ปรับรูปหน้าด้วย Filler ร่วมกับวิธีอื่นๆ

รู้จักกับการปรับรูปหน้าด้วย Filler

ที่ Blossom Clinic มีเทคนิคเฉพาะเพื่อปรับรูปหน้าด้วย Filler โดยใช้วิธีอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด


ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีในผิวหนังตามธรรมชาติอยู่แล้ว คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เปรียบได้กับสปริงของผิวชั้นหนังแท้ ดังนั้นการฉีดสาร Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในชั้นผิวหนังจึงสามารถช่วยเติมเต็มหรือช่วยเสริมผิวชั้นในและใต้ผิวหนังให้อิ่มฟู เด้งมากยิ่งขึ้น ช่วยลดร่องลึก และริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ กระชับ หน้าเด้งได้เหมือนผิวเด็ก ที่สำคัญคือฟิลเลอร์นั้นสามารถสลายได้ตามธรรมชาติจึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย หากคุณกำลังลังเลว่าจะฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้าอย่างการฉีดคางดีไหม ก็มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยแน่นอน

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยว่าการฉีดฟิลเลอร์ตามจุดต่าง ๆ อย่างฟิลเลอร์คางจะอยู่ได้นานแค่ไหน คำตอบก็คือประมาณ 9-12 เดือนหลังฉีด ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงระวังในเรื่องของความร้อนต่างๆ ที่อาจสัมผัสบริเวณใบหน้าโดยตรงแล้ว ฟิลเลอร์ก็จะอยู่ได้ยาวนานขึ้น หากฟิลเลอร์เริ่มสลายตัวลง ก็สามารถกลับมาฉีดเพิ่มเติมในส่วนต่างๆ ตามที่ต้องการได้ในภายหลัง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง

การเติมฟิลเลอร์จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด โดยจะมีผลลัพธ์ 100% ประมาณวันที่ 4-5 หลังฉีด เนื่องจากฟิลเลอร์และกล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะเข้าที่ดีแล้ว

ฟิลเลอร์เป็นสารที่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปใยชั้นผิวหนัง และเพิ่มปริมารเนื้อเยื่อเพื่อทดแทนคอลลาเจนให้ล่องที่ลึกกลับมาและเรียบเนียนเท่ากับบริเวณโดยรอบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ หน้าผาก จมูก ปาก และคาง ให้ดูเต็มและเต่งตึงมากขึ้น

ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ เติมฟิลเลอร์?

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น เหล่าโปรตีนและคอลลาเจนในผิวหนังจะเสื่อมสภาพลง ทำให้ผิวไม่เด้งฟูเหมือนเดิม เกิดการยุบตัวลงและทำให้เกิดความเหี่ยวย่น ริ้วรอย ร่องลึกตามส่วนต่างๆ ของใบหน้า ผิวพรรณดูไม่อ่อนเยาว์แบบที่เคยเป็น การเติมฟิลเลอร์จึงถูกนำมาใช้ในการเสริมความงามเพื่อช่วยเติมเต็มริ้วรอยบนใบหน้าและร่องลึกต่างๆ ให้ดูตื้น ผิวดูอ่อนเยาว์ลงเช่น การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก รวมถึงยังช่วยในการปรับแก้รูปหน้าให้ดูสมดุลได้รูปสวยงามยิ่งขึ้นด้วยการฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ และการเติมฟิลเลอร์ขมับ นอกจากการฉีดฟิลเลอร์แล้วที่ Blossom Clinic ยังมีวิธีอื่น ๆ สำหรับปรับรูปหน้าของผู้ใช้บริการในแต่ละเคสให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด ถือเป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะที่ Blossom Clinic เท่านั้น ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้เลยว่าที่ Blossom Clinc คุณจะได้รับทั้งความปลอดภัย และให้คุณสวยอย่างมั่นใจกลับไปอย่างแน่นอน

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ตามจุดต่างๆ

  1. ไม่ควรออกกำลังกายหนักภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงในบริเวณที่เติมฟิลเลอร์ได้
  2. ไม่ควรจับ บีบ นวดหรือคลึงในบริเวณที่เติมฟิลเลอร์ เพราะอาจมีผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปยังตำแหน่งอื่นได้ ไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบหรือฉีดฟิลเลอร์คางก็ต้องทำตามข้อห้ามเหล่านี้
  3. ควรดื่มน้ำ 8-10 แก้ว หรือ 2 ลิตร/วัน โดยเฉพาะ 4 วันแรกหลังเติมฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำจะช่วยทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานและช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  4. งดทำการอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์และทำ RF หลังเติมฟิลเลอร์ช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะการได้รับความร้อนเฉพาะจุดเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อฟิลเลอร์ได้ ส่วนระดับความร้อนที่สามารถโดนได้คือลมจากไดร์เป่าผมและแสงแดดที่ไม่แรงจนเกินไป

ปริมาณในการเติมฟิลเลอร์

(ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล คุณหมอประเมินให้)

เติมหน้าผาก เพิ่มหน้าผากนูนสวย รับกับใบหน้า ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 3-8 CC
เติมขมับบุ๋ม ขมับตอบ แก้ปัญหาหน้าโทรม ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC
เติมใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ ร่องน้ำตา ที่ทำให้ดูไม่สดใส ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC
เติมโหนกแก้ม เพิ่มแก้มส้ม สำหรับคนที่หน้าไม่มีมิติ ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 2-4 CC
เติมแก้มตอบ แก้ปัญหาหน้าดูผอม ให้กลับมาดูมีชีวิตชีวา ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-3 CC
เติมร่องแก้มลึก เติมให้ดูตื้นขึ้น ลดริ้วรอยลึก ทำให้ใบหน้าดูสดใส ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC
เติมคางสั้น คางตัด ทำให้คางยาวขึ้น หน้าดูเรียว ใบหน้าได้รูปมากมากขึ้น ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC
เติมริมฝีปาก แก้ปัญหาปากบางให้ดูอวบอิ่ม ใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC


รีวิวผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ที่ Blossom Clinic



รีวิวจากผู้ใช้บริการ