมายจากผู้ใช้บริการจริง ซึ่งหลายคนเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังทำ Pico Plus Laser และกลับมาใช้บริการซ้ำเพราะความประทับใจในผลลัพธ์และการบริการที่ได้มาตรฐาน
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser
เลเซอร์สิว เลเซอร์รอยสิว Pico Plus Laser

พบทางออกเพื่อผิวสวยไร้สิวด้วย Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic

หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ไขปัญหาสิวซ้ำซากและฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียน กระจ่างใส Pico Plus Laser ที่ Blossom Clinic คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีม หมอรักษาสิวที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาสิว และมอบบริการระดับมืออาชีพให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ ติดต่อเราได้ที่ คลินิกผิวหนังใกล้ฉัน ทั้งคลินิกนครปฐม และคลินิกศาลายา หรือหากคุณกำลังค้นหา beauty clinic near me ก็สามารถไว้วางใจในบริการของเรา Blossom Clinic คลินิกเลเซอร์ใกล้ฉัน ที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของผิวคุณอย่างดีที่สุด!

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

คำถามยอดฮิต เกี่ยวกับการลดรอยสิวด้วย Pico Plus Laser

รอยดําจากสิว กี่วันหาย?

หลังทำ Pico Laser รอยดำจากสิวจะเริ่มจางลงภายใน 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ทำยังไงให้รอยสิวหาย?

การใช้ Pico Plus Laser ช่วยลดรอยสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเลเซอร์จะทำลายเม็ดสีที่ทำให้เกิดรอยดำและรอยแดง พร้อมฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่

เลเซอร์ลดรอยสิว แบบไหนดี?

Pico Plus Laser เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการลดรอยสิว เพราะมีความแม่นยำในการทำลายเม็ดสีโดยไม่ทำให้ผิวรอบข้างเสียหาย

Pico ช่วยลดรอยสิวไหม?

ใช่, Pico Plus Laser ช่วยลดรอยสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งรอยดำและรอยแดงจากสิว

Pico ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ส่วนใหญ่จะเห็นความชัดเจนหลังจากทำ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน

เลเซอร์รอยสิว ห้ามอะไรบ้าง?

หลังทำเลเซอร์ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง และงดการขัดผิวหรือทำทรีตเมนต์ที่รบกวนผิวเป็นเวลา 1 สัปดาห์

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !

รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic

รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic
รีวิว Pico Laser ที่ Blossom Clinic | เลเซอร์รอยสิว

แนะนำ คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง ใกล้ ม.มหิดล ศาลายา

แนะนำ คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง ใกล้ ม.มหิดล ศาลายา
แนะนำ คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic คลินิกผิวหนัง ใกล้ ม.มหิดล ศาลายา

คงไม่มีใครที่ไม่เคยเผชิญกับปัญหาสิว ตัวการสำคัญที่ทำให้ใครหลายๆ คนว้าวุ่นใจ เพราะเมื่อเป็นแล้วไม่เพียงแต่จะสร้างความรำคาญและความเจ็บปวดเท่านั้น แต่หลังจากที่อาการสิวดีขึ้นแล้วอาจยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้

วันนี้ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา (รวมถึงมีสาขานครปฐม และสาขาสเตเดียมวัน) เป็นคลินิกรักษาสิว ใกล้ฉัน (กรณีตั้งหลักที่มหาวิทยาลัยมหิดล Mahidol University) จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับต้นตอของสิว ว่าแท้จริงแล้วสิวเกิดจากอะไร? มีกี่ประเภท? และรักษาได้อย่างไรบ้าง? บอกเลยว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องสิวมากขึ้น จนสามารถป้องกันการเกิดสิว และสามารถรักษาสิวได้อย่างอยู่หมัด!

สิวคืออะไร? เกิดจากอะไร?

สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ

สิว (Acne) คือ ความผิดปกติของรูขุมขนและต่อมไขมัน ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วในชั้นหนังกำพร้าที่ควรจะหลุดออกจากรูขุมขนไปตามธรรมชาตินั้นไม่หลุดออก แต่กลับไปตกค้างอยู่บริเวณรูขุมขน

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที เซลล์ผิวเหล่านี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นและไปจับตัวกับน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าหรือซีบัม (Sebum) ฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ จนอุดกั้นการลำเลียงของเสียบริเวณรูขุมขน ทำให้ของเสียคั่งค้างอยู่ใต้ผิวและเกิดตุ่มนูนขนาดเล็กบริเวณปากรูขุมขน หรือ “สิว” ขึ้น

1. การเปลี่ยนของฮอร์โมนในร่างกาย

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนับเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น และไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ขยายตัวและผลิตซีบัมออกมามากขึ้น เพิ่มโอกาสให้เซลล์ผิวที่ตายจับตัวกับน้ำมันและเกิดการอุดตันมากขึ้น

นอกจากนี้ยังพบว่าการมีความเครียดสะสมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ปัญหาผิวแย่ลง เพราะเมื่อเข้าสู่ภาวะเครียดร่างกายจะผลิตฮอร์โมนออกมาหลายชนิด เช่น คอร์ติโซล (Cortisol) ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ซึ่งมีผลต่อให้ต่อมไขมันขยายตัว ส่วนในผู้ที่มีปัญหาสิวอยู่ก่อนแล้ว ความเครียดก็จะทำให้ปัญหาสิวแย่ลง

สิวฮอร์โมนมักจะเกิดในระยะเวลาเดิมซ้ำๆ โดยสอดคล้องกับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ประจำเดือน หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งนอกจากสิวชนิดนี้จะเป็นปัญหาผิวแล้ว ยังเป็นการสื่ออีกนัยจากร่างกายด้วยว่าเราควรที่จะรีบดูแลสุขภาพเพราะมีระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุล

2. พันธุกรรม

นอกจากพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดลักษณะภายนอกอย่างลักษณะเส้นผม ชั้นตา สีตา ให้เรามีลักษณะคล้ายกับคุณพ่อคุณแม่ของเราแล้ว การควบคุมการทำงานของต่อมไขมันก็เป็นสิ่งที่เราได้รับการส่งต่อมาทางพันธุกรรมเช่นกัน

ในบางรายอาจได้รับยีนที่มีเกี่ยวกับการสังเคราะห์น้ำมันที่ผิดปกติ ทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปจนทำให้เกิดสิว รวมถึงในบางรายอาจได้รับยีนควบคุมการอักเสบที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดอาการอักเสบที่ผิวง่าย ผู้ที่ได้รับยีนชนิดนี้จึงมีโอกาสที่จะเกิดสิวอักเสบได้ง่ายและรุนแรงกว่าคนอื่นๆ

3. มลภาวะ

ในอากาศประกอบไปด้วยสารเคมีหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) PM (Particulate Matter) O3 (Ozone) และควันบุหรี่ หากเกราะป้องกันผิวไม่แข็งแรงเมื่อใดก็ตามที่ผิวเผชิญกับสารเหล่านี้จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของน้ำมันบนผิว (Squalene Oxidation) และเกิดเป็นสิวอุดตัน

ไม่เพียงเท่านั้นฝุ่นและแสงแดดยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระใต้ผิว เมื่อเกิดสารอนุมูลอิสระบ่อยๆ เข้า ผิวจะเสื่อมสภาพและง่ายต่อการอักเสบ ในผู้ที่มีสิวอยู่มีสิวเห่อมากขึ้น

4. พฤติกรรมการรับประทานอาหาร

การรับประทานอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน น้ำตาลมากเกินไป จะทำให้ร่างกายต้องผลิตอินซูลินเพิ่มมากขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ซึ่งผลกระทบจากการที่อินซูลินถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก คือ อินซูลินจะกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้นไปตามด้วย ทำให้ง่ายต่อการดูดซับแบคทีเรียและเกิดสิวอุดตัน

รวมถึงการรับประทานอาหารจำพวกนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบได้ นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่เพิ่มโอกาสในการเกิดสิว เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารทะเลบางชนิด และเครื่องดื่มคาเฟอีน อย่างกาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น

5. เครื่องสำอาง

การเลือกใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวอาจทำให้เกิดสิวได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวมัน หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นฐานน้ำมัน (Oil-Based) อาจทำให้ผิวหน้าสะสมความมันมากขึ้นและนำมาสู่การเกิดสิวอุดตัน หากต้องการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมัน

6. การใช้ยาบางชนิด

การใช้ยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดสิวได้ เช่น ยาต้านโรคซึมเศร้า (Antidepressants) ยากันชัก (Antiepileptics) และยาสเตียรอยด์ (Steroid) เนื่องจากยาเหล่านี้จะกระตุ้นฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้ต่อมไขมันขยายตัวและผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น

นอกจากนี้การรับประทานยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่องถึงแม้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเกิดสิว แต่ก็อาจทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้เสียหาย ระดับฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ และแบคทีเรียดีบนผิวหนังถูกทำลายนำไปสู่การอักเสบและเกิดสิวได้

สิวมีกี่ประเภท?

สิวมีกี่ประเภท? | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
สิวมีกี่ประเภท?

สิวมีหลายชนิด โดยสามารถจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

1. สิวไม่อักเสบ

สิวไม่อักเสบสามารถเรียกได้หลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน (Comedones) หรือ สิวไขมัน สิวชนิดนี้เป็นปัญหาสิวพื้นฐานที่นำไปสู่การเกิดปัญหาสิวอื่นๆ เกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สิ่งสกปรก และน้ำมันส่วนเกิน จนเกิดเป็นถุงซีสต์ขนาดเล็กใต้ผิว

สิวอุดตันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

  • สิวอุดตันหัวเปิด (Open Comedone) หรือ สิวอุดตันหัวดำ (Blackheads) สิวชนิดนี้สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นสิวที่จะเกิดขึ้นบนชั้นผิวตื้นๆ และบนหัวสิวจะมีสีดำอยู่บริเวณกึ่งกลาง เกิดจากสารเมลานินของเซลล์ผิวหนังทำปฏิกิริยากับอากาศจนบริเวณหัวสิวกลายเป็นสีดำ
  • สิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedone) หรือสิวอุดตันหัวขาว (Whiteheads) สิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวขนาดเล็ก สามารถสังเกตเห็นได้ยาก หากรบกวนผิวบริเวณนั้นบ่อยๆ อาจนำไปสู่การระคายเคือง และพัฒนาไปสู่การเป็นสิวอักเสบได้

2. สิวอักเสบ

สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) นับเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง มักเกิดจากการที่เป็นสิวอุดตันอยู่ก่อน แล้วผิวบริเวณนั้นถูกเชื้อแบคทีเรีย P.acnes เข้าไปเจือปนอยู่ในรูขุมขน

เมื่อร่างกายทราบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามส่งเม็ดเลือดขาวไปฆ่าเชื้อโรค ทำให้บริเวณนั้นระคายเคืองและเกิดการอักเสบ จนเกิดตุ่มหนองที่มีอาการบวมแดงและกดเจ็บขึ้น

สิวอักเสบหากแบ่งตามลักษณะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

  • สิวอักเสบไม่มีหัว ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงอาจสังเกตเห็นสิวชนิดนี้ได้ยาก เพราะลักษณะจะเหมือนกับผิวทั่วไปแต่มีความนูนสูงขึ้นกว่าปกติ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ หากรบกวนผิวบริเวณนั้นบ่อยๆ พยายามกด บีบ เค้น อาจทำให้สิวบริเวณนั้นเกิดการอักเสบ และบวมมากขึ้น
  • สิวอักเสบมีหัว สิวชนิดนี้จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาผิว โดยจะเริ่มจากเป็นสิวตุ่มแดง (Papules) ขนาดเล็ก หากอาการไม่ดีขึ้นอาจทำให้สิวมีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากมีการสะสมของหนองใต้ผิวเป็นจำนวนมาก และสร้างความเจ็บปวดให้ผิวได้แม้ไม่ใช้มือสัมผัส

ส่วนผดหรือที่หลายคนเรียกว่า “สิวผด” จริงๆ แล้วไม่ใช่สิวแต่เป็นอาการแพ้ของผิวหนัง ทำให้เกิดตุ่มนูนเล็กๆ ไม่มีหัวขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมักจะเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น ทำให้ต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกมาได้ ต่อมเหงื่อจึงอุดตันจนเกิดตุ่มนูนขึ้น

บริเวณที่มักเกิดสิว

สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย แต่มักจะเกิดบนใบหน้ามากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณทีโซน (T-zone) เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการสร้างและขับน้ำมันส่วนเกินออกมามากกว่าบริเวณอื่นๆ โดยสิวแต่ละบริเวณมีสาเหตุการเกิดที่ต่างกัน ดังนี้

  • ผิวที่หน้าผาก เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่สิวมักจะขึ้นเป็นลำดับแรกๆ เนื่องจากมีการขับน้ำมันออกมามากกว่าบริเวณอื่นๆ รวมทั้งเป็นบริเวณที่มีการสะสมของเหงื่อและแบคทีเรีย ส่งผลให้สิวขึ้นหน้าผากได้ง่าย
  • สิวที่จมูก เป็นอีกหนึ่งบริเวณของทีโซน ปัญหาผิวที่มักเกิดในบริเวณนี้ คือ สิวอุดตันหัวเปิด และสิวเสี้ยน (Trichostasis Spinulosa) ซึ่งไม่ใช่สิว แต่เป็นการอุดตันของไขมันและเส้นขน ทำให้มีลักษณะเป็นจุดดำเล็กๆ หรือมีหนามแหลมยื่นออกมาทางรูขุมขนจำนวนมาก
  • สิวที่แก้ม มักเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดเป็นหลัก และการสัมผัสกับสิ่งของที่มีการสะสมของเชื้อโรค เช่น หมอน เส้นผม และโทรศัพท์มือถือ
  • สิวที่รอบปาก ก็มักเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดเช่นกัน โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารหากไม่ทำความสะอาดรอบริมฝีปากให้ดี บริเวณนั้นก็จะสะสมของคราบมันและแบคทีเรียจนเกิดสิวขึ้นได้
  • สิวที่คาง นอกจากคางจะเป็นเวลาที่มีการขับน้ำมันออกมามากกว่าบริเวณอื่นๆ แล้ว คางยังเป็นบริเวณที่เรามักจะเอาไปมือสัมผัส อย่างการเท้าคาง รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัยอาจทำให้ผิวเกิดการเสียดสีอยู่ตลอดเวลา ง่ายต่อการสะสมแบคทีเรียและเกิดการอักเสบ ทำให้สิวขึ้นคาง
สิวอักเสบ ขึ้นตรงไหนได้บ้าง? | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
สิวอักเสบ ขึ้นตรงไหนได้บ้าง?

นอกจากนี้ ยังมีสิวอักเสบที่สามารถเกิดได้แทบทุกเวณของร่างกาย เช่น บริเวณใบหน้า โพรงจมูก หู ลำคอ หน้าอก ไปจนถึงแผ่นหลัง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสิวอักเสบในบริเวณเดิมได้อีก 

วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง

วิธีการรักษาสิวที่เห็นผลดีที่สุด คือ การทำความเข้าใจและรักษาสิวตามอาการของตนเอง เพราะสิวแต่ละชนิดมีวิธีการรักษาที่ต่างกัน อย่างไรก็ตามทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบก็มีกระบวนการรักษาที่คล้ายกัน โดยเน้นไปที่การลดการสะสมของน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า และผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก สามารถทำได้ด้วย 2 วิธีหลัก คือ

1. การรักษาด้วยยาใช้ภายนอก

การรักษาด้วยยาใช้ภายนอกเป็นวิธีที่ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสิวที่มีความรุนแรงไม่มากนัก โดยยาใช้ภายนอกที่มักนำมาใช้ในการรักษาสิว ได้แก่

  • ยากลุ่มเบนโซลอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) มีคุณสมบัติในการลดจำนวนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดปริมาณไขมันบนผิวหนัง เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่เป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบ
  • ยาที่มีส่วนผสมของกรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) สามารถลดการอุดตันของรูขุมขน และบรรเทาอาการอักเสบของสิวได้ ส่วนในผู้ที่รักษาสิวจนหายแล้ว ยาตัวนี้ก็ยังสามารถช่วยในการลดรอยสิวได้อีกด้วย
  • ยากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ มีคุณสมบัติสำคัญในการลดการอุดตันของรูขุมขน ใช้ได้กับสิวในทุกระยะ แต่การใช้อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ผิวบางลงและไวต่อแสงแดดได้

ถึงแม้วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ง่ายเพราะสามารถหาซื้อตัวยาได้เอง แต่การใช้ยาก็ยังควรจะอยู่ภายใต้คำแนะนำของหมอรักษาสิว แพทย์ผิวหนัง และเภสัชกร เพราะการใช้ยาที่มีความเข้มข้นมากเกินไปหรือไม่เหมาะกับสภาพผิวอาจทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้นได้

2. การรับประทานยารักษาสิว

หากเป็นสิวอุดตันเพียงอย่างเดียว การรักษาด้วยวิธีนี้อาจไม่เหมาะนัก เนื่องจากการใช้ยาแบบรับประทานสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เภสัชกรจึงมักจะจ่ายยาให้กับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันร่วมกับสิวอักเสบ รวมทั้งสิวอักเสบจะต้องมีความรุนแรงในระดับปานกลางไปจนถึงระดับรุนแรง

โดยยาที่มักนำมาใช้ในการรักษาสิวอักเสบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • ยาต้านจุลชีพหรือยาฆ่าเชื้อ ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบและยังป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้อีกด้วย
  • ยาฮอร์โมนหรือยาคุมกำเนิด ยากลุ่มนี้จะเข้าไปลดการผลิตของฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาได้ลดลง แต่อาจต้องใช้ต่อเนื่องหลายเดือนจึงจะเห็นผล
  • ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ เช่น ยา Acnotic , ยาไอโสเตรตินอย (Isotretinoin) เป็นยาที่เหมาะกับสิวอักเสบรุนแรงและเรื้อรัง มีคุณสมบัติในการลดการสะสมของแบคทีเรียและการอักเสบได้ดี แต่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์เพราะตัวยามีพิษต่อตัวอ่อนในครรภ์

วิธีรักษาสิวอย่างเร่งด่วน

สิวเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง หากการรักษาด้วยตนเองไม่เห็นผล การเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินผิวและแนะนำวิธีการรักษาสิวอาจเหมาะสมกว่า เพราะการรักษาอย่างผิดวิธีอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดปัญหาผิวที่รุนแรงและยากที่จะรักษาได้ในอนาคต

ที่ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา มีหัตถการที่คนเป็นสิวไม่ควรพลาด ได้แก่

1. ทรีตเมนต์ผิวหน้า

การทรีตเมนต์ผิวหน้า (Facial Treatment) คือ กระบวนการดูแล รักษาผิวหน้าด้วยวิธีต่างๆ รวมกันอยู่หลายขั้นตอน หรือจะประกอบไปด้วยขั้นตอนเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการทำ ข้อดีของการทรีตเมนต์ผิวหน้า คือ แก้ปัญหาผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

ที่ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา เรามีโปรแกรม

  • Acne Clear ทรีตเมนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสิวโดยเฉพาะ มีการใช้วิตามินและตัวยาที่มีประโยชน์หลายชนิด เข้ามาควบคุมและยับยั้งการเกิดสิวจากต้นเหตุ ร่วมกับการกดสิวเพื่อกำจัดสิวอุดตัน โปรแกรมนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมถึงผู้ที่มีรอยดำจากสิวและผิวแพ้ง่ายก็สามารถเข้ารับบริการได้
ACNE CLEAR (สิว) ทรีตเมนต์รักษาสิว ด้วยวิตามิน ยับยั้งสิวจากต้นเหตุ
ACNE CLEAR (สิว) ทรีตเมนต์รักษาสิว ด้วยวิตามิน ยับยั้งสิวจากต้นเหตุ

ACNE CLEAR (สิว)
ทรีตเมนต์รักษาสิว ด้วยวิตามิน ยับยั้งสิวจากต้นเหตุ

  • Customized Treatment การรักษาสิวด้วยเทคนิคเฉพาะของ Blossom Clinic มีสูตรทรีตเมนต์ที่รับรองทุกสภาพผิว เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล เทคนิคนี้จะเป็นการบำรุงฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกถึง 7 ขั้นตอน ช่วยรักษาสิว ผดและผื่น ลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น เผยผิวกระจ่างใส โปรแกรมนี้มี 4 สูตร เหมาะกับทุกสภาพผิว ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือผิวขาดการบำรุงจนหมองคล้ำไม่กระจ่างใส
    • สูตรสำหรับคนหน้ามัน สิวบุก (Oily Skin & Fight Acne Solution)
    • สูตรสำหรับคนผิวแห้ง ย้อนเวลาให้ผิว (Dry & Aging Resistance)
    • สูตรสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ต้องดูแลเป็นพิเศษ (Sensitive Caring)
    • สูตรสำหรับคนผิวหมองคล้ำ คืนความขาวใสออร่า (Brighter than Ever)
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

Customized Skin Treatment
Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

  • Acne Light Therapy (ALT) ทรีตเมนต์รักษาสิว ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยกำจัดสิวเท่านั้น แต่ยังเน้นไปที่รักษาสิวจากต้นเหตุ และป้องกันโอกาสการเกิดสิวใหม่ ทำได้โดยการใช้ตัวยาและทรีตเมนต์สูตรเฉพาะ กดสิวอุดตันทั้งหมดออก ก่อนฉายแสง LED สีต่างๆ ที่เหมาะกับสภาพผิว และจบด้วยการ​​ทาครีมบำรุงสูตรอ่อนโยน หลังทำผู้รับบริการจะรู้สึกได้ว่าผิวสะอาดขึ้น สิวยุบตัวและอาการอักเสบดีขึ้น หากรับบริการอย่างต่อเนื่องก็จะยิ่งทำให้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

Acne Light Therapy
รักษาสิวที่ถูกวิธี และ ได้มาตรฐาน

2. Made Collagen

Made Collagen เป็นโปรแกรมบำบัดเซลล์ผิว ฟื้นฟูผิวอ่อนแอ เป็นสิว แพ้ง่าย ให้กลับมามีผิวสวยสตรอง ด้วยการเติมสารสกัดจากธรรมชาติ ประกอบด้วยวิตามินรวม คอลลาเจนเข้มข้น แร่ธาตุเอนไซม์ และพลาสเซนต้า มีความปลอดภัยสูง ผ่านเทคนิคการฉีด 16 จุดทั่วใบหน้า ช่วยสร้างเกราะกำบัง ปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง และช่วยยับยั้งการเกิดสิว ลดสิว ลดผดผื่น ลดผิวอักเสบ แพ้ง่ายได้เป็นอย่างดี

Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย
Customized Skin Treatment หน้าใส กู้ผิวพังให้ปังกว่าที่เคย

โปรแกรม กู้ผิวหน้า เด้งใส
Rejuran vs Made Collagen vs Belotero vs Sculptra เลือกยังไง? ให้เหมาะกับผิว

3. Pico Laser เลเซอร์รักษารอยสิว

Pico Laser เป็นเลเซอร์คุณภาพสูง ปลอดภัย ไม่ทำร้ายผิว ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก US FDA ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า Picosecond สามารถปล่อยพลังงานเลเซอร์ความถี่สูงด้วยความเร็วในระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที ช่วยกำจัดเม็ดสีใต้ชั้นผิวหนังอย่างละเอียดมากกว่าเทคโนโลยีรุ่นอื่น และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง ด้วยหัวเลเซอร์ที่ให้ประสิทธิภาพในการรักษาปัญหาผิวต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ซึ่งโหมดการใช้งาน Pico Toning จะเหมาะกับการใช้เลเซอร์ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงจากสิวหรือเม็ดสีที่มีความผิดปกติ Pico Laser มีความแม่นยำ ให้พลังงานสม่ำเสมอ มีความปลอดภัย และยังไม่สร้างสะเก็ดแผลไว้บนผิวหนังอีกด้วย

Pico Laser คืออะไร ทำไมถึงยอดนิยม?  | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
Pico Laser คืออะไร ทำไมถึงยอดนิยม?

Pico Laser คืออะไร 
ทำไมถึงยอดนิยม?

คลินิกรักษาสิว ศาลายาที่ไหนดี?

หากคุณเป็นหนึ่งที่กำลังตามหาคลินิกรักษาสิว ศาลายา ให้ Blossom Clinic คลินิกรักษาสิว ศาลายา เป็นหนึ่งในทางเลือก เราให้บริการด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน มีให้เลือกใช้หลายโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นการทำทรีตเมนต์ การฉีดเมโสรีจูรันเพื่อรักษาสิว รวมไปถึงในผู้ที่มีปัญหารอยสิวยังสามารถเลือกแก้ปัญหาได้ด้วยโปรแกรม Dual Pro Laser & V-IPL จัดการทั้งรอยดำ รอยแดงสิว และ Acne Laser รักษาสิวด้วยการกำจัดเชื้อสิว ลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวแห้งไว ช่วยหยุดต้นตอการเกิดสิวได้ทุกชนิด

Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ & V-IPL Laser ลดรอยแดงจากสิว | คลินิกรักษาสิว Blossom Clinic
Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ & V-IPL Laser ลดรอยแดงจากสิว

Dual Pro Laser เลเซอร์รอยดำ

V-IPL Laser ลดรอยแดงจากสิว

ทุกเคสเราให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง รวมถึงหมอรักษาสิวที่มีความชำนาญ ทำให้การประเมินผิวและการเลือกวิธีการรักษาเป็นไปได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ

หากยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกรักษาสิวด้วยวิธีใด สามารถติดต่อเข้ามาที่ Blossom Clinic เพื่อให้คุณหมอประเมินสภาพผิว และแนะนำหัตถการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลได้เลย โดยติดต่อได้ที่ไลน์ @blossomclinic หรือเข้ามาปรึกษาที่คลินิก

ปัจจุบัน Blossom Clinic มี 3 สาขา ได้แก่ สาขาศาลายา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา, สาขานครปฐม บริเวณตรงข้าม มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และสาขาสเตเดี้ยมวัน เดินทางง่ายใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

Blossom Clinic Stadium One บลอสซั้มคลินิก สาขาสเตเดี้ยมวัน

Blossom Clinic Nakhonpathom บลอสซั้มคลินิก สาขานครปฐม (คลินิก นครปฐม)

Blossom Clinic Salaya บลอสซั้มคลินิก สาขาศาลายา (คลินิก ศาลายา)

Add friend เพื่อปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Blossom Clinic ฟรี !